"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น ฉันจะหยิกเอวคุณตรงนี้จริงๆ ด้วยนะคะคุณสถาปนิก"
น้ำเสียงหวานใสกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่จงใจกดเน้นลงบนร่องซี่โครงของภูผาอย่างหยอกเย้า แต่สำหรับคนโดนกระทำแล้ว มันให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วทั้งแผ่นหลัง
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครในปฐพีอย่างภูผา กำลังยืนตัวเกร็งเป็นหินตากฝนอยู่กลางงานปาร์ตี้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮ엔ด์ รอบตัวพวกเขามีทั้งเซเลบ ไฮโซ และกองทัพสื่อมวลชนที่จ้องจะขย้ำทุกข่าวซุบซิบ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านักข่าวพวกนั้นหลายร้อยเท่า... คือฝ่ามืออุ่นจัดของพราวพิรุณที่สอดประสานเข้ากับนิ้วมือของเขาแน่น ชนิดที่ต่อให้งัดด้วยชะแลงก็ไม่มีทางหลุด
ก็ใครใช้ให้เธอดันเล่นใหญ่รัชดาลัย ยืนประกาศกร้าวต่อหน้าอดีตคู่หมั้นจอมตื๊อและบรรดาเหยี่ยวข่าวเมื่อสิบนาทีที่แล้วเล่าว่า...
*‘เราสองคนกำลังจะแต่งงานกันค่ะ’*
ให้ตายเถอะ! นี่มันคือการแสดงละครตบตาเพื่อตัดรำคาญชัดๆ แต่ทำไมไอ้หัวใจทรยศนี่มันถึงได้เต้นโครมครามราวกับกลองเพลิงศึกแบบนี้วะ ภูผากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้กล้องโทรทัศน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สมกับเป็นมัณฑนากรสายป่วนผู้มีพลังงานเหลือล้นจริงๆ
"คุณบีบมือฉันแรงเกินไปแล้วนะพราว" ภูผากัดฟันกระซิบลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำรอดผ่านริมฝีปากที่ขยับน้อยมากเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต "ถ้ากระดูกข้อมือฉันหัก คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วยการออกแบบห้องนอนให้ใหม่ทั้งห้องฟรีๆ"
"อุ๊ย! คุณภูผานี่ละก็ ขี้ตระหนี่จังเลยนะคะ" พราวพิรุณเอียงคอซบลงกับไหล่กว้างของเขาอย่างแนบเนียน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือกลิ่นดอกไม้ปادเข้าจมูกคนตัวสูงเต็มรัก จนภูผาต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "แฟนเขากำลังแสดงความรักต่อหน้าสาธารณชนแท้ๆ ยังจะมาทวงค่าออกแบบอีกเหรอคะ เดี๋ยวปัดเหนี่ยวซะนี่"
"แฟนปลอมๆ ครับ... ย้ำว่าปลอม"
"อ้าวเหรอคะ? เมื่อกี้ใครนะที่บอกนักข่าวช่องสิบว่า *‘ผมรักและดูแลพราวมาตลอด’* เสียงดังฟังชัดจนไมค์เกือบแตก หูฉันฝาดไปเองเหรอคะคุณสถาปนิก" พราวพิรุณช้อนตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน ยามที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยนั้นเริ่มมีรอยแดงลามเลียขึ้นมาถึงใบหู
ให้ตายสิ ผู้หญิงคนนี้มันอันตรายต่อสุขภาพจิตของเขาจริงๆ
ภูผาพยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ หัวใจที่เต้นรำไปจังหวะร็อคเมื่อครู่ต้องถูกกดให้สงบลงด้วยเหตุผลทางสถาปัตยกรรม แต่ไม่รู้ทำไม พอสายตาคมกริบก้มลงมองสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ทฤษฎีโครงสร้างตึกระฟ้าทั้งหมดที่เขาเรียนมาก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธอยั่วเย้าอยู่ตรงหน้า... มันใกล้เสียจนถ้าเขาโน้มลงไปอีกนิดเดียว...
"แฮ่ม! ขอโทษที่ขัดจังหวะความสวีทนะเพื่อนรัก แต่ทางด้านโน้นเขากำลังมองมาที่คุณสองคนแบบตาไม่กระพริบเลยว่ะ"
เสียงกระแอมกระไอมพร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ดึงทั้งคู่ออกจากภวังค์ กรณ์เพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์หนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วแชมเปญในมือ สายตาเจ้าเล่ห์มองสลับระหว่างภูผากับพราวพิรุณด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "โดยเฉพาะคุณแม่ยาย... เอ๊ย คุณแม่ของคุณภูผา ที่กำลังเดินตรงดิ่งมาทางนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแบบน่ากลัวมาก"
ร่างบางของพราวพิรุณสะดุ้งน้อยๆ เธอรีบผละออกจากไหล่กว้างของภูผาทันทีราวกับโดนไฟลวก แม้เธอจะปากเก่งไม่ยอมใครแค่ไหน แต่การเจอ 'คุณแม่ของภูผา' ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในยามฉุกเฉินแบบนี้ ก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเหมือนกัน
"คุณแม่คุณเหรอ?" พราวพิรุณหันไปกระซิบถามเสียงสั่นเล็กน้อย "ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อนเล่าว่าท่านจะมาด้วย!"
