สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 5

มื้อค่ำกระชับมิตร (หรือสงครามประสาท)

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่ทีมงานตั้งใจเลือกเป็นสถานที่จัดเลี้ยงต้อนรับโปรเจกต์ใหญ่ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยาวตัวนี้กลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อสนามประลองย่อยถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีแก้วทรงสูงบรรจุของเหลวสีอำพันเป็นเดิมพัน "แก้วที่สามแล้วนะคะ คุณสถาปนิก... ไหวแน่นะคะ หรือว่ากลัวแพ้จนต้องแกล้งเมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มโปรเจกต์จริง?" เสียงหวานใสเอ่ยแซوพร้อมรอยยิ้มท้าทาย พราวพิรุณยกแก้วขึ้นจิบ ปลายลิ้นเรียวแตะฟองคราฟต์เบียร์อย่างยั่วยวน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความสนุกสนาน เธอไม่ได้เมา—อย่างน้อยก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เธอแค่อยากเห็นคนปากแข็งเสียอาการบ้างเท่านั้นเอง ภูผายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยັນชาที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เขาแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระดกของเหลวในแก้วรวดเดียวหมดเกลี้ยงแล้ววางกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น "คำว่า 'แพ้' ไม่อยู่ในพจนานุกรมของผมครับ... คุณมัณฑนากรสายป่วน" สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาพราวพิรุณชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเข้มที่จ้องมองมานิ่งสนิท ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่มีการปรากฏตัวของ 'รินลดา' อดีตคนรักเก่าที่เดินเข้ามาทักทายภูผากลางออฟฟิศ บรรยากาศรอบตัวเขาก็ดูอึมครึมและเต็มไปด้วยความอึดอัด แม้เจ้าตัวจะพยายามทำตัวปกติ แต่พราวพิรุณที่สังเกตเห็นทุกรายละเอียดกลับสัมผัสได้ถึงกำแพงบางอย่างที่เขากำลังสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก และนั่นแหละ... คือเหตุผลที่ทำให้เธอยอมรับคำท้าดื่มแข่งกับเขา เพื่อดึงเขากลับมาสู่ปัจจุบัน ดึงเขากลับมาสนใจผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่ภาพอดีตที่ตามหลอกหลอน "งั้นก็แก้วที่สี่ค่ะ! ถ้าคุณภูผาแพ้... ต้องยอมรับเงื่อนไขของฉันหนึ่งข้อ" พราวพิรุณรินเบียร์ใส่แก้วของตัวเองและของเขาจนเต็มปริ่ม ท่าทางท้าทายนั้นทำให้กรณ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดตา ทำท่าเหมือนไม่อยากรับรู้ชะตากรรมของเพื่อนสนิท "แล้วถ้าผมชนะล่ะครับ คุณจะได้อะไรจากผม?" ภูผาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนพราวพิรุณต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เอ่อ... ถ้าคุณชนะ ฉัน... ฉันยอมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่างเลยเอ้า!" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แก้เก้อ พยายามตอกย้ำความมั่นใจทั้งที่มือเริ่มชื้นเหงื่อ "ดีมาก..." ภูผายกยิ้มมุมปากอีกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่กลับทรงเสน่ห์และอันตรายต่อหัวใจเป็นที่สุด เขาหยิบแก้วของตัวเองขึ้นมาชนกับแก้วของเธอเบาๆ "หมดนี่... ในรวดเดียว" การแข่งขันที่ไร้สาระแต่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แก้วแล้วแก้วเล่าผ่านไป แอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์และแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ภูผายังคงนั่งนิ่งหลังตรงราวกับหุ่นยนต์ แม้ใบหน้าจะเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อจางๆ บริเวณพวงแก้ม ส่วนพราวพิรุณเริ่มรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนช้าลง ศีรษะหนักอึ้งจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ "ไหวไหมครับ มือโปรด้านการดื่ม?" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกซู่ ภูผาขยับตัวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับพนักโซฟา แขนแกร่งข้างหนึ่งท้าวพนักพิงไว้ราวกับกรงขังกลายๆ สายตาที่มองมาไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอ่านยาก "ใครว่าฉันไม่ไหว... ฉันยัง... ชิลๆ ค่ะ" พราวพิรุณเถียงเสียงอู้อี้ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาฉ่ำน้ำช้อนขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้โน้มตัวลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สติที่เหลืออยู่บอกให้เธอถอยหนี แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการปล่อยให้บรรยากาศพาไป เคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้ลืมสิ้นทุกความขัดแย้ง ลืมแม้กระทั่งชื่อของรินลดาที่เคยค้างคาอยู่ในใจ ภูผาสบตากลมโตคู่นั้น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหอบ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่ม ไล่เกลี่ยเส้นผมที่เคลียคลอใบหน้าสวยให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้พราวพิรุณถึงกับนิ่งค้าง ลืมหายใจไปชั่วขณะ "ปากเก่ง... แต่ตัวแค่นี้ ทำไมชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย" เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ภูผาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ พราวพิรุณหลับตาลงอย่างยอมจำนน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกในอก ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกหน้าร้านก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ "ภูผาคะ... อยู่นี่เองเหรอ รินตามหาซะทั่วเลย" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่คุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างระหงของรินลดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะอาหาร ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองภาพสถาปนิกหนุ่มชื่อดังที่กำลังโน้มตัวคร่อมร่างมัณฑนากรสาวในระยะประชิดด้วยความตกตะลึง เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับโมเมนต์นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%