"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ปูนปั้นอยู่ตรงนั้น พรุ่งนี้เช้างานออกแบบรีสอร์ทของเราคงได้กลายเป็นโครงการสยองขวัญสั่นประสาทแทนที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจนะคะ คุณสถาปนิก"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักแรมชั่วคราวของโครงการ ไซต์งานในคืนนี้ถูกตัดไฟกะทันหันเนื่องจากพายุเข้า มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมเหลืองที่สาดกระทบโครงสร้างปูนเปลือย ทอดเงายาวทับซ้อนกันจนบรรยากาศภายในห้องแคบ ๆ นี้ดูวังเวงและอบอวลไปด้วยบางสิ่งที่อธิบายไม่ถูก
ภูผายังคงยืนตัวแข็งทื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนระเกะระสะขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อพราวพิรุณขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งคู่นั้นพยายามฉายแววเยקטเยือกอย่างเคย แต่ทว่าสันจاوรที่ขบเข้าหากันแน่นกับใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อในความสลัว กลับทรยศความนิ่งขรึมของเขาจนหมดสิ้น
ก็ใครจะไปคาดคิดเล่าว่า... พายุฝนฟ้าคะนองระดับสิบจะทำให้รีสอร์ทตัวอย่างที่สร้างเสร็จไปเพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เกิดไฟฟ้าลัดวงจร จนเหลือห้องพักที่ติดระบบสำรองไฟเพียงห้องเดียว และมันดันเป็นห้องนอนเตียงเดี่ยวขนาดควีนไซส์ในโซนวีไอพีที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ตรวจแบบคนเดียว!
"ผมไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ และรีสอร์ทนี่ก็ไม่มีทางเป็นบ้านผีสิง" ภูผาเค้นเสียงลอดไรฟัน ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก "แต่ถ้าคุณยังเดินเข้ามาใกล้ผมอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจคุกคามสถาปนิก"
"โอ๊ะ! กลัวจังเลยค่ะ" มัณฑนากรสาวแสแสร้งยกมือขึ้นทาบอก ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนภายใต้ความมืดสลัว เธอไม่ได้ถอยหลังตามคำขู่ กลับกัน พราวพิรุณก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวฟรุตตี้ฟลอรัลปะปนกับกลิ่นฝนจาง ๆ ลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่ม "คุกคามอะไรกันคะ ในเมื่อเตียงในห้องนี้มีอยู่เตียงเดียว แล้วโซฟาก็มีขนาดสั้นกว่าส่วนสูงของคุณเกือบฟุต... หรือคุณยอมนอนขดตัวเป็นกุ้งต้มให้ยุงกัดตายข้างนอกนั่นล่ะคะ คุณภูผา"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ภูผาต้องกวาดตามองไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันเล็กเกินกว่าจะรองรับสรีระสูงโปร่งของเขาได้อย่างสบาย แถมอากาศชื้นจากภายนอกยังทำให้เครื่องปรับอากาศเกิดขัดข้อง เหลือเพียงพัดลมเพดานตัวเก่าที่หมุนเอื่อย ๆ ชวนให้หงุดหงิด
"ผมเสียสละให้นอนเตียง คุณนอนโซฟา... จบเรื่อง" เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย พยายามเบี่ยงตัวหนีเพื่อเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสาร
หมับ!
