หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 29

รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ฝ่าบาท อย่าให้ความเมตตาที่ไร้ค่ามาฉุดรั้งพระองค์ในวินาทีที่ดาบจ่อคอหอยเลยเพคะ" ข้ากระซิบเสียงต่ำพลางกดปลายมีดเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อลงบนฝ่ามือจนเลือดซึมออกมาเป็นหยดเล็กๆ ความเจ็บปวดจากบาดแผลสดที่ข้อมือคุกนรกเมื่อคืนยังไม่จางหาย แต่กลิ่นคาวเลือดนี้แหละคือเครื่องเตือนสติที่ดีที่สุด เฟยหลงนิ่งงัน แววตาของเขาที่เคยสั่นคลอนด้วยความอาลัยอาวรณ์ต่อความสัมพันธ์ในอดีตกับอัครมหาเสนาบดีหยางบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งใต้เหมันต์ ในห้องทรงพระอักษรที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงฟืนในเตาผิงแตกตัว รอยร้าวบนแผนที่ยุทธศาสตร์ถูกกางออกเบื้องหน้าเราสองคน แสงเทียนที่ริบหรี่ใกล้ดับสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง ราวกับดวงชะตาของบัลลังก์ที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุโหม "หยางจินกังมิใช่คนโง่ เยี่ยนซี" เฟยหลงเอ่ยเสียงพร่า มือหนาของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะวางจดหมายลับที่ได้รับจากหน่วยสืบราชการลับลงบนโต๊ะ "เขาวางหมากไว้ทุกตารางนิ้วในวังหลวง หากเราก้าวพลาดเพียงนิด หัวของเจ้าและข้าคงประดับอยู่บนยอดเสาหน้าประตูเมืองก่อนตะวันจะตรงหัว" "หม่อมฉันไม่ได้ให้ฝ่าบาทก้าวเดินบนทางที่เขาปูไว้ให้" ข้าโน้มตัวเข้าใกล้จนได้กลิ่นน้ำมันจันทน์จางๆ จากอาภรณ์ของเขา "เราจะทำลายกระดานทิ้งเสีย" ข้าหยิบหมึกแต้มลงบนตำแหน่งของกองกำลังรักษาพระองค์ในแผนที่ "เขาคิดว่าคุมกรมอาญาและกองทหารรักษาการณ์ได้ทั้งหมด แต่เขาหลงลืมไป... สุนัขที่อดอยากที่สุดย่อมยอมสยบให้กับผู้ที่หยิบยื่นเนื้อชิ้นใหญ่กว่าให้เสมอ องค์ชายรองที่เขาคิดว่ากำจัดไปแล้ว บัดนี้กลับมาถึงประตูเมืองพร้อมกับตราประทับลับของตระกูลหลิวที่เขานึกว่าเผาทิ้งไปหมดสิ้น" เฟยหลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวังที่ลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์ "เจ้าไปติดต่อกับน้องชายข้าตั้งแต่เมื่อไหร่... ในเมื่อเจ้าถูกคุมขัง" ข้ายิ้มบาง มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "ในคุกนรกนั้น นอกจากหนูและแมลงสาบแล้ว ยังมีช่องลมที่เชื่อมถึงท่อระบายน้ำใต้ดิน... ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือว่าตระกูลหลิวของเราเคยดูแลงานช่างหลวงมาก่อน การส่งสารผ่านทางเดินน้ำย่อมง่ายกว่าส่งผ่านราชองครักษ์ที่ซื้อตัวได้ด้วยทองเพียงไม่กี่ตำลึง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก เสียงนั้นมิใช่จังหวะการเดินของขันทีหรือนางกำนัล แต่เป็นเสียงของกองทหารองครักษ์เสื้อแพรที่อัครมหาเสนาบดีหยางส่งมาตรวจตราความเรียบร้อยตามคำสั่ง 'พิเศษ' ข้าคว้ามือของเฟยหลงไว้แน่น "วินาทีนี้ หากฝ่าบาทไม่ทรงเลือกทางเดินสายเลือด พระองค์ก็ต้องเตรียมตัวรับความตายพร้อมกับหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ต้องการเป็นหงส์ที่ถูกขังในกรงทองเพื่อรอวันเชือด แต่หม่อมฉันจะเป็นพายุที่พัดพาสิ่งโสมมออกจากบัลลังก์นี้เอง" เฟยหลงสูดหายใจเข้าลึก แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนถูกแทนที่ด้วยร่องรอยของพยัคฆ์ที่เริ่มคำราม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเอื้อมไปหยิบกระบี่อาญาสิทธิ์ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดมังกรบนผนัง "ถ้าเช่นนั้น เราก็อย่าให้เสียแรงที่เจ้ากัดฟันสู้มาจนถึงตอนนี้เลย" เขากล่าวพลางชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิด ทว่าในขณะที่ข้ากำลังจะก้าวเดินไปยังประตูเพื่อส่งสัญญาณให้คนของเราด้านนอก บานประตูไม้แกะสลักกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางเต็มยศของอัครมหาเสนาบดีหยางก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูคล้ายจะเมตตา แต่แฝงไปด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ "ช่างเป็นเช้าที่ครึกครื้นเหลือเกินนะพะยะค่ะ ฝ่าบาท" อัครมหาเสนาบดีหยางกวาดสายตามองกระบี่ในมือเฟยหลงด้วยแววตาที่เย้ยหยัน "ดูเหมือนพระองค์จะทรงตื่นบรรทมเร็วกว่ากำหนด แต่กระหม่อมเกรงว่ารุ่งอรุณของพระองค์คงต้องจบลงตรงนี้... เพราะนับจากนาทีนี้ไป วังหลวงจะเป็นเขตปลอดผู้พิทักษ์... ทั้งหมด" เขายกมือขึ้นเพียงครั้งเดียว เงาในความมืดที่มุมห้องก็เคลื่อนไหว มือสังหารนับสิบคนปรากฏตัวขึ้นจากใต้ฝ้าเพดาน ดาบในมือของพวกมันสะท้อนแสงจันทร์สุดท้ายก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง ข้ายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเฟยหลง มือที่บาดเจ็บกำมีดแน่นจนเลือดหยดลงบนพื้นพรม ข้ารู้ดีว่านี่คือเดิมพันครั้งสุดท้าย หากหมากตัวนี้เดินพลาด ทุกอย่างจะกลายเป็นเถ้าถ่านทันที "ท่านลุง" เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่น่าขนลุก "ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าคนที่ล้อมห้องนี้อยู่ คือคนของท่าน... ไม่ใช่คนของข้า" สิ้นคำพูดนั้น เสียงระเบิดควันก็ดังสนั่นขึ้นทั่วบริเวณวังหลวง พร้อมกับเสียงโห่ร้องของกองทหารที่ไม่ได้มาจากฝ่ายอัครมหาเสนาบดีหยาง! อัครมหาเสนาบดีหยางชะงักไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะหันไปสั่งการ แต่กลับพบว่าดาบขององครักษ์ข้างกายเขากลับจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเองเสียแล้ว ข้าก้าวออกมาจากเงามืด สบตากับชายที่เคยเป็นดั่งจอมบงการชีวิตข้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัย "อัครมหาเสนาบดี... ความตายที่ท่านเตรียมไว้ให้ผู้อื่น บัดนี้ถึงเวลาที่ท่านต้องลิ้มรสมันด้วยตนเองแล้ว" แต่ก่อนที่ข้าจะได้ออกคำสั่งให้จับกุมชายผู้นี้ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังก้องขึ้นจากด้านหลังของอัครมหาเสนาบดีหยาง ร่างหนึ่งก้าวพ้นเงามืดออกมา—ร่างที่ควรจะอยู่ในคุกหลวงอีกแห่งที่ไกลออกไปหลายร้อยลี้ ร่างของบุรุษที่ข้าคิดว่าสิ้นชีพไปแล้วในวันที่ตระกูลข้าถูกประหาร เขาหันมายิ้มให้ข้า รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของข้ากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น "พี่หญิง... เจ้าลืมข้าไปแล้วหรือ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับหงส์เคียงมังกรมาจนถึงบทนี้ ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้า หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้หลิวเยี่ยนซีต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%