ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 14

เสียงกระซิบจากผนัง

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดไหม้จนเหลือเพียงขี้เถ้าสีเทาหม่นบนโต๊ะทำงาน มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะเกิดขึ้นในสำนักงานกฎหมายใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย รวิศวางปากกาหมึกซึมในมือลงบนกระดาษเอกสารคดีอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองไปยังมุมห้องที่เงเชียบเชิด แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ สามครั้งติด ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความสลัวจากแสงไฟถนนด้านนอกที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาเป็นเงายาว "นที... คุณได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหมครับ" รวิศเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายกลับตื่นตัวเต็มที่ นทีที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบแฟ้มหลักฐานลายนิ้วมือคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสัปดาห์ก่อนเงยหน้าขึ้นทันที อดีตนายตำรวจหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น จมูกฟุดฟิดสูดอากาศเข้าไปก่อนจะส่ายหน้า "นอกจากกลิ่นกาแฟดำที่คุณชงทิ้งไว้จนเย็นชืดแล้ว ผมก็ไม่ได้กลิ่นอะไร... เดี๋ยว ประเดี๋ยวทำไมกระจกฝั่งนั้นถึงขึ้นฝ้าล่ะครับ ทั้งที่ข้างนอกอากาศออกจะแห้ง" นิ้วเรียวยาวของรวิศยกขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามปราม เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ส่งผ่านพื้นปูนซีเมนต์ขึ้นมาที่ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แรงสั่นจากรถไฟฟ้าใต้ดินหรือการจราจรด้านนอก แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่มี "จังหวะ" ราวกับเสียงเต้นของหัวใจขนาดมหึมาที่ฝังอยู่ใต้ดินลึก "เกมสนุกพอแค่นี้แหละครับ... ท่านอาจารย์อา" รวิศพึมพำกับความว่างเปล่า ประโยคที่เพิ่งกล่าวออกไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่าย รวิศและนทีเพิ่งกลับมาจากศาลเพื่อยื่นเรื่องขอรื้อฟื้นคดีพินัยกรรมมรณะที่พัวพันกับตระกูลผู้มีอิทธิพล ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูสำนักงาน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับหลุดเข้าไปใหม่อีกมิติหนึ่ง สมุดบันทึกคดีเก่าบนชั้นวางตกลงมาเรียงรายบนพื้นโดยไม่มีใครแตะต้อง และที่น่ากลัวที่สุดคือ เงาสะท้อนของพวกเขาในกระจกไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวในความเป็นจริง "ไสยเวทสายดำ... การปักเขตอาคมแบบนี้มันไม่ใช่แค่การส่งวิญญาณมาหลอกหลอนเพื่อข่มขู่" รวิศก้าวเท้าเข้าไปใกล้ผนังห้องทิศตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่วอลเปเปอร์ลายวินเทจเริ่มพองตัวออกราวกับมีบางสิ่งกำลังดิ้นรนอยู่ข้างหลัง นทีควักปืนพกประจำตัวออกมาอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะรู้ดีว่ากระสุนตะกั่วไม่อาจทำอะไรภูตผีปีศาจได้ แต่อย่างน้อยเหล็กกล้าในมือก็ช่วยให้ความหน Icy ที่เกาะกุมขั้วหัวใจทุเลาลงไปได้บ้าง "รวิศ ถอยออกมาก่อนครับ! ผนังนั่น... มันกำลังหายใจ" เสียงกระซิบแหบพร่าเริ่มเล็ดลอดออกมาจากรอยต่อของวอลเปเปอร์ มันไม่ใช่เสียงภาษาคน แต่เป็นเสียงสวดมนต์กลับหลัง ภาษาขอมโบราณที่รวิศเคยได้ยินจากปากของอาจารย์ผู้ล่วงลับ เสียงนั้นดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ จนแก้วหูแทบปริแตก อากาศในห้องลดอุณหภูมิดิ่งลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รวิศไม่ถอย