เรียวนิ้วบางคว้าเข้าที่ข้อมือหนาของเขาไว้ทันท่วงที สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วส่งผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตตรงข้อมือ ทำเอาภูผารู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ช็อตเข้าที่ไขสันหลังจนต้องหยุดชะงัก ลมหายใจของเขาสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
"อย่าใจร้ายนักเลยค่ะคุณภูผา ฟังเสียงฟ้าผ่าเมื่อกี้สิคะ... ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวนะคะ เกิดช็อกตายคาโซฟาขึ้นมา ใครจะช่วยคุณแก้แบบแปลนห้องสวีททันส่งพรุ่งนี้เช้าล่ะคะ" พราวพิรุณแกล้งทำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร แม้ว่าแววตาจะฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังสนุกสนานกับการแกล้งเขาแค่ไหน
"คุณไม่ได้ตัวเล็กเลยสักนิด พราวพิรุณ และคุณก็ไม่ได้ขี้ขลาดด้วย" ภูผาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างจำยอม เขาก้มลงมองมือเรียวที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้แน่น "ปล่อยมือได้แล้วครับ... ผมไม่ได้จะหนีไปไหน"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่หัวใจใต้แผงอกด้านซ้ายของสถาปนิกหนุ่มกลับเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันดังยิ่งกว่าเสียงสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกเสียอีก
เมื่อตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายทั้งคู่จึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง—การนอนร่วมเตียงเดียวกันบนเตียงควีนไซส์ โดยมีหมอนข้างใບยาวกั้นกลางไว้ราวกับเป็นเส้นแบ่งเขตแดนสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่ส่งเสียงหึ่ง ๆ และเสียงหยาดฝนกระทบหลังคา ภูผานอนหงายเกร็งตัวตรงแน่ว ดวงตาเบิกโพลงมองเพดานห้องสีขาวในความมืด เขาพยายามบังคับตัวเองให้หลับตาและนمطการหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ แต่กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ลอยมาจากคนข้าง ๆ กลับคอยแต่จะดึงความสนใจของเขาไปเสียหมด
ส่วนคนต้นเรื่อง... พราวพิรุณไม่ได้หลับใหลอย่างที่แสร้งทำ เธอนอนตะแคงหันหน้ามาทางฝั่งเขา แสงไฟฉุกเฉินสลัว ๆ พอจะทำให้เห็นเค้าโครงสันจاوรคมคายและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความอึดอัดของชายหนุ่ม มัณฑนากรสาวแอบอมยิ้มบาง ๆ ในความมืด ความรู้สึกสนุกในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในหัวใจ
"คุณภูผาคะ..." เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาทำลายความเงียบขึ้นมา
"ยังไม่นอนอีกหรือครับ" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับทันทีราวกับเขารอจังหวะนี้อยู่แล้ว
"นอนไม่หลับค่ะ... ฝนตกเสียงดังเกินไป" พราวพิรุณขยับตัวเล็กน้อย ส่งผลให้ผ้าห่มนวมผืนหนาขยับตาม "แล้วก็... เพราะคุณตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ข้าง ๆ นี่ด้วยล่ะมั้งคะ บรรยากาศมันเลยชวนให้อึดอัดพิกล"
ภูผาถอนหายใจยาวพรืด เขาพลิกตัวตะแคงหันมาเผชิญหน้ากับเธอเช่นกัน แม้ในความมืดจะมองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่เขารู้ว่าดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างหยอกเย้า
"ถ้าอึดอัดนัก ทำไมไม่พลิกกลับไปนอนฝั่งของคุณล่ะครับ"
"ไมล่ะคะ นอนมองคุณแบบนี้สนุกกว่าตั้งเยอะ" พราวพิรุณตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้หมอนข้างที่กั้นกลางอีกนิด จนปลายจมูกของเธอแทบจะชนกับอกเสื้อของเขา "ว่าแต่... ที่คุณเงียบไปนี่ กำลังคิดเรื่องงานออกแบบ หรือกำลังคิดอยู่ว่าฉันจะข้ามเส้นหมอนข้างนี่มาปล้นกอดคุณกันแน่คะ คุณสถาปนิก"
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่มันร้ายกาจเสียจริง!
ภูผากัดกรามแน่น ความอดทนที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวยื่นออกไปรวบเอวบางของเธอเข้ามาชิดแนบกายอย่างรวดเร็ว โดยที่พราวพิรุณไม่ทันตั้งตัว ร่างบางถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอุ่นโดยมีหมอนข้างถูกดันตกเตียงไปอย่างไร้ความปรานี
ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจังในระยะประชิด ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ร้อนลุ่มยิ่งกว่าเปลวไฟ
"ถ้าผมคิดอย่างหลัง..." เสียงทุ้มของภูผาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยในความมืดด้วยประกายความรู้สึกที่เขาไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "คุณคิดว่าคุณจะหนีผมพ้นไหมล่ะครับ พราวพิรุณ"
พราวพิรุณชะงักค้าง หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงฝนข้างนอก คำพูดท้าทายที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำพูก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงตามนิสัยปากเก่ง แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียงใดออกมา—
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายคุ้นหูที่ดังทะลุสายฝนเข้ามา
"เฮ้ย! ไอ้ภู! อยู่ในนั้นหรือเปล่าฟะ! ไฟดับแบบนี้แกเสร็จโจรสาวไปถึงไหนแล้ว เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย กรณ์คนหล่อมาช่วยชีวิตแล้ว!"
เสียงของกรณ์เพื่อนสนิทตัวแสบทำลายบรรยากาศโรแมนติกและจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นเร้าใจลงอย่างไม่ไว้หน้า พราวพิรุณสะดุ้งสุดตัวรีบดันอกเขาออกทันที ส่วนภูผากัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ดวงตาคมฉายแววฆ่าฟันเมื่อหันไปมองประตูห้องพัก
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ ขอตัวไปหยิกหมอนแก้เขินแทนยัยพราวแป๊บค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 12
เสียงหัวใจดังกว่าเสียงฝน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!