"ใบเสร็จค่ากาแฟสองแก้วกับครัวซองต์ช็อกโกแลตเมื่อเช้า... อยู่ไหนครับคุณโปรดิวเซอร์"
เสียงทุ้มติดจะห้วนเล็กน้อยของรินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายบริเวณจุดนัดพบหน้าสถานีรถไฟ การแต่งกายของเธอในวันนี้ชัดเจนว่าพร้อมลุยเต็มสูบ เสื้อฮู้ดสีเขียวขี้ม้ากางเกงคาร์โก้ทะมัดทะแมง และเป้ใบโตที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์เอาตัวรอดสารพัดสิ่ง เธอยืนเท้าสะเอวมองหน้าชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินรีดเรียบกริบที่กำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างไม่ยี่หล่า
กรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองใบเสร็จยับยู่ยี่ในมือของหญิงสาวก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ผมจ้างคุณมาเป็นไกด์พาเที่ยวและประสานงานกองถ่ายนะครับคุณริน ไม่ได้จ้างมาเป็นคนตรวจบัญชีส่วนตัว... อีกอย่าง กาแฟแก้วละแปดสิบบาทนั่นรสชาติแย่กว่าน้ำล้างจาน เสียดายงบประมาณบริษัทแท้ๆ ที่ต้องมาละลายกับอะไรแบบนี้"
รike (ริน) สูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม พยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มล้อหมุน ผู้ชายอะไร ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่าแม่ค้าตลาดสดแถมยังวางท่าหยิ่งยโสราวกับเป็นเทวดาตกสวรรค์ ตั้งแต่ดีลงานกันผ่านโทรศัพท์เมื่อสามวันก่อนจนกระทั่งมาเจอตัวจริงในเช้าวันนี้ ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เขาจะไม่ทำให้เธอรู้สึกอยากเอาส้นรองเท้าผ้าใบอัดเข้าหน้าแข้งสักปราบ
"นี่คุณกรณ์! ถ้าคุณยังทำตัวเรื่องมาก วิจารณ์แม้กระทั่งกาแฟข้างทางแบบนี้ ทริปเจ็ดวันหกคืนนี้ คุณเดินลากกระเป๋าเดินทางล้อลากลูกคุณหนูใบนั้นเที่ยวเองคนเดียวเถอะครับ... อ๊ะ ไม่สิ ฉันหมายถึง เชิญคุณไปหาไกด์คนอื่นเถอะค่ะ!" รินรดาเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปากออกไป ดีที่เบรกทันท่วงทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองกลับมาอย่างจับผิด
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับแว่นสายตาเลนส์ใสกรอบบางเบาเล็กน้อยท่าทีเยnชา "พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ จะทิ้งกองถ่ายกลางทางว่างั้นเถอะ? รู้อย่างนี้ผมไม่น่าเชื่อใจยัย... เอ้ย ไม่น่าเชื่อใจรีวิวในเน็ตที่บอกว่าคุณเป็นไกด์มือหนึ่งหรอก เสียเวลาชะมัด"
"อ้าว! นี่คุณ!"
"พอๆๆ ครับพี่ริน คุณกรณ์ ใจเย็นก่อนครับพี่น้อง" ต้นข้าว ตากล้องหนุ่มร่างท้วมใจดีประจำทีมรีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างแนวรบ ป้องมือห้ามทัพด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พลางส่งสายตาอ้อนวอนมาทางรินรดา "เราเพิ่งมาถึงจุดนัดพบนะครับ ยังไม่ได้ขึ้นรถตู้เลย จะตีกันให้เรตติ้งช่องตกตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะ ข้าวหิวข้าวแล้วด้วย ไปเถอะครับ รีบขึ้นรถไปเคลียร์กันต่อบนรถดีกว่า"
รินรดาค้อนขวับส่งท้ายให้โปรดิวเซอร์ปากแจ๋วไปหนึ่งที ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินนำลิ่วไปขึ้นรถตู้ VIP คันงามที่จอดรออยู่ไม่ไกล ภายในรถแอร์เย็นฉ่ำช่วยบรรเทาความหัวร้อนในอกลงได้บ้าง เธอกระแทกตัวลงนั่งเบาะแถวกลาง กอดอกแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ
ไม่นานนัก เสียงเปิดประตูกรุบกอบก็ตามมา พร้อมกับร่างสูงโปร่งของกรณ์ที่ก้าวขึ้นรถมาอย่างเนิบนาบ เขาวางตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งที่เบาะแถวหน้าสุด ฝั่งตรงข้ามกับเธอพอดี แม้จะมีเบาะกั้นกลางและพนักพิงบังสายตา แต่รินรดาก็ยังสัมผัสได้ถึงออร่าความน่าหมั่นไส้ที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้
รถตู้เคลื่อนตัวออกจากสถานีมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเหนือ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องหนาแน่นเป็นพื้นที่สีเขียวขจีของทุ่งนาและภูเขาไกลๆ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ และเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาจากวิทยุ
รินรดายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเช็กตารางงานและรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวในโปรแกรมวันนี้ แต่นิ้วเรียวยังไม่ทันได้แตะหน้าจอ เสียงแจ้งเตือนแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
*(ข้อความเข้า)*
**กรณ์ โปรดิวเซอร์สุดเป๊ะ:** "กาแฟแก้วเมื่อเช้า... ผมล้อเล่นน่า แค่จะดูว่าคุณทนแรงกดดันได้แค่ไหนสำหรับการทำงานสารคดีภาคสนาม ไกด์สายลุยจำเป็นต้องจิตแข็งกว่านี้สิครับคุณริน"
รินรดาชำเลืองมองผ่านช่องว่างระหว่างเบาะ เห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งอยู่ด้านหน้ากำลังก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์มือถือยุกยิก มุมปากของหมอนั่นกระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้
เธอกัดฟันกรอด นิ้วเรียวรัวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด
**รินรดา ไกด์จำเป็น:** "ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยค่ะคุณโปรดิวเซอร์! จิตฉันแข็งพอที่จะไม่เอาเท้าถีบเบาะคุณตอนนี้ก็บุญแค่ไหนแล้ว หุบปากแล้วนอนไปเลยไป!"
