หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานรกๆ ของพราวพิรุณสว่างวาบขึ้นในความเงียบสงัดของห้องนั่งเล่น ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์เด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่เผลอกระตุกไวกว่าจังหวะปกติ
*“คืนนี้... อย่าลืมเช็กข้อความในไลน์ด้วยนะครับ มีเรื่องที่ผม ‘ลืม’ พูดไปตอนที่เรารอดตายมาด้วยกัน”*
มัณฑนากรสาวหรี่ตามองหน้าจอราวกับมันเป็นวัตถุโบราณที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวๆ ขณะสมองประมวลผลคำว่า *‘รอดตายมาด้วยกัน’* จากเหตุการณ์ลิฟต์ค้างเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา... ให้ตายเถอะ ภูผา สถาปนิกหนุ่มหน้าตายผู้มียีนความซึนฝังรากลึกถึงดีเอ็นเอคนนั้นเนี่ยนะ จะมีเรื่องอะไรที่ลืมพูด? หรือเขาจะพิมพ์มาด่ารสนิยมการตกแต่งภายในของเธอเพิ่ม? หรือจะบ่นเรื่องที่เธอไปเหยียบรองเท้าหนังราคาแพงของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า?
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร... น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์แบบนั้นมันชวนให้หงุดหงิดจนนอนไม่หลับเสียจริงค่ะ
พราวพิรุณสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจกดเปิดแอปพลิเคชันแล้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ
*(พราวพิรุณ): มีอะไรก็พิมพ์มาตอนนี้เลยค่ะคุณสถาปนิก ฉันไม่ใช่คนชอบการบ้านค้างส่ง และยิ่งไม่มีนิสัยชอบรอลุ้นอะไรไร้สาระตอนดึกดื่นด้วย*
ติ๊ง!
ใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ ฝั่งตรงข้ามก็ตอบกลับมาทันทีราวกับนั่งเฝ้าหน้าจออยู่
*(ภูผา): เรื่องสำคัญแบบนี้... พิมพ์ทางไลน์คงไม่ได้อารมณ์มั้งครับ หรือว่าคุณกลัวจะเสียฟอร์มเวลาได้ยินจากปากผมตรงๆ?*
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า!
พราวพิรุณกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความท้าทายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนสมองสั่งการให้คว้าโทรศัพท์ กดโทรออกหาอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำสอง เสียงรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่คุ้นเคย
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว มัณฑนากรสาวยังไม่มีมุมส่วนตัวให้นอนกอดหมอนข้างหรือไงครับ ถึงได้โทรมาหาผม" เสียงทุ้มต่ำรอดผ่านลำโพงมาพร้อมกับเสียงกระดาษพลิกเบาๆ บ่งบอกว่าเขายังคงนั่งทำงานงกๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน ไม่ก็ห้องประชุมที่ไหนสักแห่ง
"เลิกกวนประสาทฉันสักทีเถอะค่ะคุณภูผา ไหนล่ะเรื่องที่บอกว่าลืมพูด? รีบๆ คายออกมาเลย ฉันจะรีบเคลียร์แล้วไปนอน พรุ่งนี้ฉันมีประชุมหน้างานแต่เช้าตรู่" พราวพิรุณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนสั้นแต่แฝงความกระเง้ากระงอดนิดๆ แบบที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ จากคนปากแข็ง
"ใจร้อนจริงนะ... สมกับเป็นคุณพราวดี" ภูผาเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาระดับหนึ่ง "ตอนที่ติดอยู่ในลิฟต์... ที่ผมบอกว่าไม่อยากให้คุณเป็นอะไรไปน่ะ"
พราวพิรุณชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปวูบหนึ่ง สมองขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อนึกถึงวินาทีเฉียดตายที่อีกฝ่ายยอมเอาตัวเข้าบังเศษฝ้าเพดานที่ร่วงหล่นลงมาเพื่อปกป้องเธอ
"คะ... ็คุณพูดทำไมอีกเล่า ฉันก็รอดมาได้ปลอดภัยดีนี่คะ" เธอกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวกลบเกลื่อน แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"นั่นแหละครับที่ผมลืมพูด..." เสียงของภูผาทุ้มต่ำลง นุ่มนวลขึ้นจนใจคนฟังเริ่มเต้นผิดจังหวะ "ผมลืมบอกไปว่า... ตอนที่คุณทำหน้าตื่นกลัวแล้วซบลงตรงไหล่ผม... มันไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่ปากผมชอบพูดออกไปหรอกนะ"
ตึ้บ!
