กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ช่วยลดทอนความระอุที่กำลังคุกกรุ่นอยู่กลางอกของพราวพิรุณลงได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อคนมาใหม่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเต็มตัว พราวพิรุณก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น "กรณ์" อดีตคนรักเก่าที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดหลายปี!
ให้ตายเถอะ นี่มันบททดสอบความอดทนระดับฮาร์ดคอร์อะไรกัน สามปีเต็มๆ ที่เธอคิดว่าโบยบินหนีพ้นจากอดีตอันน่าอึดอัดนั้นมาได้แล้ว แต่เขากกลับมายืนส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่เธอเคยใจเต้นแรงใส่—ทว่าตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของยมทูตที่มาทวงหนี้ชีวิต
"ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอพราวที่นี่... โลกกลมจังเลยนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องที่แทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
พราวพิรุณกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ มือเรียวที่กำแฟ้มแบบแปลนในมือเผลอออกแรงบีบจนกระดาษยับยู่ยี่ เธอเชิดหน้าขึ้นอัตโนมัติ เกราะป้องกันความรู้สึกถูกสวมทับลงบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราਤกับว่าเขาก็เป็นแค่ฝุ่นละอองตัวหนึ่งในห้องนี้
"โลกไม่ได้กลมหรอกค่ะคุณกรณ์ แค่คนบางคนชอบเดินตามตื๊อในที่ที่เขาไม่ได้รับเชิญต่างหาก" พราวพิรุณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมบาดลึก สมกับฉายามัณฑนากรสาวปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
กรณ์ชะงักไปนิด รอยยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะในลำคอ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุจนแทบจะจุดไฟติดนั้น เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทอันเป็นเอกลักษณ์ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นทำลายความตึงเครียด
"ถ้าจะมาจีบกัน กรุณาไปทำนอกเวลางานครับ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าที่นี่คือออฟฟิศ ไม่ใช่ตลาดสด"
ภูผาที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้อยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก นัยน์ตาคมกริบมองตรงมาที่กรณ์ด้วยแววตาเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่พราวพิรุณด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนสมเพช ปากบางเฉียบเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย "หรือว่าคุณพราวถนัดงานขายบริการทางอารมณ์มากกว่างานดีไซน์กันแน่ ถึงได้มีแขกพิเศษมาเยี่ยมถึงโต๊ะทำงานแบบนี้"
เพล้ง!
เหมือนมีกระจกใสแตกละเอียดอยู่กลางอากาศ พราวพิรุณรู้สึกเหมือนเลือดขึ้นหน้าจนขมับเต้นตุบๆ ตาคู่สวยตวัดมองสถาปนิกหนุ่มหน้าตายผู้หยิ่งยโสคนนั้นทันที ความโกรธจากเรื่องเก่าที่ยังไม่ทันจางหาย ถูกเติมเชื้อไฟด้วยคำพูดกวนประสาทของนายภูผาเข้าไปอีกร้อยเท่า!
ปากร้าย! ปากปีจอ! ผู้ชายอะไรปากหมาเป็นที่สุด!
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจกับท่าทีของสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ พราวพิรุณก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา แล้วคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไปด้วยยาพิษชนิดร้ายแรงที่สุด
"อุ๊ย! ขอโทษทีนะคะพอดีฉันไม่ใช่สเปกคนใจแคบแถวนี้ ถึงได้มีแต่คนอยากเข้ามาทำความรู้จัก... ว่าแต่ คุณภูผาหน้าตาดูเคร่งเครียดนะคะ สงสัยสมองส่วนที่ใช้ประมวลผลงานดีไซน์คงจะฝ่อไปแล้ว ถึงได้คิดคำพูดแย่ๆ แบบนั้นออกมาได้"
พราวพิรุณจิกกัดกลับอย่างเจ็บแสบ ไม่ยอมให้เขาเหยียบย่ำฝ่ายเดียวแน่ๆ
ภูผาหรี่ตาลงอันตราย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนกรณ์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของหญิงสาวด้วยท่าทีคุกคาม นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณว่ายังไงนะ..."
"หูหนวกเหรอคะ? ถึงต้องให้พูดซ้ำ หรืออยากให้แปลเป็นภาษาสัตว์คุณถึงจะเข้าใจล่ะคะ?" พราวพิรุณเชิดหน้าสู้ ไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของเขาโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกันก็ตาม
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส มันเป็นกลิ่นที่น่าหงุดหงิดแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีเสน่ห์เหลือร้าย ภูผากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดนักผู้หญิงปากดีที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาไม่เลิกแบบนี้ แต่มันน่าแปลกที่... ยิ่งเธอเถียง เขากลับยิ่งอยากจะบดขยี้ริมฝีปากอวดดีนั่นให้หายพยศนัก!
บรรยากาศในห้องประชุมระอุขึ้นด้วยคลื่นความร้อนจากแรงปะทะทางอารมณ์ จนกรณ์ที่ยืนอยู่กลายเป็นธาตุอากาศไปโดยปริยาย
พราวพิรุณแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว ดวงตาสีเข้มของภูผามีประกายบางอย่างไหววับ มันไม่ใช่ความเกลียดชังอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือประกายความต้องการบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่า
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องนั้นลงอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก
พราวพิรุณหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่กันแน่ เธอรีบหันไปหยิบแก้วกาแฟกระดาษที่วางอยู่มุมโต๊ะขึ้นมาถือไว้แก้เขิน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอยังมีบัญชีแค้นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องสะสางกับพ่อหนุ่มหน้าตายคนนี้!
