“พนักงานบอกว่าระบบรวนค่ะ... หรือพูดให้ชัดก็คือ พวกเขาทำรายการจองซ้อน และตอนนี้โรงแรมเต็มทุกห้อง”
เสียงของพราวพิรุณแหลมสูงขึ้นเล็กน้อย เธอยืนกำคีย์การ์ดพลาสติกในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ภูผาซึ่งยืนกอดอกนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? นอนล็อบบี้? หรือจะให้ผมกางเต็นท์นอนหน้าโรงแรมดีล่ะ มัณฑนากรที่ฉลาดหลักแหลมอย่างคุณก็น่าจะมีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าการยืนหน้าบูดใส่พนักงานที่กำลังจะร้องไห้อยู่แล้วตรงนี้นะ”
ภูผาแค่นยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่พราวพิรุณเกลียดที่สุด มันคือรอยยิ้มแบบ ‘สถาปนิกผู้กุมชัยชนะ’ ที่ชอบมองทุกอย่างเป็นแค่เส้นสายที่ต้องจัดวางให้ลงตัว แม้กระทั่งสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจแบบนี้
“วิธีแก้ปัญหาเหรอคะ? ได้ค่ะ งั้นเราไปฟ้องร้องโรงแรมนี้กัน แล้วแยกย้ายกันไปหาที่นอนที่อื่น คุณจะไปไหนก็เชิญ แต่ฉันไม่นอนห้องเดียวกับคุณแน่นอน” เธอสวนกลับทันควัน แรงกดดันจากการทำงานหนักมาทั้งวันบวกกับความล้าทำให้ความอดทนของเธอพุ่งถึงขีดจำกัด
ภูผาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ จากตัวเขาทำให้พราวพิรุณต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนกับเคาน์เตอร์เช็คอิน “พราว... นี่คือโรงแรมที่ห่างจากเขตก่อสร้างโปรเจกต์เราไปเกือบห้าสิบกิโลเมตร ในคืนที่มีเทศกาลดนตรีระดับจังหวัดแบบนี้ คุณคิดว่ามีที่ว่างที่ไหนเหลืออยู่อีกบ้าง? หรือคุณจะให้ผมปล่อยให้คุณไปนอนข้างทางในสภาพชุดทำงานแบรนด์เนมนี่?”
“อย่ามาทำเป็นห่วงหน่อยเลยค่ะ ฉันเอาตัวรอดได้”
“อย่าดื้อได้ไหม” เขาเสียงเข้มขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีแข็งกร้าว “เราไม่ใช่เด็กๆ ที่จะมาทำสงครามประสาทกันในเรื่องที่พัก ผมมีแบบแปลนที่ต้องตรวจคืนนี้ และคุณก็มีงานที่ต้องแก้สำหรับพรุ่งนี้เช้า... ห้องสวีทห้องนี้มีโซฟาเบดที่กว้างพอสำหรับผม ส่วนเตียง... ผมอนุญาตให้คุณยึดครองมันไปคนเดียวได้เลย”
พราวพิรุณเงียบไป จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มผิดปกติ เธอรู้ดีว่าสถาปนิกหนุ่มคนนี้เป็นคนประเภทพูดคำไหนคำนั้น การที่เขาเอ่ยปากแบบนี้แสดงว่าเขาก็คงหมดหนทางเช่นกัน แต่ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดกับผู้ชายที่ปากร้ายใจดีจนเธอตั้งตัวไม่ติดมันอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าการนอนในป่าเสียอีก
“ค่ะ... ถ้าคุณกล้าทำตามที่พูด ฉันก็ไม่ขัด”
เมื่อประตูห้องพักระดับเพนท์เฮาส์เปิดออก กลิ่นอายความหรูหราก็แผ่ซ่าน แต่สิ่งที่กระแทกตาพราวพิรุณไม่ใช่เตียงคิงไซส์ที่ดูนุ่มสบาย แต่มันคือ ‘ความแคบ’ ที่เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า แม้ห้องจะกว้างแค่ไหน แต่มันก็ยังมีบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น
ภูผาโยนกระเป๋าทำงานลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาปลดเนกไทออกอย่างใจเย็น สัมผัสถึงสายตาของหญิงสาวที่มองตามมือเขาทุกย่างก้าว เขาจึงหยุดชะงักแล้วเลิกคิ้วขึ้น “จะจ้องอีกนานไหม? หรืออยากให้ผมช่วยถอดเสื้อให้ด้วย?”
