“ท่านแม่ทัพหาน... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าคำสั่งสุดท้ายของฮ่องเต้ที่แท้จริง คือการกำจัดพวกขบถให้สิ้นซาก ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นข้า หรือจะเป็นสตรีที่ทรยศต่อแผ่นดินข้างกายท่านผู้นี้!”
สิ้นคำประกาศกร้าวของข้า เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วกระโจมบัญชาการ แม่ทัพหานเหลียนชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์บาดเจ็บจ้องเขม็งมาที่ข้า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความสับสนที่กัดกินใจมานานหลายปี สตรีข้างกายเขา—อนุภรรยาผู้เป็นหลานสาวของอัครมหาเสนาบดีหยาง—หน้าถอดสีจนซีดเผือด นางกำชายเสื้อเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ขีดเส้นแบ่งระหว่างความจงรักภักดีกับความรักส่วนตัวจะขาดสะบั้นลง
ข้ามิได้ขยับกายหนี คมกระบี่ที่จ่ออยู่ห่างจากลำคอเพียงคืบมิอาจทำให้จังหวะการหายใจของข้าผิดปกติได้ ข้าประสานสายตากับเขาอย่างมั่นคง แฝงความเห็นใจที่ลึกซึ้ง
“ท่านคิดว่าอำนาจที่หยางซื่อเจี๋ยหยิบยื่นให้ท่านในวันนี้ คือเกียรติยศหรือคือโซ่ตรวนกันแน่ ท่านแม่ทัพหาน” ข้าถามเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบงัน “ท่านรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับอดีตฮ่องเต้มาสิบปี ท่านย่อมรู้ดีกว่าใครว่าพระองค์ทรงเป็นเช่นไร และในยามนี้ โอรสของพระองค์กำลังถูกกดขี่ด้วยคนเข็ญใจที่อ้างชื่อพระองค์เพื่อกอบโกยอำนาจ ท่านจะยอมให้เลือดที่ท่านหลั่งเพื่อแผ่นดินกลายเป็นเพียงหมึกที่ใช้เซ็นอนุมัติความฉ้อฉลของคนพวกนั้นจริงหรือ?”
แม่ทัพหานเหลียนขบกรามแน่น สันกรามของเขาปูดโปน “ข้าเป็นขุนพล ย่อมต้องฟังคำสั่งจากผู้ถือตราลัญจกร!”
“แล้วหากตรานั้นมีไว้เพื่อกดขี่ประชาชนเล่า!” ข้าก้าวเข้าไปใกล้คมกระบี่อีกหนึ่งก้าว จนหยดเลือดซึมออกมาจากผิวคอขาวผ่องของข้า “ตราที่ฮ่องเต้เฟยหลงถืออยู่ในมือตอนนี้ อาจดูไร้อำนาจในสายตาคนนอก แต่ในใจของคนที่เป็นทหารรักษาแผ่นดินอย่างท่าน... ท่านไม่รู้สึกถึง ‘ความร้อน’ ของมันบ้างหรือ? ความร้อนจากความปรารถนาที่จะกอบกู้แผ่นดินที่ร้าวรานให้กลับมาเป็นปึกแผ่นเหมือนวันวาน”
หานเหลียนชะงัก สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหว เขาเหลือบมองสตรีข้างกายที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ข้า ความเงียบในกระโจมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ข้าไม่ได้ต้องการบังคับเขาด้วยอาวุธ แต่ข้าต้องการกระชากหน้ากากแห่งความจงรักภักดีที่ผิดฝาผิดตัวออก
“ข้ามิได้มาเพื่อเรียกร้องให้ท่านทรยศใคร” ข้าลดน้ำเสียงลง ให้ดูอ่อนโยนดั่งสายน้ำที่เซาะหินผา “แต่ข้ามาเพื่อถามหัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกร ว่าท่านจะเลือกประวัติศาสตร์จารึกชื่อท่านไว้ในฐานะสุนัขรับใช้ของคนทรยศ หรือในฐานะวีรบุรุษผู้ปกป้องโอรสแห่งสวรรค์เพื่อความสงบสุขของอาณาประชาราษฎร์”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นด้านนอกกระโจม พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งเหตุ “รายงานท่านแม่ทัพ! อัครมหาเสนาบดีหยางส่งม้าเร็วมาถึงหน้าค่ายแล้ว พะยะค่ะ! พร้อมคำสั่งให้เข้าจับกุมผู้บุกรุกโดยไร้การไต่สวน!”
สีหน้าของแม่ทัพหานเหลียนเปลี่ยนไปทันที แววตาที่สับสนแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนักรู้ เขามองข้า แล้วมองประตูค่ายที่กำลังถูกเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของหานเหลียนตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาเก็บกระบี่เข้าฝักดังฉาดใหญ่ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับองครักษ์ด้วยน้ำเสียงกังวาน
“สั่งปิดประตูค่าย ห้ามใครเข้าหรือออกจนกว่าข้าจะได้รับคำสั่งใหม่! ใครขัดขืน... ตัดหัว!”
ข้าถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกถึงชัยชนะที่แลกมาด้วยความเสี่ยง แต่ทว่า... ก่อนที่ข้าจะทันได้ยิ้มออกมา ร่างของสตรีข้างกายแม่ทัพหานก็ทรุดฮวบลงกับพื้น นางชักกระตุกอย่างรุนแรง เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากของนาง พร้อมกับแววตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวก่อนจะแน่นิ่งไป
แม่ทัพหานเหลียนตวาดลั่นด้วยความตกใจและโศกเศร้า เขาประคองร่างนางไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเงยหน้ามองข้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและสงสัย
“นางมิได้เป็นอะไรเลย... นางเพียงแค่หยิบจอกน้ำชาที่ท่านเพิ่งส่งให้เมื่อครู่!” หานเหลียนคำรามเสียงต่ำ พร้อมกับชักกระบี่เล่มเดิมออกมาจ่อคอข้าอีกครั้ง คราวนี้แรงกดนั้นหนักหน่วงกว่าเดิมจนข้าสัมผัสได้ถึงคมเหล็กที่บาดลึกถึงเนื้อ “บอกข้ามา... ท่านทำอะไรนาง! หรือนี่คือแผนของฮ่องเต้ที่ต้องการสังหารคนของข้าเพื่อบีบบังคับให้ข้าเลือกข้าง!”
ทว่าในวินาทีที่ความโกลาหลพุ่งถึงขีดสุด เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจากเงามืดหลังกระโจม ร่างชายชุดดำผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมา เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือถุงเงินตราประจำตัวของอัครมหาเสนาบดีหยางไว้ในมือ
“แม่ทัพหาน... ท่านเข้าใจผิดไปถนัดนัก สตรีผู้นี้น่ะหรือคือคนของเสนาบดีหยาง? เปล่าเลย... นางคือ ‘ยาพิษ’ ที่ถูกหยางซื่อเจี๋ยส่งมาเพื่อรอเวลาปิดปากท่านต่างหาก เพราะเขารู้ดีว่าท่านเริ่มลังเล... และตอนนี้ เขากำลังจะประกาศว่าท่านเป็นคนสังหารนางเองเพื่อกำจัดพยาน!”
ข้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายคนนั้นภายใต้ผ้าคลุมหน้า... เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนสนิทของฮ่องเต้เฟยหลงที่ข้าคิดว่าถูกกำจัดไปแล้วในเหตุการณ์ลอบสังหารคราวก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมและการช่วงชิงอำนาจนี้กับข้า หลิวเยี่ยนซี นะคะ
หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 25
รอยร้าวในกำแพงเหล็ก
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!