ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 15

คดีที่ไม่มีในบันทึก

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
คราบสีดำบนกระดาษหนังมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นหืนคล้ายซากสัตว์เน่าเสียในความชื้น แสงจากตะเกียงน้ำมันพارโบราณบนโต๊ะไม้สักสะท้อนเงาของรวิศที่กำลังใช้ปลายแหนบโลหะคีบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวของทนายความหนุ่มเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ ทว่าในแววตากลับสะท้อนประกายความเคร่งเครียดที่ซ่อนไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา "คุณแน่ใจนะรวิศ ว่าสิ่งที่เรากำลังถืออยู่ไม่ใช่แค่บันทึกบัญชีของพวกค้ามนุษย์ธรรมดา" นทีเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบภายในห้องใต้ดินของสำนักงานทนายความ มือหนาของอดีตนายตำรวจสืบสวนกำลังถือแฟ้มคดีเก่าที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่มีอักขระคาถาเขียนผนึกไว้ทุกมุมเพื่อป้องกันอาคมสะกดรอย "บัญชีธรรมดาเขาไม่ใช้หมึกผสมโลหิตเจือด้วยผงกระดูกคนตายหรอกครับคุณนที" รวิศตอบเสียงเรียบ ปลายแหนบวางแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างเบามือ "ลองดูรายชื่อพวกนี้สิครับ... เกือบสามสิบคน เป็นบุคคลที่ทางราชการลงบันทึกไว้ว่า 'สูญหาย' ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ร่างกายและดวงวิญญาณของพวกเขาถูกมัดรวมไว้ที่ไหน" นทีก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายปากกาเขี่ยรายชื่อเหล่านั้นทีละบรรทัด คิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบชนกัน "ชื่อของเด็กสาวจากสถานสงเคราะห์... คนงานก่อสร้างต่างด้าวที่ไม่มีแม้แต่ใบอนุญาต... และนักศึกษาแพทย์ปีสามที่เพิ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อเดือนก่อน ทุกคนมีจุดร่วมกันคือ ไม่มีญาติคอยตามหา หรือต่อให้มี ก็เป็นครอบครัวที่อ่อนแอเกินกว่าจะขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมได้" "ถูกต้องครับ" รวิศผ่อนลมหายใจยาว ความเย็นเยียบจากสัมผัสพิเศษที่ฝ่ามือเริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้ง มันคือความเจ็บปวดและเสียงโหยหวนนับร้อยที่ถูกกักขังไว้ในกระดาษแผ่นเดียว "พวกมันไม่ได้แค่ลักพาตัว แต่มันกำลังใช้มนุษย์เป็น 'สะพาน' เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับมิติเบื้องต่ำ เพื่อแลกกับอำนาจและความมั่งคั่ง ชื่อในกระดาษนี้ไม่ใช่รายชื่อผู้สูญหายธรรมดา... แต่มันคือ 'รายชื่อเครื่องเซ่น' ที่รอวันถูกเชือดอย่างสมบูรณ์แบบ" ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำด้านนอกที่ดังเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง มิตรภาพและความเข้าใจอันเงียบเชียบระหว่างอดีตตำรวจผู้ยึดมั่นในหลักฐานกับทนายความผู้มองทะลุถึงวิญญาณ กลายเป็นเกราะคุ้ม กันเดียวที่พวกเขามีในยามนี้ รวิศเปิดลิ้นชักลับ หยิบสมุดบันทึกหนังสีดำอีกเล่มที่ได้มาจากคดีก่อนหน้าขึ้นมาเทียบเคียง ลายมือที่เขียนด้วยความรีบร้อนแต่เฉียบคมปรากฏชื่อของบุคคลระดับสูงในกระบวนการยุติธรรมและแวดวงธุรกิจสีเทา ชื่อเหล่านั้นถูกขีดเส้นใต้ด้วยหมึกสีแดงฉาน แสดงถึงโครงข่ายอิทธิพลมืดที่แผ่ขยายรากลึกจนยากจะถอนโคน "ถ้าเราส่งหลักฐานนี้ให้ตำรวจตามระบบปกติ รับรองว่าไม่ถึงสามชั่วโมง แฟ้มคดีพวกนี้คงปลิวหายไปกับสายลม และพวกเราอาจกลายเป็นรายชื่อถัดไปในกระดาษแผ่นนั้น" นทียิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของคนเคยศรัทธาในระบบแต่ถูกระบบหักหลัง "ทางออกเดียวคือเราต้องเล่นนอกเกม... ใช้ไสยเวทพิสูจน์ความจริง และใช้กฎหมายกระชากหน้ากากพวกมันในศาลเตี้ยที่เราสร้างขึ้นเอง" "ระวังคำพูดหน่อยครับคุณนที การที่เราจะโค่นล้มยักษ์ใหญ่ เราไม่ได้ใช้แค่ความแค้น แต่เราต้องใช้ 'ความยุติธรรม' ที่เฉียบคมพอจะตัดหัวพวกมันได้โดยที่กฎหมายปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก" รวิศเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คิด แววตาของทนายหนุ่มไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นอันเยือกเย็น ทันใดนั้นเอง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะก็กระพริบวูบวาบอย่างไม่มีสาเหตุ เปลวไฟที่เคยเป็นสีส้มอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต ทว่าความผิดปกติไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น อุณหภูมิภายในห้องใต้ดินลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นจนแทบอาเจียนพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของพื้นปูน รวิศดีดตัวลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ มือขวาคว้าด้ามมีดอาคมที่เหน็บไว้ที่เอวทันที นทีกשถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชักปืนพกสั้นออกจากซองพร้อมขึ้นลำกล้องด้วยความรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยพวกเขาทั้งคู่ว่า 'แขกไม่速เชิญ' กำลังมาเยือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวลงบันไดทีละขั้น... เสียงนั้นไม่ได้มาจากคนเป็น แต่มันคือเสียงลากขาของร่างที่ไร้ลมหายใจ และที่น่ากลัวที่สุดคือ เงาดำที่ทาบทับลงบนผนังห้องไม่ได้มีเพียงร่างเดียว แต่มันแตกแขนงออกเป็นสิบร่าง รายล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทาง รวิศกวาดสายตามองเงาดำเหล่านั้น ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักอยู่บนหน้าอกของวิญญาณอาฆาตเหล่านั้น มันไม่ใช่ภูตผีเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือ 'ตราประทับแห่งพันธสัญญาเลือด' ที่มีเพียงผู้บงการระดับสูงเท่านั้นที่ใช้ได้ "ดูเหมือนว่า... พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิดนะครับ" รวิศเอ่ยเสียงกระซิบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของทนายหนุ่ม ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความท้าทายของนักล่าที่รอคอยเหยื่อเดินเข้าหา ก่อนที่วิญญาณดวงแรกจะพุ่งเข้าประชิดตัว เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าเสื้อของรวิศก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากระบบเครือข่ายลับที่เขาตั้งค่าไว้ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ: *[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับ IP Address ตรงกับห้องทำงานของ "อัยการสูงสุด" และเป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวมายังพิกัดปัจจุบันของคุณ... ในอีก 3 นาทีข้างหน้า]* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%