เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกับจานเซรามิกเนื้อดีดัง ‘เคร้ง’ สะท้อนก้องห้องอาหารส่วนตัวของภัตตาคารหรู บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยความอึดอัดชนิดที่แม้แต่กลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ชั้นเลิศก็ยังไม่อาจเจือจางความตึงเครียดลงได้เลยแม้แต่น้อย
“แม่ว่าหนูลินินควรจะรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวมากกว่านี้นะคะ”
คุณหญิงรัชนี มารดาผู้ให้กำเนิดของธามัน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรกะраตโตเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับต้องการตอกย้ำสถานะและอำนาจเหนือกว่าที่นางยึดถือมาตลอดชีวิต
ลินินไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม ริมฝีปากอิ่มระบายรอยยิ้มบางเบาอย่างผู้มีชัย ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ความเกรงกลัว ผิดกับธามันที่นั่งอยู่ข้างมารดา สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบฉายแววความกังวลและหงุดหงิดระคนกัน เขาเหลือบมองอดีตภรรวังครั้งสลับกับมารดาด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ไม่อาจหาทางออก
“เจียมเนื้อเจียมตัวในเรื่องอะไรหรือคะ คุณหญิง” ลินินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เรื่องที่ดิฉันกล้าปฏิเสธเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการหย่าขาด หรือเรื่องที่ดิฉันกล้าเดินออกมาจากกรงทองที่เต็มไปด้วยความกดดันและความว่างเปล่าของคุณกันแน่คะ”
“ลินิน!” ธามันตวาดเสียงต่ำ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ “คุณพูดกับแม่ผมให้มันสุภาพหน่อย เธอเป็นผู้ใหญ่”
“ผู้ใหญ่ที่กำลังก้าวก่ายชีวิตของคนที่ ‘หย่า’ ขาดจากลูกชายตัวเองไปแล้วต่างหากค่ะ คุณธามัน” ลินินหันไปสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากทำให้หัวใจของธามันกระตุกวูบอย่างประหลาด “จำไม่ได้หรือคะว่าเราเซ็นใบหย่ากันต่อหน้าอำเภอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือความจำสั้นจนลืมไปแล้วว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งอะไรในชีวิตดิฉันอีก”
คุณหญิงรัชนีสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวรุ่นลูกต่อปากต่อคำ นางวางถ้วยแบล็กทีลงกระแทกโต๊ะจนน้ำชาฉาบขอบแก้ว “นั่นคือปากคำของคนอกตัญญู! ตระกูล ‘พงศ์ธนากุล’ ชุบเลี้ยงเธอมา ให้เกียรติเธอแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้าน แม้ว่าชาติตระกูลของเธอจะไม่ได้คู่ควรกับธามันเลยแม้แต่น้อย แต่เราก็ไม่เคยรังเกียจเดียดฉันท์ สิ่งที่เธอตอบแทนบุญคุณคือการทำตัวกระด้างกระเดื่อง แล้วยังกล้าเปิดร้านขนมแข่งกับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลอย่างนั้นหรือ!”
ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกสะสมและบ่มเพาะจนกลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง
“ชุบเลี้ยงอย่างนั้นหรือคะ?” ลินินทวนคำ ช้อนสายตาขึ้นมองผู้อาวุโสด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนคุณหญิงรัชนีต้องชะงัก “ตลอดสามปีที่ดิฉันอยู่ในบ้านหลังนั้น ดิฉันเป็นได้แค่ภรรยาไร้ตัวตน เป็นแค่เครื่องประดับราคาถูกในงานสังคมของลูกชายคุณ และเป็นคนที่ถูกมองข้ามแม้กระทั่งในวันครบรอบแต่งงาน บุญคุณที่คุณกำลังทวงถาม... มันแลกมาด้วยน้ำตาและความโดดเดี่ยวของดิฉันไม่ใช่หรือคะ”
ธามันเม้มปากแน่น หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ภาพจำในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว วันที่ลินินนั่งรอเขาบนโต๊ะอาหารที่เย็นชืด วันที่เธอป่วยไข้แต่เขาเลือกที่จะไปงานเลี้ยงทางธุรกิจกับคู่ค้า วันที่เธอพยายามเอาใจใส่เขาด้วยการทำขนมหวานสูตรพิเศษ แต่เขากลับปัดมันทิ้งด้วยคำพูดที่ว่า *‘อย่าทำตัวน่ารำคาญ’*
รสชาติของความพ่ายแพ้ที่ลินินเคยพูดไว้ บัดนี้มันกำลังลามเลียลงในลำคอของเขาเอง—ขมปร่าและฝาดเฝื่อนจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ลินิน พอได้แล้ว” ธามันเอ่ยเสียงพร่า แววตาที่เคยแข็งกร้าวและหยิ่งผยอง บัดนี้เจือไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช “แม่ผมแค่... หวังดี”
“หวังดีหรือกลัวเสียหน้ากันแน่คะ คุณธามัน” ลินินสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัว “กลัวว่าอดีตภรรยาที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่เงา จะก้าวขึ้นมามีชื่อเสียง มีร้านขนมหวานที่ผู้คนต่อคิวรอซื้อข้ามวันข้ามคืน กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าทายาทมหาเศรษฐีอย่างคุณตาบอดปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไปใช่ไหมล่ะคะ”
“นังเด็กสามหาว!” คุณหญิงรัชนีตบโต๊ะฉาดใหญ่ ทนฟังต่อไปไม่ไหว “คิดว่ามีชื่อเสียงแค่ชั่วข้ามคืนแล้วจะปีนเกลียวฉันได้งั้นสินะ! จำไว้ว่าในเมืองนี้ ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับตระกูลพงศ์ธนากุลหรอกนะ ลินิน ถ้าเธอยังดึงดันจะเปิดร้านแข่งกับธุรกิจโรงแรมของเรา และยังทำตัวระรานแบบนี้ เตรียมตัวรับผลที่จะตามVาได้เลย!”
