กลิ่นหอมกรุ่นของดาร์กช็อกโกแลตแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่กำลังละลายอยู่ในอ่างผสมสเตนเลสสตีล ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องครัวส่วนตัวของร้านเบเกอรี่ชื่อดังผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความร้อนระอุจากเตาอบและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะกัน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งสองตึงเครียดเสียจนแทบจะตัดกันขาดด้วยมีดปาดเค้ก
"ตกใจเหรอคะคุณธามัน... หรือว่าคุณกำลังคิดถึงรสชาติของความพ่ายแพ้อยู่พอดี?"
คำถามนั้นยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลงบนความเงียบงัน ธามันยืนนิ่งค้างอยู่ตรงขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน มือหนาที่มักจะถือแฟ้มเอกสารธุรกิจนับร้อยล้านสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามจะซ่อนมันไว้ภายใต้เนื้อผ้าสูทราคาแพง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมองเห็นลินินเป็นเพียงอากาศธาตุในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
ลินินไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือพลาสติกใสยังคงบรรจงบีบวิปครีมรสวานิลลามาดากัสการ์ลงบนหน้าทาร์ต์ช็อกโกแลตอย่างประณีต ทุกท่วงท่าและจังหวะจะโคนเต็มไปด้วยความมั่น
มั่นคง นิ่งสงบ และเฉยชา... ความเฉยชาที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายที่เคยครอบครองทุกอย่าง
"ลินิน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจเอמהออกมาราวกับคนหมดแรง มันแหบพร่าและสั่นเครือ "เรา... เราคุยกันก่อนได้ไหมครับ เอ่อ... หมายถึง... เราคุยกันหน่อยเถอะนะ"
เชฟสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป แต่เธอก็ไม่ได้หยุดมือ วางหัวบีบครีมลงบนถาดสแตนเลสอย่างนิ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ ถอดถุงมือออกทีละนิ้วด้วยท่าทางแสนจะใจเย็น เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หันไปเผชิญหน้ากับอดีตสามีที่ตอนนี้สภาพจิตใจแทบไม่เหลือชิ้นดี
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ประกายความรักและความเวทนาให้เขาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ว่างเปล่า... ว่างเปล่าเสียจนน่าใจหาย
"คุยเหรอคะ?" ลินินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับคมมีด "เรายังมีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกหรือคะคุณธามัน เรื่องธุรกิจร้านขนมของฉัน หรือว่าเรื่องความล้มเหลวในชีวิตสมรสที่เราต่างก็รู้ดีว่าใครเป็นคนทำลายมันตั้งแต่แรก?"
"ผม... ผมรู้ว่าผมมันโง่" ธามันก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขวqu ยื่นมือออกไปคว้ามือเธอ แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อลินินถอยหลังหลบไปหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณในอดีตมันเลวร้ายแค่ไหน ลินิน... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากบ้านหลังนั้น ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่นึกเสียใจ ไม่มีวันไหนที่ผมไม่ฝันถึงคุณ... คุณจำวันที่เราไปเรียนทำขนมด้วยกันที่ปารีสได้ไหม วันนั้นที่คุณทำมาการองไหม้แล้วร้องไห้... ผมยังจำรอยยิ้มของคุณได้ดีนะ"
คำพูดพรั่งพรูออกมาจากปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย่อหยิ่งที่สุดในวงการธุรกิจ ธามันกำลังขุดคุ้ยความทรงจำเก่าๆ ความหวานชื่นในอดีตที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำและโยนทิ้งราวกับไม่มีค่า เพื่อหวังจะใช้มันเป็นสะพานเชื่อมกลับมาหาหัวใจที่ตายด้านดวงนี้อีกครั้ง
ทว่า... สิ่งที่เขาลืมคิดไปก็คือ หัวใจที่ถูกทุบทำลายจนละเอียดเป็นผุยผง เมื่อมันถูกประกอบขึ้นมาใหม่ด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด มันไม่ได้ถูกสร้างด้วยอิฐและปูนธรรมดา แต่มันถูกหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้าแห่งความด้านชา
ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงที่เย็นเยียบและเสียดแทงหัวใจคนฟังยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก
"ความทรงจำเหรอคะ?" เธอยิ้มมุมปาก สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความสมเพช "น่าขันเสียจริงนะคะคุณธามัน ผู้ชายที่บอกว่าเกลียดกลิ่นขนมหวาน บอกว่ามันไร้สาระและเสียเวลาชีวิต วันนี้กลับมานั่งรื้อฟื้นเรื่องมาการองไหม้ในวันวานเพื่ออะไรคะ? หรือว่าธุรกิจพันล้านของคุณกำลังประสบปัญหา จนต้องมาเรียกร้องความเห็นใจจากผู้หญิงที่คุณเคยไล่ส่งราวกับหมอราวกับปลา?"
"ไม่ใช่! ลินิน! ไม่ใช่แบบนั้นเลย!" ธามันละล่ำละลักปฏิเสธ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขารem สติและก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะ มือหนาวางทราบลงบนพื้นผิวหินอ่อน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเธออย่างเวทนา "ผมไม่ได้ต้องการเงิน ผมไม่ได้ต้องการความสงสาร... ผมแค่ต้องการคุณ ลินิน... ผมต้องการคุณกลับมา ให้โอกาสผมได้ไหม ให้ผมได้ไถ่บาปในสิ่งที่ผมทำกับคุณ ชดเชยเวลาทั้งหมดที่ผมละเลยคุณ..."
