กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของวานิลลามาดากัสการ์และช็อกโกแลตแท้เปอร์เซ็นต์สูงลอยอวลอยู่ในห้องครัวส่วนตัวของร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับไม่ได้หอมหวานละมุนละไมเหมือนกลิ่นขนมเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
"คุณยังกล้าก้าวเข้ามาที่นี่อีกหรือคะ คุณธามัน"
น้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ลินินยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน มือเรียวบรรจงปาดครีมสีขาวบริสุทธิ์ลงบนเค้กแต่งงานทรงสูงด้วยความประณีตราวกับงานศิลปะชั้นสูง โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ธามันกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาเมื่อครั้งอดีต บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดร้าวลึกจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขากวาดสายตามองร่างระหงในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้... เธอกลับเปล่งประกายเจิดจ้าและงดงามเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือคว้ากลับคืนมาได้
"ผม... แค่อยากมาคุยกับคุณ ลินิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนอย่างคน1ที่สูญเสียการควบคุม
"เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ สถานะของเรามันจบลงตั้งแต่หน้าที่หย่าถูกเซ็นชื่อลงไปแล้ว หรือว่าความจำของคุณจะมีปัญหาจนต้องให้ดิฉันช่วยรื้อฟื้นความทรงจำด้วยขนมต้อนรับความพ่ายแพ้สักชิ้นดีคะ" ลินินวางไม้พายลงบนถาด เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เธอยืดตัวตรง เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด
ธามันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉานใหญ่ด้วยคำพูดและท่าทีเยືือกเย็นนั้น เขาไม่โกรธ... เพราะเขารู้ดีว่าตัวเขาเองต่างหากคือผู้ที่ทำลายทุกอย่างลงด้วยมือคู่นี้ ความเย่อหยิ่ง การไม่แยแส และความเชื่อมั่นว่าเธอไม่มีวันไปไหน คือโซ่ตรวนที่เขาโง่เขลาเอามาพันMคอตัวเอง
ในอดีต เขามองข้ามหยดน้ำตาของเธอ มองข้ามกลิ่นหอมของเค้กที่เธอตั้งใจอบให้ในวันครบรอบแต่งงานที่เขาเลือกจะไปดินเนอร์กับคู่ค้ารายอื่น เขามองว่าเธอเป็นเพียงของตายที่น่ารำคาญ แต่ทว่า... นับตั้งแต่วันที่เธอหันหลังเดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้น พร้อมกับใบหย่าและแววตาที่ตายด้าน บ้านทั้งหลังก็กลายเป็นสุสานไร้ชีวิตชีวา
ไม่มีกลิ่นขนมหวาน ไม่มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบา และไม่มี... รอยยิ้มที่แม้จะเจื่อนเศร้าแต่ก็เต็มไปด้วยความรักของเธออีกต่อไป
ธามันก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิดราวกับคนใกล้ตายที่โหยหาออกซิเจน "ผมรู้ว่าผมเคยเลวร้ายแค่ไหน ลินิน... ผมรู้ว่าคำขอโทษมันไร้ค่าสำหรับผู้หญิงที่ถูกทำร้ายจิตใจมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เชื่อผมเถอะว่า... ตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไป ผมไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน"
ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่กรีดแทงหัวใจของธามันให้แหลกละเอียดเป็นจุล
"มีความสุขหรือคะ? แล้วที่คุณทำกับดิฉันตลอดสามปีล่ะคะ เรียกว่าความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นหรือเปล่า? คุณธามันคะ... คนเราถ้ารู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในมือ ก็ต่อเมื่อมันกลายเป็นอดีตไปแล้วสินะคะ แต่น่าเสียดาย... ขนมที่ขึ้นราแล้ว ต่อให้คุณจะพยายามเอามาปัดฝุ่นทาแยมใหม่มากแค่ไหน รสชาติมันก็ไม่มีวันกลับมาอร่อยเหมือนเดิมหรอกค่ะ"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำให้ธามันเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความจริงที่ว่าเขากำลัง "หลงรัก" อดีตภรรยาตัวเองเข้าอย่างจังในยวันที่สายเกินไป กำลังกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบแหลกสลาย เขาไม่ได้รักเธอตอนที่เธอยังเป็นของเขา แต่เขากลับมารัก... ในวันที่เธอเป็นอิสระและหัวใจของเธอกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
"ผมรักคุณ..." คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจหลุดรอดริมฝีปากหยักลึก ธามันไม่สนศักดิ์ศรีหรือมาดนักธุรกิจหมื่นล้านอีกต่อไปแล้ว ในนาทีนี้ เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมคุกเข่าต่อหน้าความพ่ายแพ้ที่แท้จริง "ลินิน... ผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมรักคุณ ผมรักผู้หญิงที่ทำขนมเก่งที่สุดคนนี้ ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ?"
ลินินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสองสีประกายวาววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน เธอมองชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่บัดนี้กำลังยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตรงหน้า ภาพสะท้อนของความเจ็บปวดที่เธอกลืนกินเข้าไปนับพันครั้งไหลย้อนกลับมา แต่มันไม่ได้ทำให้เธอนึกสงสาร... มันกลับยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้ว่า รสชาติของการแก้แค้นและความเจ็บปวดที่เธอได้รับในอดีต ได้ถูกส่งต่อให้เขาลิ้มลองจนหมดสิ้นแล้ว
"คำว่ารักของคุณมันมาสายเกินไปค่ะ... คุณธามัน" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิต "และที่สำคัญ... ดิฉันไม่ได้ต้องการความรักจากคนที่เพิ่งสำนึกได้ในวันที่สายเกินแก้หรอกค่ะ เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะเรียก Security มาเชิญคุณออกไป"
พูดจบ ลินินก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอหยิบมีดตัดแต่งเค้กขึ้นมาเตรียมทำ1งานต่อ โดยไม่ชายตาแลร่างสูงที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย
ธามันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขารู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังเดินออกจากร้านด้วยความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แปะอยู่บนตู้เย็นกระจกใสข้างเคาน์เตอร์
มันเป็นรูปวาดลายเส้นฝีมือเด็กอนุบาล... รูปครอบครัวที่มีผู้หญิงหน้าตาคล้ายลินิน ผู้ชายที่ถูกขีดฆ่าใบหน้าทิ้ง และเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ถักเปียสองข้างกำลังชูเค้กรูปหัวใจ
และที่มุมกระดาษ มีลายมือตัวบรรจงเขียนไว้ว่า... *'คุณแม่ขา วันนี้คุณพ่อใจร้ายคนนั้นจะมาอีกไหมคะ? น้องนามิคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ'*
ธามันชะงักกุน ลมหายใจสะดุดกึกทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อประตูหลังร้านที่เชื่อมต่อกับที่พักส่วน
ตัวถูกผลเปิดออก พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งถือตุ๊กตาหมีออกมา
"คุณแม่ขา... นามิวาดรูปเสร็จแล้..." เด็กน้อยหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้ายืนอยู่ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย
ธามันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ขาของเขาก้าวไม่ออกเมื่อใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงคนนั้นถอดแบบมาจากตัวเขาและลินินราวกับแกะ... และที่สำคัญที่สุด เธอบอกว่าคิดถึง "คุณพ่อ" อย่างนั้นหรือ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 25
คำว่ารักที่สายเกินไป
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!