*(ข้อความเข้าทันที)*
**กรณ์ โปรดิวเซอร์สุดเป๊ะ:** "ดุเป็นหมาป่าเลยนะนั่น... แต่เตือนไว้ก่อน ทางข้างหน้าโค้งเยอะ ระวังจะเมารถจนอ้วกใส่เสื้อผมล่ะครับ"
รินรดาทำเสียงฮึดฮัดในลำคอคนเดียวจนต้นข้าวที่นั่งข้างๆ หันมามองด้วยความสงสัย เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้อีกฝ่ายแล้วหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง พยายามสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ทว่า... เส้นทางข้างหน้าเริ่มลาดชันและคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ตามภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน แรงเหวี่ยงจากการเข้าโค้งเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อตรง
ความรู้สึกคลื่นไส้เล็กๆ ตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ รินรดาเริ่มหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม เธอหลับตาปี๋พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เมื่อรถตู้หักศอกกะทันหันเข้าโค้งหักศอกแคบๆ
ร่างของเธอเซถลาไปกระแทกกับกระจกหน้าต่างรถเต็มแรง กระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนตักร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงดังตุ้บ
กรณ์ที่นั่งอยู่เบาะหน้าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาหันขวับกลับมามองทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองอาการหน้าซีดเซียวของหญิงสาวที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่เบาะหลัง
"เฮ้ย คุณริน... ไหวไหมนั่น" กรณ์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความกังวลที่เจ้าตัวอาจไม่ทันรู้ตัว
รินรดายกมือขึ้นโบกปัดเบาๆ พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนอาการพะอืดพะอม "ไหว... ไหวค่ะ ฉันไม่เป็นไร แค่..."
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค รถตู้ก็กระชากตัวแรงอีกครั้งเมื่อคนขับต้องเบรกกะทันหันเพื่อหลบสุนัขที่วิ่งตัดหน้า แรงเหวี่ยงครั้งนี้รุนแรงเสียจนร่างของรินรดาลอยละลิ่วจากเบาะหลัง พุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนที่ศีรษะของเธอจะโขกเข้ากับพนักพิงเบาะหน้าอย่างจัง สองมืออุ่นจัดของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงกระชากดึงรั้งให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างของคนๆ นั้นเต็มแรง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นอายสะอาดสดชื่นลอยแตะจมูก รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาก็พบว่าใบหน้าคมคายของกรณ์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนสัมผัสได้
ดวงตาคมกริบของโปรดิวเซอร์หนุ่มจ้องมองเธอนิ่งสนิท แววตากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างปิดไม่มิด
"บอกแล้วว่าให้ระวัง... ดื้อด้านดีนัก" กรณ์กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือพวงแก้มแดงเรื่อที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือความเขินกันแน่
รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว มือเล็กที่กำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเงียบงันและอบอวลไปด้วยความประหลาด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบนั้นอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ
*(หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ แสดงข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มไลน์กองถ่าย)*
**ผู้กำกับ:** "ถึงจุดชมวิวด้านบนแล้วนะครับทุกคน เตรียมตัวลงไปเซ็ตกล้องถ่ายเปิดรายการได้เลย!"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตากลับมาสบตากลับหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระแสเสียงกระซิบที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
"ดูท่า... ทริปนี้เราคงไม่ได้กัดกันแค่เรื่องกาแฟซะแล้วล่ะมั้งครับคุณไกด์"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเปิดประตูเข้ามาสัมผัสความป่วนชวนใจฟูในทริปนี้ด้วยกันนะครับ
ไกด์สาวสายลุยกับโปรดิวเซอร์ปากแจ๋ว ทริปนี้มีกัดกันตายไปข้าง•ตอนที่ 1
ทริปแรกก็เจอแจ็กพ็อต
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับโปรดิวเซอร์ปากแจ๋ว ทริปนี้มีกัดกันตายไปข้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!