"ถ้าคุณกรณ์ยังเดินบ่นเรื่องความชื้นในอากาศกับฝุ่นริมทางอีกสักสามประโยค รินจะถือว่านี่คือการก่อวินาศกรรมทริป และเราจะมาเคลียร์กันด้วยแม่ไม้มวยไทยตรงนี้นะครับ... อ๊ะ หมายถึงตรงนี้นะคะ!"
รินรดาเกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิดพลาดไปนิดเดียว ดีที่ไหวตัวทันกลืนคำลงคอแล้วเปลี่ยนมาถลึงตาใส่ร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่หน้ารีสอร์ทด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่าทางของเขาดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นเล่มดัง มากกว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์รายการท่องเที่ยวที่เพิ่งนั่งรถกระบะฝุ่นตลบอบอวลมาสามชั่วโมงเต็ม
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่รินรดาอยากจะเผลอยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าผ้าใบไว้สักปื้น
"ผมไม่ได้บ่นครับ รินรดา... ผมแค่กำลัง 'วิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์' เพื่อความคุ้มค่าของงบประมาณกองถ่ายที่คุณเสนอมาต่างหาก" กรณ์ลากเสียงยาวในคำหลัง พร้อมกับหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่คาง "โรงแรมสไตล์บูติกโลคัลที่บอกว่าวิวหลักล้าน แต่ทางเข้าเป็นดินลูกรังรถเก๋งช่วงล่างต่ำวิ่งมามีหวังช่วงล่างพังพินาศ แบบนี้เขาเรียกว่าความท้าทายหรือการฆ่าตัวตายทางโลจิสติกส์ครับเนี่ย"
"นี่!" ไกด์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สติที่มักจะกระเจิงหายไปทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนุ่มๆ แต่กวนอวัยวะเบื้องต่ำของนายโปรดิวเซอร์คนนี้ "นี่มันคือวิถีการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและเข้าถึงชุมชนต่างหากเล่า! นักท่องเที่ยวเขาไม่ได้อยากมานอนโรงแรมหรูติดแอร์เย็นฉ่ำแบบที่คุณนั่งทำงานอยู่ในตึกสูงกรุงเทพฯ หรอกนะ คุณกรณ์ผู้ดีมีชาติตระกูล"
ต้นข้าวที่ยืนสะพายกล้องตัวใหญ่เทอะทะอยู่ข้างๆ รีบยกมือขึ้นเป็นกรรมการห้ามทัพ พร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมาแก้สถานการณ์ "ใจเย็นๆ ครับคุณริน คุณกรณ์... เราเพิ่งมาถึงวันแรกเองนะ ให้เวลาปรับตัวกันสักนิดเถอะครับ แดดกำลังร่มลมตก ไปเก็บของแล้วเดี๋ยวเราออกไปถ่ายซีนเปิดตัวริมทุ่งนาข้างรีสอร์ทกันดีกว่านะ"
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสะบัดบ็อบเดินนำลิ่วเข้าไปติดต่อห้องพัก ทิ้งให้กรณ์มองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่น ทว่าในใจของโปรดิวเซอร์หนุ่มไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ปากพูดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... การได้เห็นไกด์สาวตัวเล็กพองขนใส่เหมือนแมวโดนเหยียบหาง มันกลับเป็นสีสันรสจัดจ้านที่ทำให้การทำงานในป่าเขาครั้งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งคณะก็ย้ายมาปักหลักอยู่กลางคันนาเขียวขจี ลมพัดโชยกลิ่นไอโคลนและฟางข้าวมาปะทะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาด ทว่าบรรยากาศเบื้องหลังกล้องกลับคุกกรุ่นยิ่งกว่าเตาถ่าน
"ริน... ยืนเอียงมาทางซ้ายอีกนิดครับ ให้แสงมันสาดเข้าด้านข้าง แล้วตอนพูดแนะนำสถานที่ช่วยยิ้มให้มันละมุนกว่านี้หน่อย เหมือนคุณกำลังโกรธใครมาสามชาติภพแบบนั้น คนดูเขาจะคิดว่ามาทริปหรือมาทวงหนี้นะครับ" เสียงทุ้มของกรณ์ดังลอดออกมาจากหลังจอภาพมอนิเตอร์ในมือ เขากำลังหรี่ตามองภาพผ่านเลนส์ด้วยความจริงจัง
รินรดารed ดรอปไมโครโฟนหนีบปกเสื้อลงเล็กน้อย แล้วหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเหตุที่ทำให้เธออยากจะปาทับหลังใส่หน้าผากสวยๆ นั่นสักที
"ถ้าอยากได้พิธีกรยิ้มสวยหวานน้ำตาลเรียกพี่ ทำไมไม่จ้างเน็ตไอดอลหน้าทาสีโป้วมาทำรายการตั้งแต่แรกละครับคุณกรณ์! จะมาจ้างรินที่เป็นไกด์ลุยๆ ทำไมล่ะ" รินรดาประชดเสียงใส มือเรียวกอดอกแน่น "แล้วอีกอย่าง รินไม่ได้หน้าบูดนะ รินแค่กำลังใช้สมาธิเพื่อไม่ให้เผลอเอากล้องโปรตัวแพงของคุณไปโยนลงนาข้าวข้างๆ ต่างหาก!"
กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะวางแท็บเล็ตลงในมือของต้นข้าว แล้วเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยืนฮึดฮัดอยู่กลางคันนา ความสูงที่แตกต่างกันเกือบหนึ่งคืบทำให้เขาก้มมองเธอลงมาได้อย่างถนัดถนี่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นแดดธรรมชาติลอยมาแตะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"รินรดา..." เสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแพรพราวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "ที่คุณบ่นๆ ผมอยู่นี่... รู้ตัวไหมครับว่ากำลังพูดมากเกินกว่าหน้าที่ไกด์ไปสิบเท่าแล้วนะ"
"ริน... รินแค่ทำหน้าที่อธิบายบริบทของสถานที่ให้ทีมงานเข้าใจต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ!" รินรดาขยับถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดก้อนดิน แต่โชคดีที่มือหนาคว้าข้อศอกเธอไว้ได้ทันอย่างรวดเร็ว แรงสัมผัสอุ่นจัดที่ผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำเอาความร้อนพุ่งพรวดขึ้นมาบนใบหน้าของไกด์สาวทันที
"ระวังหน่อยสิครับ..." กรณ์กระซิบเบอร์เบา แววตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ "ถ้าคุณซุ่มซ่ามตกลงไปในนาโคลนตอนนี้ รายการเราคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น 'โปรดิวเซอร์ตกปลาในตมกับไกด์หน้าเลอะ' แน่ๆ นะครับ"
"นี่คุณ!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินผสมความโมโห เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งออกห่าง แต่จังหวะนั้นเองเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในโทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นรัวเสียก่อน
*ปิ๊ง!*
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย รินรดารีบดึงแขนตัวเองกลับแล้วควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มแชตทีมงาน แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตในมือของกรณ์ที่วางอยู่บนขาตั้งกล้องใกล้ๆ ซึ่งยังไม่ได้ล็อกหน้าจอ และมีหน้าต่างแชตส่วนตัวที่เขากำลังพิมพ์ค้างไว้เด้งขึ้นมาพอดี
ชื่อผู้ติดต่อในแชตนั้น... คือชื่อเล่นของเธอเอง
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อเห็นข้อความยาวเหยียดที่โปรดิวเซอร์ปากแจ๋วคนนี้พิมพ์ค้างไว้ โดยที่เขายังไม่ได้กดส่ง แต่มันกลับสะท้อนเข้าตาเธอยิ่งกว่าแสงแดดยามบ่าย
*'ยัยไกด์ตัวแสบ... ปากเก่งแบบนี้เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักทีว่ารอยยิ้มเวลาเผลอของคุณมันทำให้โปรดิวเซอร์คนนี้ไม่มีสมาธิทำงานมาตั้งแต่สนามบินแล้วนะริน'*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ เธองยหน้าขวับขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าทันที กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าความลับในใจถูกเปิดเผยผ่านหน้าจอ
ยั-- อย่าลืมกดติดตามตอนต่อไปนะครับ นึกภาพรินรดากับคุณกรณ์ในทริปนี้แล้วน่ารักขนาดไหน ฝากส่งกำลังใจให้ "แบกเป้ท่องโลก" ด้วยนะครับ!
ไกด์สาวสายลุยกับโปรดิวเซอร์ปากแจ๋ว ทริปนี้มีกัดกันตายไปข้าง•ตอนที่ 2
แผนล่มเพราะลมปากคุณโปรดิวเซอร์
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับโปรดิวเซอร์ปากแจ๋ว ทริปนี้มีกัดกันตายไปข้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!