“ลินิน... นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมเด็กคนนี้ถึงหน้าตาเหมือนผม... เหมือนผมตอนเด็กๆ ไม่มีผิดเพี้ยน!”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความสั่นพร่าลอดผ่านไรฟันของธามัน ความเงียบงันในลานจอดรถยามค่ำคืนราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของอากาศ ลินินยืนนิ่งเป็นรูปปั้น เปลือกตาสفลลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งบนหน้าขนมเค้กในตู้แช่
เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ความเงียบที่ทอดยาวระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากพอที่จะกดทับความเย่อหยิ่งทระนงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครให้พังทลายลงทีละน้อย
“คุณตาฝาดไปแล้วมั้งคะ, คุณธามัน” ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับปลายมีดปอกผลไม้ที่ถูกลับจนขึ้นเงา “เด็กบนโลกนี้ที่หน้าตาคล้ายกันมีตั้งมากมาย ลูกชายดิฉัน... เขาเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับอดีตที่มันตายไปแล้วทั้งสิ้นค่ะ”
มือเรียวบางที่สวมเสื้อคลุมกันหนาวสีเบจเอื้อมไปกุมมือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังอย่างปกป้อง สัมผัสอบอุ่นนั้นส่งผ่านไปยังตัวเด็กน้อย ทำให้ “น้องรัน” ขยับเข้ามาซุกตัวแนบชิดมารดา ดวงตากลมโตใสแจ๋วคู่นั้นเงยขึ้นมองชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายตนเองด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปซบกับลำตัวของมารดาอย่างไม่ไว้ใจ
ภาพนั้น... ภาพที่เด็กชายซุกซบลงบนอ้อมกอดของลินิน คือภาพสะท้อนของความอบอุ่นที่ธามันไม่เคยได้รับ และเป็นสิ่งที่เขาเคยผลไสไล่ส่งมันออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน
หัวใจของธามันกระตุกวูบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกข้างซ้ายราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมาดมั่น บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความสับสนและตื่นตระหนก เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมหมายจะคว้าข้อมือของหญิงสาวเพื่อเค้นหาความจริง แต่ลินินกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง ท่าทีที่ห่างเหินและรังเกียจเดียดฉันท์นั้นเด่นชัดเสียจนเขาต้องชะงักค้างกลางอากาศ
“ถอยไปค่ะ” เธอเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาตรงๆ “อย่าลืมสถานะของเราตอนนี้สิคะ คุณธามัน เราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญโคจรมาเจอกันในร้านขนมหวาน และกรุณาอย่าล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของดิฉันกับลูกอีก”
คำว่า ‘ลูก’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะของธามันจนมึนงง เลือดในกายของเขากำลังเดือดพล่านด้วยสมมติฐานมากมายที่วิ่งวนอยู่ในหัว หากเด็กคนนี้มีอายุสี่ขวบ... นั่นหมายความว่าเขาถูกตั้งครรภ์ขึ้นในช่วงเวลาที่ลินินยังคงใช้สถานะภรรยาในนามของเขา ช่วงเวลาที่เธอยังคงยืนรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารทุกค่ำคืน ช่วงเวลาที่เขาเอาแต่หันหลังให้และบอกว่าเธอเป็นแค่วัตถุไร้ค่าในบ้านหลังใหญ่
ธามันกวาดสายตามองลินินใหม่อีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ และนั่นคือวินาทีที่เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่โหดร้าย
ตลอดเวลาสามปีที่แต่งงานกัน เขามองเห็นลินินเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืด น่าเบื่อ และไม่มีพิษภัย เป็นภรรยาที่ได้มาจากการคลุมถุงชนที่เขาไม่เคยชายตามองแม้แต่น้อย เขามักจะปล่อยให้เธอนั่งทานอาหารคนเดียวท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์หลังโต ปล่อยให้เธอจมอยู่กับกองตำราทำขนมที่เขาเคยเยาะเย้ยว่าเป็นแค่งานอดิเรกไร้สาระ แต่ในวันนี้... หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับไม่ใช่ลินินคนเดิมอีกต่อไป
