สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 7

ความลับใต้โต๊ะทำงาน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณคิดว่าเส้นกราฟฟิกพวกนี้มันเกะกะสายตาคุณนัก ทำไมไม่เอาปากกามาควักลูกตาฉันออกไปเลยล่ะคะคุณภูผา!" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยกระแสไฟฟ แรงสูงตวัดขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบ พราวพิรุณยืนเท้าสะเอว ดวงตากลมโตวาวโรจน์จ้องเขม็งไปยังร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากร้ายเป็นที่หนึ่ง ภูผายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักประดับด้วยความนิ่งสนิท ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับฉายแววเยาะหยันบางๆ ที่ทำเอาคนมองอยากจะควว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้สาสม "ผมไม่ได้บอกว่ามันเกะกะพราว..." ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุ้มต่ำจนน่าฟัง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะช้าๆ "แต่ผมกำลังจะเตือนสติคุณว่า งานออกแบบภายในไม่ใช่สมุดวาดภาพระบายสีสำหรับเด็กอนุบาล ที่จะอยากขีดเขียนอะไรตามใจชอบโดยไม่สนโครงสร้างวิศวกรรม" "นี่คุณว่าฉันเด็กอนุบาลเหรอ!" มัณฑนากรสาวก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาอย่างเหลืออด ความสูงในรองเท้าส้นสูงทำให้เธอยืนค้ำหัวเขาได้ถนัดตา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ลอยละลิ่วเข้าจมูกสถาปนิกหนุ่มจนเขาต้องเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "ไอ้เส้นกราฟฟิกบ้าๆ ที่คุณเห็นเนี่ย มันคือหัวใจของห้องโถงต้อนรับโปรเจกต์ 'The Amethyst' นะคะคุณชาย! ถ้าไม่มีเส้นพวกนี้ ความแข็งกระด้างของคอนกรีตเปลือยที่คุณออกแบบมา มันก็จะดูเหมือนคุกใต้ดินไม่มีผิด!" "ปากเก่ง..." ภูผาพึมพำเบาๆ ออกมาคำเดียว แต่ดังพอที่จะทำให้พราวพิรุณชะงักไปนิด "ปากเก่งแล้วก็ดื้อด้าน... เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน" "คุณว่าอะไรนะคะ?" "เปล่า... ผมบอกว่าประชุมแค่นี้พอแล้ว แยกย้ายได้" ภูผาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับสูทเข้ารูปให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านเธอไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้พราวพิรุณยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจคนเดียวกลางห้องประชุม ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร ทั้งเย็นชา ปากเสีย ยโสโอหัง แถมยังชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของงานของเธออยู่เรื่อย! พราวพิรุณสะบัดหน้าพรืดเดินกลับเข้ามาในโซนห้องทำงานส่วนตัวของเธอ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะตามอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างแรงจนมันหมุนเคว้งไปรอบหนึ่ง ก่อนจะคว้าแก้วน้ำเย็นจัดขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อดับความร้อนรุ่มในอก แต่แล้วสายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบนโต๊ะทำงาน... กองเอกสารที่เธอตั้งใจจัดเรียงไว้เมื่อเช้า ถูกสลับตำแหน่ง สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนา ที่เธอจดบันทึกไอเดีย ดรอว์อิ้งลับเฉพาะ และข้อความระบายความอัดอั้นตันใจเวลาโดนสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการแกล้ง... มันถูกเปิดค้างไว้ที่หน้ากลาง! หัวใจของมัณฑนากรสาวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว สมุดเล่มนั้นไม่ใช่แค่สมุดไอเดียธรรมดา แต่มันคือ "ไดอารี่ลับ" ที่เธอแอบวาดรูปการ์ตูนล้อเลียนภูผา เป็นรูปสิงโตหน้ามึนใส่แว่นสถาปนิก พร้อมข้อความบ่นอุบอิบที่เต็มไปด้วยคำด่าทอสารพัด ตั้งแต่ *'วันนี้อีตาภูผาทำหน้ายักษ์ใส่อีกแล้ว อยากเอาคัตเตอร์กรีดหน้าหล่อๆ นั่นชะมัด'* ไปจนถึง *'เกลียดที่สุดผู้ชายอะไร ปากบอกไม่ชอบแต่แอบมองอยู่ได้ (อันนี้มโนไปเอง)'* ให้ตายเถอะพระเจ้า! ใครเป็นคนเปิดมัน? และที่สำคัญที่สุด... *เขา* คนนั้น... จะได้อ่านมันหรือยัง?! ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาที ภูผาที่เดินฮึดฮัดออกจากห้องประชุม ตั้งใจจะกลับมาหยิบแท็บเล็ตต์บนโต๊ะทำงานเพื่อเตรียมตัวประชุมรอบบ่ายต่อ ทว่าจังหวะที่เดินผ่านโต๊ะทำงานของมัณฑนากรสาวตัวแสบ สายตาคมกริบดันเหลือบไปเห็นสมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มคุ้นตา วางอยู่ใต้กองนิตยสารสถาปัตยกรรม ปกติแล้วภูผาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร (ยกเว้นเรื่องงาน) แต่ไม่รู้ทำไม... สัญชาตญาณบางอย่างถึงสั่งให้มือเรียวยาวของเขาเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แล้วเขาก็ต้องชะงักกึก... ดวงตาสีเข้มไล่อ่านตัวหนังสือลายมือหวัดๆ แต่สวยงามบนหน้ากระดาษทีละบรรทัด ภาพวาดลายเส้นพู่กันรูป "สิงโตใส่แว่นตาหนาเตอะ" กำลังทำหน้าบึ้งตึง ปรากฏเด่นชัดอยู่ข้างข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท *‘สถาปนิกหน้าตายอย่างภูผา ถ้าวันหนึ่งมุมปากหยักนั่นยอมยิ้มออกมาจริงๆ โลกคงแตกสลายแน่ๆ แต่ก็นั่นแหละ... ถึงจะปากร้ายใจร้ายแค่ไหน เวลาเขาตั้งใจมองแบบแปลน ตาคู่นั้นมันก็มีเสน่ห์จนเผลอใจเต้นทุกที... บ้าจริง พราว เธอเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย!’* ภูผายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เนิ่นนานราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกใต้ซี่โครงซ้าย ความเย็นชาที่เคยสร้างเป็นเกราะกำบังพังทลายลงในพริบตาเดียว มุมปากหยักลึกที่มักจะเหยียดยิ้มอย่างหยิ่งผยอง บัดนี้กลับยกขึ้นทีละน้อยจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง... รอยยิ้มที่แทบไม่มีใครเคยได้เห็นจากสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนี้ ยัยตัวแสบ... ที่แท้ก็แอบมองเขาอยู่เหมือนกันสินะ ยิ่งพลิกอ่านหน้าถัดไป ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามก็แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ มีทั้งภาพวาดล้อเลียนตอนเขาดุเธอในห้องประชุม มีทั้งบ่นว่าเขาใจร้าย แต่ในขณะเดียวกัน ทุกๆ หน้ากระดาษกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของการพยายามทำความเข้าใจงานของเขา ชื่นชมในฝีมือการออกแบบของเขาอย่างจริงใจ และซ่อนความรู้สึกหวั่นไหวเอาไว้ในทุกบรรทัด เสียงฝีเท้าก๊อกแก๊กที่ดังใกล้เข้ามาทำให้ภูผารู้สึกตัว เขารีบปิดสมุดเล่มนั้นแล้ววางไว้ที่เดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแสร้งทำเป็นยืนกอดอกมองวิวตึกรามบ้านช่องนอกกระจกใสด้วยท่าทีนิ่งสนิท ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของพราวพิรุณที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ดวงตากลมโตสודส่ายสำรวจรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ "คุณภูผา..." เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอเล็กน้อย เมื่อพยายามบังคับไม่ให้มันสั่น "คุณ... เข้ามาในห้องฉันทำไมคะ?" ภูผาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ท่าทางลุกลี้ลุกลนแบบนั้นมันช่างน่าเอ็นดูเสียจนเขาต้องแกล้งตีสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมา "ผมไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งห้องแคบๆ นี่หรอกนะพราว..." ภูผาก้าวเท้าเดินเข้าหาเธอช้าๆ กดดันให้ร่างบางต้องถอยหลังก้าวถอยหลังจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "แต่บังเอิญ... แท็บเล็ตต์ของผมมันดันมานอนแอ้งแม้งอยู่ใกล้ๆ สมุดบันทึกเล่มโปรดของคุณต่างหากล่ะ" พราวพิรุณกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล สายตาของเขาที่มองมามันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่าง... สายตาแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันวาววับ เจ้าเล่ห์ และ... คลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "คุณ... คุณเห็นอะไรบ้าง?" เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ แม้จะรู้ว่าคำตอบอาจจะทำให้เธออยากเอาหัวมุดแผ่นดินหนีก็ตาม ภูผายิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ชิดจนพราวพิรุณต้องหลบสายตา มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนเธอแทบละลาย "เห็น... ทุกตัวอักษรเลยล่ะครับ" ภูผากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นจงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง "โดยเฉพาะประโยคที่บอกว่า... *'ตาคู่นั้นมันมีเสน่ห์จนเผลอใจเต้นทุกที'*... หืม? พราวพิรุณ... นี่คุณแอบหลงเสน่ห์สถาปนิกหน้าตายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันหึ?" ใบหน้าของมัณฑนากรสาวร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีราวกับถูกไฟลวก เธอผลักอกแกร่งออกสุดแรงด้วยความเขินอายจนหน้าดำหน้าแดง แต่ภูผากลับคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับความนุ่มหยุ่นของเธอ "ปล่อยนะไอ้สถาปนิกบ้า!" เธอแหวลั่นด้วยความเขินจัด พยายามดิ้นรนหนีพันธนาการ "ไม่ปล่อย..." ภูผาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาสีเข้มฉายแววรักใคร่และดื้อดึงอย่างชัดเจน "ในเมื่อคุณสารภาพความจริงในสมุดเล่มนั้นหมดเปลือกแล้ว... ตอนนี้ก็ถึงตาคุณต้องรับผิดชอบความรู้สึกของผมบ้างแล้วล่ะ พราวพิรุณ" พราวพิรุณเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อใบหน้าหล่อเหลาของภูผาก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มใสของเธอไปนิดเดียว... .................................................. ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ — เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%