"ไถ่บาป?" ลินินทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและแป้งอบกรุ่นลอยแตะจมูก แต่มันช่างตัดกับความเย็นชาในแววตาของเธอเหลือเกิน "บาปที่คุณทำกับฉัน มันไม่ใช่แค่การละเลยนะคะคุณธามัน... มันคือการฆ่าความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งให้ตายทั้งกลมในบ้านหลังใหญ่โตแต่มืดมนหลังนั้น"
ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ ช่วงเวลาที่เธอแพ้ท้องอย่างหนักจนยืนไม่ไหว แต่กลับต้องนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นที่ว่างเปล่าจนถึงตีสอง ข้อความเตือนสติจากผู้หญิงคนอื่นที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา และคำพูดดูถูกเหยียดหยามที่ว่า *'เธอเป็นได้แค่กาฝากเกาะฉันกิน อย่าทำตัวน่ารำคาญ'*
ทุกลมหายใจในตอนนั้นแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดในใจ
"คุณบอกว่าคุณเสียใจ..." ลินินกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนฟัง "แล้วรู้ไหมคะว่าตอนที่ฉันแท้งลูก... ตอนที่ฉันนอนหนาวเหน็บอยู่บนเตียงโรงพยาบาลโดยไม่มีแม้แต่เงาของคุณอยู่เคียงข้าง คุณอยู่ที่ไหน? คุณกำลังดินเนอร์ฉลองดีลธุรกิจร้อยล้านกับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่เหรอ?"
ร่างสูงของธามันชะงักกึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจและเจ็บปวดร้าวลึกริมฝีปากอ้าค้าง คำพูดแก้ตัวทั้งหมดจุกแน่นอยู่ที่ลำคอเปล่งเสียงออกมาไม่ได้สักคำ
"แท้ง...?" เขากระซิบเสียงสั่น ทรรศนะพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตา "คุณ... คุณท้องเหรอ ลินิน... ทำไม... ทำไมคุณถึงไม่บอกผม?"
"บอกคุณเหรอคะ?" เชฟสาวแค่น
"บอกผู้ชายที่บอกว่าเด็กคนนั้นคือภาระ คือโซตรึงที่น่ารำคาญเนี่ยนะ?" ลินินแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาใสๆ คลอเบ้าตาคู่สวยแต่เธอตวัดตามองเพดานเพื่อสะกดมันไว้ ไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอเป็นอันขาด "วันนั้นที่คุณเหยียบย่ำหัวใจฉันจนไม่เหลือชิ้นดี ฉันตัดสินใจแล้วค่ะว่า ฉันจะไม่มีวันให้ผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณได้มีโอกาสรับรู้ความเป็นพ่อของเด็กคนนั้น... และตอนนี้ คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยถึงชื่อเขาด้วยซ้ำ!"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบสงบลงอย่างน่ากลัว มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นที่ส่งเสียงหึ่งๆ เบาๆ ธามันรู้สึกราวกับมีใครเอามือมาบีบหัวใจของเขาจนแหลกสละ ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้มันหนักหนาสากกรรจ์เกินกว่าที่ผู้ชายอีโก้สูงอย่างเขาจะรับไหว ความผิดบาปในอดีตไม่ได้เป็นเพียงแค่รอยแผลเป็น แต่มันคือหลุมศพที่เขาขุดฝังอนาคตของตัวเองและคนที่เขารักเอาไว้ด้วยมือของเขาเอง
เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ มือหนาสั่นเทายกขึ้นกุมขมับ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในปฐพีไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ลินิน... ผมขอโทษ... ผมขอโทษ..." เสียงครางฮืออย่างเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก "ผมสมควรตาย... ผมมันเลวที่สุด... ขอร้องล่ะ... ลงโทษผมเถอะ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ขอแค่..."
"ลุกขึ้นค่ะ" เสียงของลินินราบเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น เธอมองก้มมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่แทบเท้า ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองก้อนหินข้างทาง "การคุกเข่าร้องไห้ของคุณตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ลูกของฉันฟื้นคืนมาได้ และมันก็ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ผ่านมาของฉันลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว เชิญกลับไปเถอะค่ะ... ร้านของฉันกำลังจะเปิดแล้ว และฉันไม่มีเวลามานั่งดูละครน้ำเน่าของอดีตสามีที่เพิ่งสำนึกผิดตอนที่สายเกินไป"
พูดจบ ลินินก็หันหลังให้ทันที เธอหยิบถาดทาร์ต์ช็อกโกแลตขึ้นมาเตรียมจะเดินไปที่ประตูเชื่อมกับหน้าร้าน ปล่อยให้ธามันจมอยู่กับความทุกข์ระทมบนพื้นห้องครัวตามลำพัง
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินนั้นเอง เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยหน้าประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยประมาณสามขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาข้างใน โดยมีพี่เลี้ยงพยายามวิ่งตามแทบไม่ทัน
"คุณแม่ขา! น้องปั้นจั่นอยากกินเค้กช็อกโกแลตอันนั้นค่ะ!"
เสียงใสๆ นั้นทำให้ธามันที่กำลังก้มหน้าสะอื้นอยู่บนพื้นถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขารีบเงยหน้าขึ้นขวับ หยาดน้ำตานองหน้าหันไปมองตามต้นเสียงทันที และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของเขาก็แทบจะหยุดชะงักลงตรงนั้น
เด็กชายตัวน้อยแก้มป่อง ดวงตากลมโตเป็นประกาย และจมูกรั้นเชิดรรั้นที่ถอดแบบมาจากใบหน้าของเขาและลินินอย่างไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนกอดขาเชฟสาวอยู่ตรงหน้าประตู... พร้อมกับสายตากลมโตคู่นั้นที่หันมามองหน้าเขาอย่างฉงนสนเท่ห์
----------------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมอินไปกับความดราม่าสะใจนี้นะคะ (เมฆหมอกสีชมพู)
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 15
คำสารภาพที่ไม่ถูกจังหวะ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!