เสื้อผ้าคัทติ้งเนี้ยบที่ขับเน้นสัดส่วนอรชรให้ดูสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทที่ดัดเป็นลอนคลื่นธรรมชาติรับกับกรอบหน้าเรียวสวย ผิวพรรณเปล่งประกายอิ่มเอิบ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘แววตา’ แววตาที่เคยฉายแววตัดพ้อ อ่อนแอ และรอคอยความรักจากเขา บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจ ความเข้มแข็ง และรัศมีของความสำเร็จที่เปล่งประกายเจิดจ้าจนเขาแทบแสบตา
เธอกลายเป็นเชฟขนมหวานมือหนึ่งผู้เป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่แม้แต่แขกวีไอพีในแวดวงสังคมของเขายังต้องต่อคิวรอซื้อ เธอยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างาม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเศษเงินหรือความเมตตาจากตระกูลธนบวรโชติแม้แต่น้อย
“คุณเปลี่ยนไปมาก... ลินิน” เสียงของธามันแผ่วเบาลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเย่อหยิ่งทระนงก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าในอก “คุณเก่งขึ้น... สวยขึ้น จนผมแทบจำไม่ได้”
ลินินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาที่เคลือบอยู่บนมุมปาก
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ แต่เสียดายจัง... ที่สายตาของคุณเพิ่งจะมามองเห็นคุณค่าของดิฉันเอาในวันที่มันสายเกินไป” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตาที่เต็มไปด้วยบาดแผลในอดีตให้พุ่งตรงไปยังเขา “ถ้าคุณมัวแต่เสียเวลามายืนเพ้อเจ้ออยู่ตรงนี้ เกรงว่าลูกค้าที่ร้านของคุณคงจะรอนานนะคะ... เชิญค่ะ”
พูดจบ ลินินก็อุ้มเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ธามันยืนนิ่งอยู่กลางลานจอดรถลำพัง ลมหนาวพัดโชยปะทะแผ่นหลังของเขา แต่มันกลับไม่หนาวเหน็บเท่ากับความรู้สึกสูญเสียที่กัดกินขั้วหัวใจในเวลานี้
ภาพแผ่นหลังที่ตั้งตรงและมั่นคงของหญิงสาว ทำให้ธามันตระหนักได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในชีวิตว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่า ‘ขาดเขาไม่ได้’ แท้จริงแล้วคือคนที่ ‘ไม่เคยต้องการเขาเลยต่างหาก’ และยิ่งเขาเห็นรอยยิ้มที่เธอก้มลงพูดคุยกับเด็กชายตัวน้อยระหว่างเดินขึ้นรถหรูคันเล็ก ความรู้สึกผิดบาปและความอยากเอาชนะก็ยิ่งโหมกระหน่ำขึ้นในอกราวกับไฟลามทุ่ง
เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปเด็ดขาด... ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกของเขาหรือไม่ก็ตาม!
ธามันหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วเพื่อจะวิ่งตามไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่ทว่า จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดตั้งใจจะกดปิด แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
มันคือข้อความจาก “ทนายความส่วนตัว” พร้อมกับไฟล์แนบเอกสารสแกนแผ่นหนึ่ง
[เรียน คุณธามัน เอกสารผลตรวจ DNA อย่างเป็นทางการระหว่างท่านและเด็กชายรันธกร (น้องรัน) ที่ท่านให้ผมแอบไปเก็บตัวอย่างเส้นผมจากร้านเบเกอรี่มาเมื่อวานนี้... ผลออกแล้วครับ และตัวเลขความน่าจะเป็นทางพันธุกรรมคือ...]
ดวงตาของธามันเบิกโพลง นิ้วมือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะกดเปิดไฟล์เอกสารเพื่ออ่านความจริงที่อาจพลิกชีวิตของเขาไปตลอดกาล—
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 10
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!