กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิด เบื้องหน้าของรวิศไม่ใช่ห้องสืบสวนอับทึบอีกต่อไป หากแต่เป็นโถงใต้ดินกว้างใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยเสาศิลาโบราณ สลักลวดลายมนต์ดำขมุกขมัว เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงก้องจากก้นบึ้งของขุมนรกดังสะท้อนก้องกวาดไปทั่วโสตประสาท มันคือเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยและความหวาดกลัวในวัยเด็ก เสียงของคนที่ควรจะตายไปนานแล้ว
"ยินดีต้อนรับสู่... อาณาจักรของฉัน รวิศ หลานรัก"
รวิศยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นมาถึงสันหลัง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นตากวาดมองไปรอบกายด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ในมือข้างหนึ่งของเขากำยันต์ทองแดงโบราณแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่สมองส่วนหน้ายังคงทำงานอย่างเป็นระบบ ทนายความหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ความกลัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ หากรู้จักใช้มันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนความรอบคอบ
"ไม่ต้องซ่อนตัวหريكหรา อาการสั่นเทานั่น... ไม่เหมือนทนายความมือหนึ่งผู้เย่อหยิ่งเลยสักนิด" น้ำเสียงแหบพร่าดังก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า ร่างเงาสوงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวพ้นจากเงาเสาศิลา ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืด แต่อีกครึ่งหนึ่งที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มจากคบเพลิง กลับเผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกและดวงตาคู่ที่รวิศจำได้ไม่มีวันลืม
นที ซึ่งติดตามเข้ามาในระยะกระชั้นชิด ยกปืนพกขึ้นเล็งตรงไปยังเป้าหมายทันที สัญชาตญาณตำรวจเก่ากร้านโลกทำให้เขาไม่อาจไว้วางใจสิ่งใดในสถานที่แห่งนี้ได้ "หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าขยับ!"
เงาลึกลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและบาดหูราวกับเศษแก้วเสียดสีกัน "ตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม... น่าขันเสียจริง นที คุณคิดว่าเศษโลหะชิ้นเล็กๆ ในมือนั้น จะระคายผิวของอาณาจักรที่ถูกสร้างด้วยความแค้นนับร้อยปีได้งั้นหรือ?"
รวิศยกมือขึ้นแตะแขนของนทีเบาๆ เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาให้นิ่งไว้ก่อน การใช้อารมณ์เข้าปะทะกับศัตรูที่คุมเกมอยู่เหนือกว่า มีแต่จะพาตัวเองไปสู่ทางตัน ทนายความหนุ่มก้าวออกไปข้างหน้าร่างของเพื่อนร่วมทาง สายตาคมปลาบจ้องมองตรงไปยังผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด
"คุณอา... หรือผมควรเรียกว่า 'ผู้อยู่เบื้องหลัง' ของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมาดีล่ะครับ" รวิศเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันอันทรงพลัง "การดึงผมเข้ามาในเกมนี้ จัดฉากศพปริศนาในเงามืดทั้งหมด ก็เพื่อวัตถุประสงค์เดียว... คือการเปิดประตูบานนั้นใช่ไหม"
ชายในชุดคลุมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว "ฉลาดสมเป็นสายเลือดตระกูลเรา รวิศ... เจ้าเด็กดื้อที่พยายามวิ่งหนีโชคชะตามาตลอดชีวิต นายคิดว่าวิชาทนายความที่นายร่ำเรียนมา จะช่วยลบล้างสายเลือดอาถรรพ์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวได้งั้นหรือ? นายเกิดมาเพื่อสิ่งนี้... เพื่อเป็นภาชนะรองรับดวงวิญญาณนับพันที่ฉันสะสมมา"
ทันใดนั้น ผู้อยุ่เบื้องใหญ่ก็สะบัดมือออกเบื้องหน้า อักขระโบราณสีเลือดบนพื้นศิลาพลุ่งพล่านไปด้วยแสงสว่างวาบ ไอความมืดพวยพุ่งขึ้นมาเป็นเกลียวคลื่น กระแทกรวิศและนถอยหลังไปหลายก้าว นทีกัดฟันแน่น ใช้ไหล่กระแทกเสาเพื่อทรงตัว ขณะที่รวิศทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นที่ฝ่ามือขวา ราวกับมีใครเอาเหล็กแดงเผาไฟมาประทับลงบนเนื้อหนัง
รวิศก้มลงมองฝ่ามือของตนเองด้วยความตื่นตะลึง อักขระประหลาดรูปร่างคล้ายดวงตาที่กำลังเปิดออก ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนบนผิวหนัง มันไม่ใช่รอยสัก แต่เป็นเครื่องหมายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากสายเลือด สัญลักษณ์นี้... มันคือรหัสลับชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงถึงเครือข่ายองค์กรใต้ดินที่ควบคุมทั้งระบบกฎหมาย ไสยเวท และอำนาจมืดของเมืองนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างเบ็ดเสร็จ
"นี่คือ... ตราประทับแห่งพันธสัญญา" รวิศพึมพำกับตัวเอง ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นในหัว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สืบหาความจริง แต่เขาคือเป้าหมายหลักในหมากกระดานนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม
"ถูกต้อง หลานรัก" เสียงนั้นกระซิบกระซาบอยู่ข้างหู แม้ร่างจริงจะยังยืนอยู่ไกล "เมื่ออักขระบนฝ่ามือสมบูรณ์ ประตูแห่งเงาก็จะเปิดออก และเมื่อนั้น... วิญญาณของพ่อแม่นาย ก็จะได้กลับมาพบหน้าลูกชายอีกครั้งในสภาพที่ไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์"
นทีพยายามจะลั่นไกปืน ทว่าพลังงานลี้ลับบางอย่างกลับบีบรัดลำคอของเขาจนหายใจไม่ออก ร่างของอดีตตำรวจหนุ่มลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกโพลงด้วยความขาดอากาศหายใจ รวิศหันไปมองสหายร่วมรบด้วยความตกใจ ขีดจำกัดของเวลาและความอดทนมาถึงจุดแตกหักแล้ว ทนายความหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและปณิธานอันแน่วแน่
"คุณคิดผิดแล้ว... ที่เลือกเล่นกับความยุติธรรมของผม" รวิศเอ่ยเสียงต่ำ รวบรวมพลังจิตทั้งหมดที่มีถ่ายเทลงไปยังฝ่ามือขวาที่ปรากฏอักขระลึกลับแสงสีทองสว่างวาบตัดกับแสงสีเลือดของศัตรูอย่างดุเดือด
ในวินาทีที่รวิศเงื้อมือเตรียมสวนกลับเข้าใส่ความมืดเบื้องหน้า จู่ๆ ผนังศิลาเบื้องหลังร่างของผู้อยู่เบื้องใหญ่ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนพุ่งทะยานทะลุควันพิษเข้ามาในระยะประชิดด้วยความเร็วแสง ดาบอาคมเล่มมหึมาจ่อตรงไปยังลำคอของเป้าหมายทันที โดยมีเสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล
"เกมสนุกพอแค่นี้แหละครับ... ท่านอาจารย์อา"
ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 13
อักขระบนฝ่ามือ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!