“อีตาบ้า!” พราวพิรุณหน้าแดงก่ำ เธอรีบคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเดินดิ่งเข้าห้องน้ำโดยไม่รอช้า
สามสิบนาทีผ่านไป เธอก้าวออกมาในชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบหรูแต่แฝงความยั่วยวนโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอเห็นภูผานั่งอยู่บนโซฟาเบด แผ่นหลังกว้างนั้นเปลือยเปล่าเพราะเขาเพิ่งถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงกางเกงสแล็คตัวเดียว แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้กล้ามเนื้อที่หลังของเขาดูชัดเจนและมีเสน่ห์ดึงดูดจนน่าเหลือเชื่อ
ภูผาหันมามองพอดี สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชุดนอนสายเดี่ยวของเธอ นัยน์ตาคมเข้มดุจสีนิลไหววูบขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบเบนสายตาไปที่ไอแพดในมือ “ห้องน้ำว่างแล้ว... พราว อย่าทำตัวให้ผมต้องลำบากใจเกินไปนัก”
“ฉันก็ไม่ได้อยากทำตัวให้ลำบากใจ คุณนั่นแหละที่ทำบรรยากาศให้มันดูแปลกๆ” พราวพิรุณรีบมุดตัวเข้าไปในผ้านวมหนานุ่มจนมิดหัว กลิ่นหอมสะอาดๆ ของเขาจางๆ บนหมอนทำให้เธอนอนไม่หลับ
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ความเงียบงันในห้องถูกทำลายด้วยเสียงถอนหายใจของคนบนโซฟา พราวพิรุณแอบชะโงกหน้าออกมาจากใต้ผ้าห่ม เห็นภูผากำลังขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย เขาคงทำงานไม่ราบรื่น
“ถ้ามันยากขนาดนั้น ก็มาดูตรงนี้สิ” เธอพูดขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ
ภูผาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาที่เตียง เขาขยับเข้ามาใกล้จนเธอกลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากตัวเขาชัดเจน เขาโน้มตัวลงมองแบบร่างบนไอแพดที่เธอถือไว้ ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มของเธอ
“ตรงนี้... เส้นสายมันยังไม่สมดุล ถ้าคุณหักมุมที่จุดรับน้ำหนักตรงนี้ มันจะดูโปร่งขึ้นมาก” นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนหน้าจอใกล้กับนิ้วของเธอ ความร้อนจากปลายนิ้วเขาส่งผ่านมาถึงหัวใจพราวพิรุณอย่างรุนแรง
ภูผาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอในระยะห่างที่ใกล้เพียงลมกั้น แววตาสีเข้มที่เคยดุดันกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่าประหลาด “คุณนี่มัน... ทำไมถึงชอบทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลยนะ”
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่มือถือของเขาก็สั่นรัวขึ้นมาบนโต๊ะ ภูผาหยิบมันขึ้นมาดู แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่ดับวูบลงทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ
“ว่าไงกรณ์... มีเรื่องอะไรด่วนขนาดต้องโทรมาตอนเที่ยงคืน?”
ภูผารับสายแล้วเดินเลี่ยงไปที่ระเบียง พราวพิรุณมองตามหลังเขาไป แต่ก่อนที่ประตูระเบียงจะปิดสนิท เสียงของกรณ์ที่ลอดออกมาจากปลายสายก็ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“ภู... เตรียมตัวให้ดีนะ พรุ่งนี้เช้าจะมีคนสำคัญจากบริษัทแม่มาเซอร์ไพรส์ที่ไซต์งาน... และดูเหมือนเขาจะ ‘ไม่ค่อยปลื้ม’ ที่เห็นชื่อพราวพิรุณอยู่ในลิสต์ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ด้วยว่ะ”
ภูผาตัวแข็งทื่อ เขาหันกลับมามองพราวพิรุณที่ยืนอึ้งอยู่กลางห้องด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 11
ห้องพักเดียวกัน... ได้ยังไง!
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!