"ผมก็เพิ่งรู้พร้อมคุณนี่แหละ" ภูผากระซิบตอบ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่ปล่อยจากการจับมือเปลี่ยนมาโอบรอบเอวบางของเธอไว้อย่างแนบเนียนโดยสัญชาตญาณ "นิ่งไว้... ถ้าไม่อยากให้แผนแตก ห้ามแสดงพิรุธเด็ดขาด เข้าใจไหมครับมัณฑนากรตัวแสบ"
คำว่า 'ตัวแสบ' ที่หลุดออกมาจากปากเขาไม่ได้ฟังดูดุร้ายเลยสักนิด... กลับกัน มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนบางเบาที่ทำเอาพราวพิรุณหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ภูผา... พราว" เสียงทรงอำนาจแต่แฝงด้วยความเอ็นดูดังขึ้นตรงหน้า ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปยิ้มรับ
ท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าบุตรชายและหญิงสาวที่เธอเพิ่งเห็นผ่านหน้าจอโซเชียลมีเดียเมื่อครู่ สายตาดุคมกวาดมองสำรวจพราวพิรุณตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"สวัสดีค่ะคุณแม่" ภูผายกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ขณะที่พราวพิรุณรีบยกมือไหว้ตามอย่างสวยงามและเรียบร้อยที่สุดในชีวิต
"สวัสดีจ่ะหนูพราว... แม่ได้ยินข่าวดีจากตาภูผาหมดแล้วนะ" คุณผู้หญิงแย้มยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปตบหลังมือของพราวพิรุณเบาๆ อย่างเมตตา "คบกันมาตั้งนาน เพิ่งจะยอมเปิดตัวนะยะตาภูผา ทำเอาแม่ต้องลุ้นจนตัวโก่งว่าเมื่อไหร่ลูกชายคนนี้จะมีสะใภ้ให้สักที"
พราวพิรุณกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหล่ตามองค้อนคนข้างกายที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้น แต่เอวเธอนี่สิ... มือหนาที่โอบอยู่ตรงนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่าคีมเหล็ก
"เอ่อ... พอดีพวกเราอยากให้ทุกอย่างมันลงตัวก่อนน่ะค่ะคุณแม่" พราวพิรุณเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ สมบทบาทว่าที่ลูกสะใภ้ที่ดีเยี่ยม "พี่ภูผาเขาเป็นคนใส่ใจรายละเอียดค่ะ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ถึงกล้าพามาเปิดตัวกับคุณแม่นี่แหละค่ะ"
ภูผาเหลือบมองคนข้างกายที่แก้ตัวได้อย่างฉะฉานแถมยังหยอดคำหวานใส่เขาต่อหน้ามารดาอีกต่างหาก มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างไม่มีใครทันสังเกต
"ใช่ครับแม่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ภูผาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอจนเส้นผมคลอเคลียแก้มเนียน "ในเมื่อคุณแสดงเป็น 'แฟนตัวจริง' ได้สมบทบาทขนาดนี้... งั้นคืนนี้เราคงต้องกลับไป 'ซ้อมบทบาท' กันต่อที่คอนโดของผมแล้วล่ะมั้งครับที่รัก"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาพราวพิรุณขนลุกซู่ สมองขาวโพลนไปหมด หญิงสาวหันขวับไปจะอ้าปากเถียง แต่ทว่า...
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ปลายจมูกโด่งเป็นสันของภูผาก็เฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปเพียงนิดเดียวอย่างจงใจ ท่ามกลางสายตาของคุณแม่และผู้คนนับร้อยในงานที่กำลังมองมาทางพวกเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
รอก่อนเถอะ... ตาคุณสถาปนิกหน้าตาย! คืนนี้เธอนี่แหละจะรื้อแบบแปลนห้องนอนเขาให้พังไม่เป็นท่าเลยคอยดู!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
รักนักอ่านของเอมเมอรัลด์อายส์ทุกคน อย่าเพิ่งปาหมอนใส่ไรต์นะคะ เพราะศึกรักสนามนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นความฟินแบบน็อคเอาต์ค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 16
อินเนอร์เกินเบอร์
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!