เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 16

ความสำเร็จที่แลกมาด้วยหยดน้ำตา

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของดาร์กช็อกโกแลตแท้ 72 เปอร์เซ็นต์ผสมผสานกับกลิ่นเนยสดแท้จากฝรั่งเศส ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วฮอลล์จัดแสดงขนมหวานระดับนานาชาติ แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาวสะอาดตา ที่ซึ่งผู้หญิงในชุดเชฟสีขาวบริสุทธิ์กำลังบรรจงตกแต่งจานขนมด้วยความประณีต ท่วงท่าของลินินนิ่งสงบ ทว่าเฉียบคมและเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสัมผัส ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามเหลือบมองไปยังกลุ่มแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่เบียดเสียดกันเข้ามาด้านหน้าเวที โดยเฉพาะร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด… ธามัน อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ใบหน้าคมคายนั้นกำลังซีดเผือด แววตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อเด็กชายตัวน้อยแก้มป่อง ดวงตากลมโตเป็นประกาย และจมูกรั้นเชิดรั้นที่ถอดแบบมาจากใบหน้าของเขาและลินินอย่างไม่มีผิดเพี้ยน กำลังซุกใบหน้าออดอ้อนอยู่กับชายเสื้อของเชฟสาว ท่ามกลางเสียงฮือฮาจากผู้สื่อข่าวที่รัวชัตเตอร์กันจนแฟลชวาววับ "คุณลินินคะ เมนูใหม่ในวันนี้มีชื่อว่าอะไรและมีความพิเศษอย่างไรหรือคะ ทางเราทราบมาว่านี่เป็นการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียด้วย" เสียงนักข่าวสาวจากสำนักพิมพ์ชื่อดังเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลง ลินินวางมีดปาดครีมลงบนถาดอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มนั้นช่างงดงาม ทว่ากลับเยียบเย็นจนทำให้คนที่ยืนมองอยู่ใกล้ที่สุดอย่างธามันรู้สึกหนVเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตามองฝูงชนก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าตื่นตระหนกของอดีตสามี "เมนูนี้มีชื่อว่า 'The Bitter Sweet Symphony' ค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงพลังก้องกังวานผ่านไมโครโฟน "มันคือมูสช็อกโกแลตสอดไส้ราสเบอร์รี่เปรี้ยวอมหวาน ชั้นล่างสุดคือบิสกิตที่บดขยี้จนแหลละเอียด… คล้ายกับความพยายามที่จะประกอบเศษซากความทรงจำที่พังทลายขึ้นมาใหม่ ขนมชิ้นนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อเตือนใจว่า รสชาติที่ขื่นขมที่สุดในอดีต หากเรากล้าพอที่จะเคี้ยวมันให้ละเอียด กลืนมันลงไป และเรียนรู้จากมัน วันหนึ่งความหวานที่ซ่อนอยู่ข้างในก็จะปรากฏขึ้นอย่างงดงามค่ะ" เสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์ ทว่าในความรู้สึกของธามัน เสียงเหล่านั้นกลับดังอื้ออึงราวกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าใส่หน้าอกจนหายใจไม่ออก สมองของเขาราวกับหยุดทำงาน ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนไหลย้อนกลับมา ราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ตบหน้าเขาฉาดใหญ่—วันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี วันที่เธอหอบเอาท้องโตๆ และคราบน้ำตาเดินออกจากบ้านคฤหาสน์หลังโตโดยที่เขาไม่เคยเหลียวแล และวันนี้… ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่า กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะเชฟระดับโลก พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยที่ประกาศชัดเจนทางสายตาและสายเลือดว่าคือ "ทายาท" ของเขา ธามันก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือหนาที่กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดสั่นเทา ลมหายใจสะดุดติดขัด หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด ทั้งความละอายใจ และที่สำคัญที่สุด… ความหวาดกลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่มีวันหันกลับมามองเขาอีก "แม่ครับ… ลุงคนนั้นมองแม่แปลกจดจ้องอีกแล้ว" เสียงใสแจ๋วของน้องต้นกล้า เด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงวดของช่วงชิมอาหาร มือเล็กๆ ดึงชายเสื้อเชفของลินินเบาๆ พร้อมกับชี้ไปยังร่างสูงที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ไม่ไกล ลินินก้มลงมองลูกชายด้วยสายตารักใคร่สุดหัวใจ เธอย่อตัวลงลูบศีรษะทุยของแก้วตาดวงใจอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของธามันที่ส่งสายตาเวทนาแกแกมขอร้องมาให้ สายตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสำนึกผิดที่สายเกินแก้… แต่สำหรับลินินแล้ว มันช้าเกินไป สิบแปดเดือนที่เธอต้องอุ้มท้องเผชิญชะตากรรมลำพัง ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ไม่มีใครยื่นมือมาโอบกอดเธอเลยสักคน ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว เธอยกถาดขนมชิ้นเอกที่เสร็จสมบูรณ์ส่งให้กับพิธีกรบนเวที ก่อนจะหันมาสบตากับธามันตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง "เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านชิมได้เลยนะคะ… อ้อ โดยเฉพาะคุณธามันค่ะ ดิฉันหวังว่ารสชาติของความพ่ายแพ้ในวันนี้ จะช่วยให้คุณตระหนักได้ว่า มีบางสิ่งบนโลกใบนี้ ต่อให้คุณมีเงินทองมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีวันซื้อคืนกลับมาได้อีกแล้ว" ประโยคสั้นๆ ที่บาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ธามันรู้สึกเหมือนถูกกรีดกลางใจจนแทบยืนไม่ไหว เขาก้าวพรวดพราดฝ่าฝูงชนพยายามจะเข้าไปประชิดตัวเธอ ทว่าถูกการ์ดของงานกันเอาไว้เสียก่อน "ลินิน! ผมขอร้อง… ขอโอกาสให้ผมได้พูดคุยกับคุณและลูกสักครั้งเถอะนะ!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้สั่นเครือและเต็มไปด้วยความเวทนาจนน่าสมเพช ลินินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาเป็นเพียงอากาศธาตุในสายตาเธอ เธอจูงมือลูกชายตัวน้อยเตรียมจะเดินลับหายเข้าไปหลังเวที ทว่าจังหวะนั้นเอง ธามันก็สะบัดตัวจากการ์ดแล้วพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ดวงตาคมแดงก่ำเต็มไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังที่เอ่อล้น "ปล่อยค่ะ! ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันแจ้งความข้อหาอนาจารและรบกวนการทำงาน!" ลินินสะบัดข้อมือออกอย่างรุนแรง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด ในวินาทีที่ธามันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำวิงวอนรอบใหม่ ประตูห้องรับรองพิเศษด้านหลังเวทีก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลภูมิฐาน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาเดินตรงเข้ามาโอบไหล่บางของลินินอย่างสนิทสนม พร้อมกับยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ธามันดูด้วยสายตาท้าทาย "ขอโทษด้วยนะครับคุณธามัน… ในฐานะ 'สามีใหม่' และ 'พ่อบุญธรรม' ตามกฎหมายของน้องต้นกล้า ผมเกรงว่าคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องภรรยาของผมนะครับ" ธามันเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อก้มลงมองชื่อบนหัวกระดาษเอกสารทางกฎหมายที่ระบุสถานะครอบครัวใหม่ของลินินอย่างชัดเจน… ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของลินินในบทนี้นะคะ บทหน้าความดราม่าจะยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น ฝากติดตามด้วยนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%