หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 3

กลยุทธ์นางใน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เจ้าคิดว่าถ้วยชาใบนี้ มีค่าเท่ากับชีวิตของคนผู้หนึ่งหรือเปล่า?” เสียงของหลิวเยี่ยนซีราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม แต่มันกลับดังก้องไปทั่วตำหนักรับรอง นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม จ้องมอง ‘สนมกุ้ยเหริน’ ที่กำลังยืนสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้า บนพื้นเบื้องล่างมีเศษกระเบื้องเคลือบแตกกระจาย และรอยคราบน้ำชาสีเข้มที่กำลังลุกลามราวกับเลือดที่ไหลนองบนพรมปักลายดอกโบตั๋น “เจ้า… เจ้าอย่าได้ใจไปนัก! เจ้าเป็นเพียงนางในที่ฝ่าบาทโปรดปรานชั่วคราว คิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้สามัญชนอย่างเจ้าเหยียบย่ำเกียรติของตระกูลข้าได้!” สนมกุ้ยเหรินแค่นเสียง สั่งให้ข้ารับใช้ล้อมกรอบเยี่ยนซีไว้ สายตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยอำนาจของอัครมหาเสนาบดีหยาง เยี่ยนซีไม่ขยับกาย นางเพียงแค่ยกชายแขนเสื้อขึ้นช้าๆ ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกไปอย่างใจเย็น “เกียรติยศของตระกูลหยาง... ตระกูลที่รับใช้แผ่นดินด้วยความภักดี หรือตระกูลที่กำลังรอคอยให้เจ้าทำพลาด เพื่อที่พวกเขาจะได้มีข้ออ้างในการ ‘กำจัด’ เจ้าทิ้ง เหมือนที่ทำกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้?” คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ สนมกุ้ยเหรินชะงัก สายตาที่เคยดุดันเริ่มสั่นไหว เยี่ยนซีรู้ดีว่าสนมผู้นี้เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกอัครมหาเสนาบดีหยางส่งเข้ามาเพื่อคอยสอดแนม แต่ก็เป็นเบี้ยที่ไร้ค่าในสายตาผู้เป็นอา จึงถูกปล่อยให้ทำตัวโง่เขลาเพื่อดึงดูดความสนใจไปจากแผนการใหญ่ “เจ้าพูดอะไรของเจ้า…” “ข้าพูดในสิ่งที่เจ้ากลัวที่สุดอย่างไรเล่า” เยี่ยนซีลุกขึ้นยืน กลิ่นหอมจางๆ จากถุงหอมประจำตัวลอยอบอวล นางเดินเข้าไปใกล้สนมกุ้ยเหรินจนอีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลัง “คืนนี้มี ‘แขก’ เข้ามาในอุทยานหลวง ฝ่าบาทกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่เจ้ากลับมาเสียเวลาสาดชาใส่ข้า เพื่อหวังจะให้ข้าอับอายและถูกขับออกจากวัง... เจ้าคิดว่าถ้าฝ่าบาททรงทราบว่าเจ้าขัดขวางการกอบกู้สถานการณ์ของข้า เพื่อสนองตัณหาความอิจฉาริษยาเพียงเล็กน้อย หัวของเจ้าจะยังอยู่บนบ่าได้อีกกี่วัน?” สนมกุ้ยเหรินเบิกตากว้าง “เจ้า… เจ้าโกหก! อากล่าวว่าคืนนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย!” “อากล่าวว่า ‘ทุกอย่างจะเรียบร้อย’... หรือว่า ‘ทุกคนจะหายไป’ กันแน่?” เยี่ยนซีกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “จงเลือกเอาเถิด จะเป็นหมากที่ถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ หรือจะเป็นพันธมิตรที่ข้าจะช่วยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชคืนนี้” ในขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด บรรยากาศรอบด้านกลับเงียบสงัดลงอย่างผิดปกติ ความมืดที่ปกคลุมอุทยานเมื่อครู่เริ่มหนาแน่นขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรหลายสิบนายดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก พร้อมกับเสียงกระบี่ที่กระทบกับฝักอย่างพร้อมเพรียง เยี่ยนซีไม่หันไปมอง นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทหารของฮ่องเต้เฟยหลง แต่เป็นคนของหยางอี้ อัครมหาเสนาบดีผู้กุมบังเหียนวังหลวงไว้ในกำมือ “เปิดประตู!” เสียงคำรามจากภายนอกดังสนั่น ประตูไม้แกะสลักถูกถีบจนแทบหลุดออกจากบานพับ เยี่ยนซีหันไปสบตาสนมกุ้ยเหรินด้วยสายตาท้าทาย นางหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่งออกมาจากมวยผม มันไม่ใช่ปิ่นธรรมดา แต่มันคือตราประทับลับที่ฮ่องเต้เฟยหลงเคยมอบให้เพื่อยืนยันสถานะที่ปรึกษาเงา “หากเจ้าอยากรอด ก็จงทำตามที่ข้าบอก ขวางหน้าพวกมันไว้ และจงจำไว้ว่า... ในเกมที่เลือดนองแผ่นดินนี้ ผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักใช้ ‘ความกลัว’ ให้เป็นอาวุธ” ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ท่ามกลางเหล่าทหารที่ยืนเรียงราย ฮ่องเต้เฟยหลงยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาทอประกายเย็นเยียบ แต่เมื่อสายตาประสานเข้ากับเยี่ยนซี ร่องรอยของความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจก็ปรากฏขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที “สนมกุ้ยเหริน เจ้าทำอะไรอยู่?” เสียงของฮ่องเต้ทุ้มต่ำและกังวาน ทรงกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการเผชิญหน้า เยี่ยนซีรู้ดีว่านี่คือวินาทีชี้ชะตา หากสนมกุ้ยเหรินสารภาพเรื่องการกลั่นแกล้ง แผนการที่นางวางไว้เพื่อสร้างความร้าวฉานระหว่างสนมกับอัครมหาเสนาบดีจะพังทลายทันที นางกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ หัวใจเต้นรัวดุจกลองศึก เฝ้ารอคำตอบที่จะตัดสินชะตากรรมของนางและชายที่นางรักในคืนนี้ สนมกุ้ยเหรินก้มหน้าลงช้าๆ ร่างกายของนางสั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้ “ฝ่าบาท… หม่อมฉันเพียงแต่… ตรวจตราความปลอดภัยให้ฝ่าบาท เห็นว่าคนผู้นี้มีท่าทีน่าสงสัย จึงได้เค้นความจริง แต่…” นางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหลิวเยี่ยนซีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แล้วหันกลับไปหาฮ่องเต้ “แต่หลิวเยี่ยนซี… นางมีรายงานลับเรื่องกลุ่มคนที่แฝงตัวอยู่ในอุทยานหลวงเพคะ!” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก เยี่ยนซีลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ หมากตัวนี้... เดินถูกทางแล้ว ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดผ่อนคลายลง ปลายกระบี่เล่มหนึ่งกลับพุ่งทะลุจากเงามืดหลังบานหน้าต่าง ตรงเข้าหาพระศอของฮ่องเต้เฟยหลงโดยไร้สุ้มเสียง! เยี่ยนซีเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความระแวดระวังพุ่งถึงขีดสุด นางกระชากข้อมือของสนมกุ้ยเหรินให้หลบลงพื้นพร้อมกับโถมตัวเข้าขวางทางกระบี่นั้นไว้ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์! เสียงคมดาบปะทะกับโลหะดังสนั่นจนประกายไฟแตกกระจาย พร้อมกับร่างของมือสังหารที่ร่วงลงมาดุจใบไม้ร่วง แต่แล้ว... ใบหน้าของมือสังหารคนนั้นที่ปรากฏใต้หน้ากากสีดำกลับทำให้ฮ่องเต้เฟยหลงต้องชะงักงันจนตัวแข็งทื่อ เพราะเขามีใบหน้าเหมือนกับ ‘บิดา’ ที่ควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้วไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางเลือดและอำนาจนี้ไปกับเยี่ยนซีครับ – หลิวเยี่ยนซี
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงมังกร: บัลลังก์เลือดใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%