เหมือนมีค้อนทอนยักษ์มาทุบกลางหัว พราวพิรุณอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดของสถาปนิกหนุ่มหน้าตายไม่ทัน นี่เขา... เขากำลังสารภาพอะไรออกมาเนี่ย! คนปากแข็งอย่างภูผาเนี่ยนะจะยอมรับว่าเธอไม่ได้น่ารำคาญเวลาซบไหล่!
"คะ... คุณภูผา! นี่คุณแกล้งอะไรฉันเนี่ย!"
"ผมไม่ได้แกล้ง" น้ำเสียงของเขากลั้วหัวเราะนิดๆ แบบที่เธอแทบไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตการทำงานร่วมกันหลายเดือน "ผมพูดจริง... และที่สำคัญกว่านั้น"
ภูผาเว้นวรรคไปอีกครั้ง จังหวะนี้บรรยากาศรอบตัวของมัณฑนากรสาวเหมือนจะหยุดนิ่ง เธอแทบไม่กล้าหายใจ หูอื้ออึงจนได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมคราม
"ตอนที่คุณรอดตายแล้วหันมาแยกเขี้ยวใส่ผมเมื่อเย็น... ผมแอบยิ้มอยู่ตั้งนานสองนานแน่ะครับ"
กรี๊ด! เขาว่าอะไรนะ! แอบยิ้มเหรอ? ภูผาผู้ชายหน้านิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนเนี่ยนะแอบยิ้มให้เธอ!
"คุณ... คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ!" พราวพิรุณหน้าร้อนฉ่าจนลามไปถึงใบหู เธอแทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งถ้ามันไม่ติดว่าอยากจะฟังต่อว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก "คุณสถาปนิกจอมหยิ่ง นึกยังไงถึงมาสารภาพเรื่องน่าอายแบบนี้ หรือว่าสมองกระทบกระเทือนตอนลิฟต์ตก?"
"หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของภูผาดังชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียงเยาะหยัน แต่เป็นความเอ็นดูที่เจืออยู่เต็มเปี่ยมจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้อง "ถ้าไม่เชื่อ... คุณลองหันมามองที่ระเบียงห้องนอนของคุณดูสิครับ"
พราวพิรุณขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง หันขวับไปมองบานกระจกใสที่เชื่อมออกไปยังระเบียงห้องพักของคอนโดมิเนียมหรู ท่ามกลางความมืดสลัวของค่ำคืนและแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้าม เงาร่างสูงโปรคุ้นตาในเสื้อเชิ้ตพับแขนกำลังยืนถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ตรงระเบียงห้องของเธอพอดี!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ ภูผามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!
ชายหนุ่มลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย ส่งยิ้มมุมปากที่หาดูยากที่สุดในสามโลกมาให้ผ่านกระจกใส แววตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับไปด้วยประกายความคลั่งรักแบบที่ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
"เปิดประตูให้หน่อยสครับ มัณฑนากรสายป่วน... ผมมีเรื่อง ‘ลืมพูด’ อีกเยอะเลยที่จะคุยกับคุณตัวต่อตัวคืนนี้"
พราวพิรุณอ้าปากพะงาบๆ สมองรวนเรจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งคนนั้น ยกมือขึ้นเคาะกระจกเบาๆ สองครั้ง พร้อมรอยยิ้มละลายใจที่ส่งตรงมาถึงหน้าห้องนอนของเธอแบบประชิดตัว!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 9
คุณสถาปนิกแอบยิ้มตอนไหนนะ
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!