คำขู่ที่แฝงไปด้วยอิทธิพลมืดนั้นไม่ได้ทำให้ลินินหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อสูทเข้ารูปสีครีมให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อดีตแม่สามี
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันคงต้องขอตัวไปเตรียมเตาอบสำหรับเมนูใหม่พรุ่งนี้แล้วล่ะค่ะ ขนมหวานที่ชื่อว่า ‘รสชาติแห่งความพ่ายแพ้’ กำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสียด้วยสิคะ... คุณหญิงสนใจจะสั่งสักก้อนไหมคะ เผื่อมันจะช่วยให้ความทรงจำของคุณดีขึ้นว่าใครกันแน่ที่ควรจะต้องก้มหัวขอร้อง”
พูดจบ ลินินก็หันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองธามันที่พยายามจะลุกขึ้นตามเธอมา ทิ้งให้สองแม่ลูกนั่งหน้าชาอยู่ท่ามกลางสายตาของแขกคนอื่นๆ ในภัตตาคาร
ธามันกัดฟันกรวดด้วยความอัดอั้นตันใจ เขารู้ดีว่ามารดาเป็นคนทิฐิสูงและไม่เคยยอมแพ้ใคร แต่นั่นยิ่งทำให้เขากลัว... กลัวว่ามารดาจะใช้อำนาจมืดเข้าไปทำลายความสำเร็จที่ลินินสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและน้ำตา
“แม่ครับ พอทีเถอะครับ” ธามันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ขัดจังหวะที่คุณหญิงรัชนีกำลังจะสั่งการคนสนิทให้จัดการขั้นเด็ดขาดกับร้านขนมของลินิน
“ธามัน! แกยังจะเข้าข้างนั่นอีกหรือ? มันหยามหน้าเรานะ!”
“ผมไม่ได้เข้าข้างเธอ แต่ผมกำลังเตือนแม่!” ธามันโพรงขึ้นด้วยความอัดอั้น จนคุณหญิงรัชนีต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่บุตรชายไม่เคยขึ้นเสียงใส่ นางไม่เคยเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิดและการสูญเสียเช่นนี้จากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาก่อน “ถ้าแม่ยังเข้าไปยุ่งกับชีวิตเธอ... ผมนี่แหละครับที่จะเป็นคนปกป้องเธอเอง แม้จะต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ผมมีก็ตาม”
คุณหญิงรัชนีอ้าปากค้าง พูดไม่ออกด้วยความตกตะลึง ขณะที่ธามันคว้าเสื้อสูทของตนแล้วสาวเท้ายาวตามออกไปทันที เขารู้สึกได้เพียงว่าถ้าเขาปล่อยให้ลินินเดินจากไปในตอนนี้ เขาอาจจะต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันเรียกคืนได้
ทว่า... เมื่อธามันก้าวพ้นประตูภัตตาคารออกมาสู่ลานจอดรถกว้างขวาง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาต้องหยุดชะงักงัน ราวกับถูกสาบให้กลายเป็นหิน
รถสปอร์ตคันหรูของลินินจอดอยู่ไม่ไกล แต่ข้างกายเธอกลับมีร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคนยืนรออยู่—คิมหันต์ เชฟหนุ่มลูกครึ่งชื่อดังระดับแถวหน้าของประเทศ รอยยิ้มอบอุ่นที่คิมหันต์มอบให้ลินิน และมือหนาที่เอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปรกแก้มให้อย่างทะนุถนอม ช่างเป็นภาพบาดตาบาดใจที่กรีดแทงหัวใจของธามันจนเลือดซิบ
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น... จากเบาะหลังรถคันนั้น มีเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบก้าวลงมา วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปโอบกอดขาของลินินพร้อมกับส่งเสียงเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้มสดใสพิมพ์เดียวกับหญิงสาว
“คุณแม่ครับ ปะป๊าซื้อไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีให้ผมด้วย อร่อยที่สุดในโลกเลย!”
ดวงตาของธามันเบิกกว้างขึ้น หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดติดอยู่ตรงลำคอเมื่อเด็กชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับเขาพอดี—ใบหน้านั้น ดวงตานั้น และรอยยิ้มนั้น... มันถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความหวานขมในรสชาติแห่งการแก้แค้นนี้นะคะ
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้•ตอนที่ 29
คนรอบข้างที่กดดัน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสชาติความพ่ายแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!