“ถ้าจะยืนมองปูนแห้งแล้วให้มันเสร็จเองได้ ฉันคงไม่ต้องจ้างมัณฑนากรค่าตัวแพงระดับท็อปมาทำงานด้วยหรอกนะ คุณพราวพิรุณ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดของภูผาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำซัดลงบนแผ่นหลังคาเมทัลชีทจนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง พราวพิรุณละสายตาจากแปลนงานในมือ พลางเหวี่ยงค้อนพลาสติกจำลองในมือลงบนโต๊ะไม้ชั่วคราวอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง’
“ประชดเก่งจังนะคะคุณสถาปนิก ถ้าอยากได้งานเร็ว ทำไมไม่เสกเอาล่ะคะ? ในเมื่อแบบที่ฉันแก้ให้รอบที่สามนี่ก็เป๊ะตามที่สมองอัจฉริยะของคุณต้องการแล้ว” เธอเชิดหน้าตอบกลับ ดวงตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ
“เป๊ะเหรอ?” ภูผาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของฝนและกลิ่นปูนดิบอบอวลอยู่รอบตัวเขา “คุณลืมไปหรือเปล่าว่าตึกนี้ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มันต้องอยู่ได้จริง งานดีไซน์ที่ขาดความเข้าใจในโครงสร้าง มันก็แค่ขยะประดับอาคาร”
“ขยะเหรอคะ?” พราวพิรุณแค่นหัวเราะ “ถ้างานของฉันคือขยะ งั้นคุณก็คงเป็นถังขยะที่พยายามจะรีไซเคิลของเสียแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าไม่มีไอเดียของฉัน ตึกนี้ก็คงเป็นแค่ก้อนคอนกรีตน่าเบื่อที่ไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้ามา”
ภูผานิ่งไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ เขาไม่ได้เถียงกลับ แต่กลับขยับเข้ามาประชิดจนพราวพิรุณต้องถอยหลังไปจนติดขอบผนังที่ยังฉาบไม่เสร็จ มือหนาข้างหนึ่งยันกำแพงไว้เหนือไหล่ของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขน
“ที่ผมต้องแก้แบบ... ที่ผมต้องคอยจู้จี้...” ภูผาลดเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบพร่า “ไม่ใช่เพราะงานคุณมันแย่ แต่มันเป็นเพราะผมไม่อยากเห็นจุดผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวในพื้นที่ที่ ‘เรา’ ต้องทำงานร่วมกัน”
พราวพิรุณชะงักไป หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความปากดีที่เคยมีหายไปไหนหมดไม่รู้เมื่อต้องเผชิญกับนัยน์ตาที่ดูคล้ายจะตัดพ้อและหลงใหลในเวลาเดียวกัน “พูดบ้าอะไรของคุณ...”
“ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่เรื่องคนเก่าคนแก่พวกนั้นที่เจอเมื่อเช้า” ภูผาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน แต่สายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากของเธอ “ถ้าคุณจะหาทางประชดผมด้วยการทำตัวเหินห่าง หรือจะไปรับข้อเสนอของบริษัทคู่แข่ง... ก็เชิญ แต่ช่วยใช้สมองคิดหน่อยว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ มันคุ้มที่จะทิ้งไปหรือเปล่า”
เสียงฝนด้านนอกเริ่มเบาลง แต่บรรยากาศในพื้นที่ก่อสร้างที่ถูกกั้นไว้เป็นห้องทำงานชั่วคราวกลับร้อนระอุ พราวพิรุณรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงอะไร เขาเป็นพวกปากแข็งที่ไม่เคยพูดคำว่า 'แคร์' ออกมาตรงๆ แต่ทุกการกระทำ ทุกการตรวจงานที่ละเอียดจนน่ารำคาญ มันคือวิธีแสดงออกที่เขามีต่อเธอ
“คุณมันคนเผด็จการ” เธอพึมพำ แต่ไม่ได้ขยับหนี “แต่ก็นั่นแหละ... ถึงจะเป็นถังขยะ ผมก็เป็นถังขยะที่สถาปนิกคนอื่นเทียบไม่ติดหรอกค่ะ”
ภูผาหลุดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่หาดูได้ยากนัก “นี่กำลังชมผมอยู่เหรอ?”
“เปล่าค่ะ แค่ด่าตามความเป็นจริง” พราวพิรุณยักไหล่ แม้ใบหน้าจะขึ้นสีระเรื่อ
จังหวะที่ภูผาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงประตูเหล็กทางเข้าไซต์งานก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของกรณ์ที่เปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำ
“เฮ้ย! นี่พวกแกสองคนยังไม่ออกไปอีกเหรอวะ! น้ำท่วมหน้าไซต์งานมิดล้อรถฉันแล้วเนี่ย!”
ภูผาผละออกทันที ใบหน้ากลับมานิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้พราวพิรุณยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาใจ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงโวยวายของกรณ์ แต่ในขณะที่ภูผาหันไปหาเพื่อน พราวพิรุณก็สังเกตเห็นว่ามือหนาของเขาที่เพิ่งวางบนกำแพงนั้น กำลังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เขากำลังกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เขาสร้างกำแพงกั้นไว้นี้ จะพังทลายลงเพราะคำพูดของเขาเองหรือไม่
พราวพิรุณได้แต่กำชายเสื้อตัวเองแน่น ความสับสนตีรวนในใจ เธอจะยอมแพ้ให้กับความปากร้ายแต่ใจอ่อนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ หรือจะก้าวเดินออกไปจากพื้นที่ไซต์งานที่เต็มไปด้วยความทรงจำกึ่งรักกึ่งเกลียดนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าในจังหวะที่กรณ์กำลังเดินเข้ามาหา ทั้งคู่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์ของภูผาดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอระบุชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้พราวพิรุณถึงกับหน้าถอดสี...
ชื่อของ 'รินลดา' อดีตคนรักเก่าที่เพิ่งปรากฏตัวในงานเมื่อเช้า!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความสัมพันธ์ที่แสนจะวุ่นวายของสองคนนี้จนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าพราวจะรับมืออย่างไรในตอนหน้าค่ะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 4
ติดฝนกลางไซต์งาน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!