เขากลับก้าวเข้าไปประชิดผนัง พร้อมกับยกมือซ้ายขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางประสานกันเป็นมุทราสะกดวิญญาณ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาว เขากำลังใช้สัมผัสพิเศษมองทะลุกำแพงปูนหนาออกไป ภาพที่เห็นทำเอาลมหายใจของทนายหนุ่มสะดุดกึก ด้านหลังผนังปูนนั้นถูกแทนที่ด้วยมวลก้อนเนื้อสีดำสนิทที่กำลังเต้นตุบๆ นับร้อยดวง ดวงตานับพันคู่กำลังเบิ่งกว้างมองทะลุกำแพงจ้องตรงมาที่พวกเขา และตรงใจกลางก้อนเนื้อน่าขยะแขยงนั้น มีร่างเงาสلัวของชายชราในชุดสูทโบราณกำลังยกย่องมุมปากส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ "ท่านอาจารย์อา... ส่งพวกมันมาต้อนรับหลานชายคนนี้อย่างอบอุ่นเชียวนะครับ" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายความท้าทาย "รวิศ! ระวังข้างหลัง!" นทีตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนรวิศให้หลบออกห่างจากมุมห้อง ทันใดนั้นเอง พื้นปูนบริเวณที่รวิศยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้วก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบ มือสีดำสนิทนับสิบข้างพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดิน คว้าอากาศธาตุด้วยความหิวกระหาย ความกดอากาศในห้องพุ่งสูงขึ้นจนหูอื้อ รวิศสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของนทีอย่างคล่องแคล่ว เขารู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ สำนักงานแห่งนี้จะกลายเป็นสุสานฝังร่างของพวกเขาถาวร ทนายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังปราณหยินหยางที่สะสมมาตลอดหลายปีไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะตบลงไปที่พื้นห้องอย่างแรง พร้อมกับร่ายคาถาบทสั้นที่ทรงพลังที่สุดที่ได้รับการถ่ายทอดมา "โอม... คลื่นฟ้าดินสะท้อน วัฏจักรวิญญาณจงคืนสนอง!" แสงสว่างวาบสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของรวิศ แผ่ขยายเป็นวงกว้างกระแทกกับเงาดำและมือปริศนาที่โผล่ขึ้นมาจากพื้น เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงประตูนรกถูกกระชากเปิดออก มวลอากาศรอบตัวปั่นป่วนจนเอกสารปลิวว่อนไปทั่วห้อง ทว่า... ท่ามกลางแสงสว่างสีทองนั้น รวิศกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เงาสะท้อนของนทีที่เคยหายไป กลับปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้งบนกระจกหน้าต่าง ทว่า... เงาของนทีกำลังยกย่องมุมปากยิ้มอย่างน่ากลัว ในขณะที่ตัวจริงของนทีกำลังยืนหอบหายใจโยนอยู่ข้างๆ เขา ดวงตาของเงาในกระจกไม่ได้มองมาที่รวิศ แต่มันกำลังหันไปมอง "นที" ตัวจริง พร้อมกับยกมือขึ้นช้าๆ ทำท่าทาง "ปาดคอ" รวิศเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตระหนักรู้ที่แล่นแปลบเข้ามาในสมอง ไม่ใช่แค่สำนักงานที่ถูกแทรกแซง... แต่คนใกล้ตัวที่สุดของเขาก็ถูกแทนที่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! "นที... คุณถอยหลังไปสามก้าวเดี๋ยวนี้ครับ!" รวิศคำรามลั่น เสียงของเขาขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนกที่หาได้ยากยิ่ง ทว่าเสียงตอบรับที่กลับมา... กลับไม่ใช่เสียงหอบหายใจของเพื่อนร่วมงานหนุ่มผู้ซื่อตรง หากแต่เป็นเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังมาจากด้านหลังต้นคอของเขาเอง "ช้าไปแล้วล่ะครับ... หลานรัก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในความมืดมิดนี้นะครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%