แก้วกาแฟรสชาติประหลาดที่เธอตั้งใจซื้อมา "แก้แค้น" คำวิจารณ์งานอันแสนเจ็บแสบของเขาเมื่อวานนี้!
สูตรพิเศษที่เธอบรรจงผสมผสานระหว่างอเมริกาโน่เข้มข้น นมสดบูดนิดๆ (หยอกเล่น... แค่กาแฟดำผสมน้ำมะนาวและเกลือป่นจนรสชาติเหมือนน้ำล้างเท้าแมวต่างหาก!)
พราวพิรุณแอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอผลักแก้วกาแฟแก้วนั้นไปตรงหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้กลับไปยืนกอดอกตีหน้าขรึมอยู่ที่เดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
"อ้อ เกือบลืมไปเลยค่ะ..." พราวพิรุณเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นแก้วกาแฟให้เขาด้วยท่าทีนอบน้อมจอมปลอม "เพื่อเป็นการขอโทษที่ฉันปากจัดใส่คุณเมื่อกี้ และเป็นการแสดงความยินดีที่เราต้องร่วมงานกัน... ฉันซื้อกาแฟพรีเมียมสูตรพิเศษมาฝากค่ะ ลองชิมดูสิคะ รับรองว่า... จะตาสว่างไปจนถึงชาติหน้าเลยล่ะค่ะ"
ภูผามองแก้วกาแฟในมือเธอนิ่ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความระแวง สัญชาตญาณเตือนภัยร้องดังลั่นว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางหวังดีกับเขาแน่ๆ รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษนั่นมันฟ้องชัดเจนว่าในแก้วนี้ต้องมี "ของขวัญ" ชิ้นงามรออยู่
"กาแฟอะไรของคุณ?" ภูผาถามเสียงห้วน ไม่ยอมรับแก้วนั้นมา
"อ้าว กลัวเหรอคะ? ไหนว่าสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยกลัวอะไรไงคะ หรือว่าปอดแหก?" พราวพิรุณยั่วประสาทต่อ ส่งสายตาท้าทายเต็มที่
ภูผาแค่น "หึ" ในลำคอ ความถือดีและศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนเขาไม่ยอมเสียฟอร์มต่อหน้าผู้หญิงปากเก่งคนนี้เด็ดขาด มือหนายื่นไปคว้าแก้วกาแฟมาถือไว้ทันที ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของกรณ์ที่พยายามห้ามแต่ไม่ทัน
"ถ้ามันกินไม่ได้อย่างที่คุณโม้ ระวังตัวไว้เถอะ..." ภูผาคาดโทษด้วยสายตาก่อนจะเปิดฝาแก้วออก กลิ่นประหลาดบางอย่างลอยเตะจมูกทันทีจนเขาชะงัก แต่ด้วยความหยิ่งทระนง เขาจึงตัดสินใจยกแก้วขึ้นจิบอึกใหญ่โดยไม่ลังเล!
พราวพิรุณกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกยิ่งกว่าตอนประกาศผลรางวัลสถาปัตยกรรมแห่งปี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความสะใจ รอคอยเวลาที่เขาจะพ่นกาแฟออกมาด้วยความขยะแขยง
ผ่านไปสามวินาที...
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่ง สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ภูผานิ่งค้างไปรากับรูปปั้นหินอ่อน รสชาติเปรี้ยวนำ เค็มตาม และขมปี๋ราวกับกินยาพิษพุ่งพล่านไปทั่วทั้งช่องปากและลำคอ มันคือรสชาติอรกตที่ผสมผสานความทรมานไว้ทุกอณู!
"ฮ่าๆๆๆ เป็นไงคะ? อร่อยถูกปากไหมล่ะคุณสถาปนิก!" พราวพิรุณทนไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความสะใจ สมน้ำหน้า! อยากปากดีใส่เธอก่อนทำไม!
ภูผาวางแก้วกาแฟกระแทកโต๊ะเสียงดังสนั่น หน้าตาบูดเบี้ยวด้วยความโมโหและรสชาติอุบาทว์ที่ยังติดอยู่ในคอ เขากัดฟันกรอด จ้องมองแม่ตัวแสบที่กำลังหัวเราะร่าด้วยความสะใจอย่างคาดโทษ
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาหลอกให้เขากินน้ำล้างท่อแบบนี้!
ภูผาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะสั่งสอนแม่มัณฑนากรปากเก่งนี่ให้หลาบจำ... แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างถือวิสาสะ
ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้พราวพิรุณถึงกับหน้าซีดเผือดลงทันทีในเสี้ยววินาที
"อ้าว ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่า พอดีผมได้รับเชิญให้มาตรวจโปรเจกต์นี้ด้วยเหมือนกัน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับกวาดสายตามองหน้าทุกคนในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่พราวพิรุณด้วยแววตาพราวระยับ
พราวพิรุณรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ไม่ใช่แค่กรณ์ที่เป็นอดีตคนรักเก่า... แต่ผู้ชายคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่คนนี้ คือ "ธีร์" คนรักเก่าอีกคนที่เธอเพิ่งหักอกและหนีหน้ามาทำงานที่นี่เพื่อซ่อนตัว!
ให้ตายเถอะ! นี่มันวันรวมญาติอดีตแฟนเก่าแห่งชาติหรือไงกันวะเนี่ย!
เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับความป่วนนี้นะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้ตั้งใจซื้อ
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!