หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 14

ทูตสันถวไมตรี

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากข้าก้าวเท้าออกจากประตูเมืองนี้ไป แล้วไม่ได้กลับมาอีก ท่านจะยังคงยืนกรานที่จะทำลายหมากกระดานนี้ทิ้งเพื่อล้างแค้นเพียงลำพังหรือไม่ ฝ่าบาท" เสียงของข้าเรียบสนิท ทว่ากลับดังกังวานในความเงียบสงัดของห้องทรงอักษร ฮ่องเต้เฟยหลงชะงักพู่กันในมือ น้ำหมึกสีดำขลับหยดลงบนกระดาษเปื้อนคราบแผนที่ทางทหารเป็นวงกว้าง พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้น สายพระเนตรที่เคยดุดันกลับวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามวิสัยของมังกรที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม "เจ้าก็รู้ว่าอัครมหาเสนาบดีหยางไม่ได้ต้องการเพียงบัลลังก์ แต่เขาต้องการให้ข้ากลายเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดที่ไร้รากเหง้า เยี่ยนซี... การส่งเจ้าไปแคว้นเป่ยหรงในฐานะทูตสันถวไมตรี มันคือการส่งเจ้าเข้าปากเสือ" เฟยหลงวางพู่กันลง เสียงของพระองค์ต่ำพร่า เต็มไปด้วยความอัดอั้น ข้าคลี่ยิ้มบาง นิ้วเรียวสัมผัสขอบจอกชาที่เริ่มเย็นชืด "เสือร้ายย่อมไม่กินเหยื่อที่รู้วิธีขย้ำคอหอยมันก่อนตายหรอกค่ะ หากข้าไม่ไป แคว้นเป่ยหรงก็จะจับมือกับหยางกั๋วขุนนางชั่วผู้นั้น บุกประชิดชายแดนในอีกสามเดือนข้างหน้า ถึงตอนนั้นแผ่นดินใต้เงาจันทร์นี้ก็เหลือเพียงกองกระดูก" ข้าขยับตัวลุกขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวที่ข้าพกติดตัวอบอวลไปทั่วห้อง ข้าเดินเข้าไปใกล้พระองค์จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่แผ่ออกมา "การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการยื่นข้อเสนอที่แคว้นเป่ยหรงไม่อาจปฏิเสธได้... ข้าจะเดิมพันด้วยชีวิตของข้า เพื่อแลกกับกองทัพม้าที่ท่านต้องการ" เฟยหลงคว้าข้อมือข้าไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนความห่วงใยที่พระองค์พยายามซ่อนเร้น "ข้าปกป้องตระกูลเจ้าไม่ได้ในอดีต แต่ครั้งนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งบนกระดานการเมืองของใครเด็ดขาด" "ฝ่าบาท..." ข้าเชิดหน้าขึ้นสบสายพระเนตรคมคลา "ถ้าเช่นนั้น ก็จงเข้มแข็งให้มากกว่านี้ จงเป็นมังกรที่ไม่ใช่แค่ประดับบัลลังก์ แต่เป็นมังกรที่กล้าฉีกกระชากหน้ากากของศัตรูให้คนทั้งแผ่นดินได้เห็น ข้าไปครั้งนี้เพื่อปูทางให้ท่าน ไม่ใช่เพื่อไปรอความตาย" การเดินทางสู่แคว้นเป่ยหรงเต็มไปด้วยไอสังหารที่ซ่อนอยู่ภายใต้ทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขา ขบวนทูตเล็กๆ ของข้าเคลื่อนตัวผ่านผืนป่าที่ไร้เสียงนกร้อง ในยามค่ำคืนข้ามักจะนั่งเหม่อมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงสีเงินยวง ราวกับกำลังสะท้อนภาพใบหน้าของบุรุษที่ข้าเพิ่งจากมา ข้าไม่ได้แค่ทำหน้าที่ทูต แต่ข้ากำลังรวบรวมหลักฐานเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงของตระกูลหยางที่เชื่อมโยงกับคนในแคว้นนี้ "ท่านหญิงหลิว... ถึงทางแยกแล้วขอรับ หากเลี้ยวซ้ายเราจะถึงเมืองหลวงแคว้นเป่ยหรงภายในสองวัน แต่ถ้าตรงไป จะเป็นหุบเขาหมอกซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังลับ" องครักษ์ข้างกายเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ข้ากวาดสายตามองแผนที่ในมือ ความเงียบงันเริ่มกัดกินหัวใจ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ 'บางอย่าง' ที่ผิดปกติ กลิ่นคาวเลือดที่ลอยมากับสายลมในป่าทึบเบื้องหน้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ข้าตัดสินใจอย่างเฉียบขาด "เลี้ยวซ้าย... แต่ให้จัดกองกำลังล่อหลอกไปทางหุบเขาหมอกเสีย" ทว่า ก่อนที่คำสั่งของข้าจะถูกถ่ายทอดออกไป เสียงฝีเท้าของม้านับร้อยก็ดังสะท้านขึ้นจากทิศทางที่ข้าเพิ่งสั่งให้เลี่ยงไป! ท่ามกลางหมอกหนาที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นราวกับม่านเหล็ก เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดเนินหิน รูปร่างที่คุ้นตาภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิททำให้ข้าต้องกลั้นหายใจ บุคคลผู้นั้นก้าวลงมาจากม้าช้าๆ ในมือถือม้วนเอกสารประทับตราลับที่ข้าจำได้ดีว่ามันควรจะอยู่ในห้องลับของอัครมหาเสนาบดีหยางเท่านั้น เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงความอำมหิต ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาข้าแทบหยุดหายใจ "ท่านหญิงหลิวเยี่ยนซี... ข้าเฝ้ารอคอยที่จะได้พบเจ้าในฐานะ 'นักโทษ' ของแคว้นเป่ยหรงมานานเหลือเกิน" ร่างนั้นก้าวเข้ามาในรัศมีแสงจันทร์ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของข้ากระตุกวูบ—เขาคือคนสนิทที่สุดของอัครมหาเสนาบดีหยางที่ควรจะอยู่ในเมืองหลวง! หากเขาอยู่ที่นี่ หมายความว่าข่าวเรื่องแผนการของข้าได้รั่วไหลไปถึงหูของหยางกั๋วแล้ว และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทรยศครั้งนี้... อาจจะเป็นคนที่ข้าเชื่อใจที่สุดในวังหลวง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งความบีบคั้นไปกับเยี่ยนซีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%