กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นดินโบราณยังคงคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่รวิศต้องเผชิญในเสี้ยววินาทีนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
เงาสีดำมหึมาที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่างของชายชราในชุดสูทโบราณตรงหน้า ไม่ได้ส่งเสียงคำรามหรือแสดงท่าทีดุร้ายอย่างที่ภูตผีทั่วไปพึงกระทำ หากแต่ดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่เรียาสงบและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา—กำลังมองตรงมายังเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คุณปู่..."
ริมฝีปากของทนายความหนุ่มขยับเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงของตนจะไปทำลายภาพลวงตาอันเปราะบางนี้ให้แตกสลาย สัญชาตญาณส่วนหนึ่งร้องเตือนว่านี่อาจเป็นภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นจากอาคมระดับสูงเพื่อบั่นทอนสติ แต่หัวใจอีกด้านกลับร่ำร้องถึงความทรงจำในวัยเยาว์ กลิ่นใบชาอบเชยและสัมผัสอันอบอุ่นจากมือคู่นั้น... มันคือสิ่งเดียวกับที่เขาโหยหามาตลอดสิบปีเต็ม
"ระวังตัวด้วย รวิศ..." เสียงแหบพร่าดั่งมาจากก้นบึ้งของผืนแผ่นดินดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท "สิ่งที่เจ้ากำลังขุดคุ้ย... มันลึกลงไปเกินกว่าที่กฎหมายทางโลกจะเอื้อมถึง"
ฉับพลัน ร่างของชายชราในชุดสูทโบราณก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งลงสู่รอยแยกของพื้นคอนกรีต ก่อนที่รอยนั้นจะประสานเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทิ้งไว้เพียงความเย็นยะเยือกที่ยังคงเกาะกุมอยู่ตามปลายนิ้วของรวิศ
"รวิศ! เกิดอะไรขึ้นวะ เสียงเมื่อกี้เหมือนแผ่นดินแยกเลย!"
เสียงตะโกนพร้อมกับฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง นทีในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดก้าวเข้ามาในห้อง สายตาคมกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของเพื่อนสนิทที่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
รวิศสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับคืนมา แววตาที่เคยไหววับชั่วขณะกลับมาเยือกเย็นและนิ่งสงบดังเดิม เขาหันไปมองอดีตนายตำรวจมือปราบที่ตอนนี้กลายมาเป็นคู่หูคนสำคัญ
"ไม่มีอะไร... แค่แขกที่ไม่ได้รับเชิญแวะมาทักทายน่ะครับ" รวิศตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางใช้มือปัดฝุ่นจางๆ ที่เกาะอยู่ตามปกเสื้อสูท
นทีขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาใกล้แล้วใช้สายตาสารพัดชั่งสำรวจเพื่อนสนิท "แกโกหกไม่เนียนเลยว่ะ รวิศ หน้าแกซีดเป็นกระดาษทิชชูขนาดนั้น แถมพลังงานรอบตัวตอนนี้ยังปั่นป่วนซะจนขนแขนฉันลุกชันไปหมดแล้ว ไอ้สิ่งที่ว่าแขกไม่ได้รับเชิญเนี่ย... มันเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมตระกูลวณิชย์นั่นใช่ไหม"
รวิศไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้หนังสีดำ เปิดแฟ้มเอกสารคดีบนโต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ รายงานชันสูตรพลิกศพ และแผนผังเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัด
"เรากำลังมองภาพที่แคบเกินไปครับ นที" รวิศเอ่ยขึ้น พร้อมกับใช้นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนภาพถ่ายของ 'เจ้าสัวบูรพา' นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังโครงการก่อสร้างขนาดมหึมา "ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามุ่งเป้าไปที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รอยนิ้วมือ และเส้นทางการเงินเพื่อหาความเชื่อมโยงกับศพปริศนาในป่าช้าเก่า แต่เราลืมคิดไปว่า... คนระดับนี้ ไม่ได้ขับเคลื่อนอำนาจด้วยเงินตราเพียงอย่างเดียว"
นทีดึงเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม สีหน้าจริงจังขึ้นทันที "แกหมายความว่าไง หรือว่าไอ้เจ้าสัวนี่มันเล่นของ?"
"ไม่ใช่แค่เล่นของธรรมดาครับ" รวิศหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาส่งให้เพื่อนดู มันคือบันทึกประวัติการถือครองที่ดินย้อนหลังสิบปี "ที่ดินแปลงที่พบศพปริศนา รวมถึงพื้นที่ก่อสร้างโครงการเดอะแกรนด์เรสซิเดนซ์ทั้งหมด แท้จริงแล้วเคยเป็น 'ป่าช้าผีดิบ' เก่าแก่ที่ถูกปิดตายมาตั้งแต่ยุคสงคราม มีการทำพิธีสะกดวิญญาณหมู่เพื่อลบอาณาเขตเดิมทิ้ง แต่ดูเหมือนว่า... พิธีนั้นจะไม่ได้ทำเพื่อปลดปล่อยวิญญาณให้อิสระ"
รวิศเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบช่วยเน้นย้ำน้ำหนักของคำพูด ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ลุ่มลึกขึ้น
"แต่มันคือการ 'กักขัง' และ 'สูบพลัง' เพื่อค้ำจุนอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลผู้มีอิทธิพลต่างหากครับ วิญญาณนับร้อยนับพันดวงถูกใช้เป็นเสาเข็มทางไสยเวทค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจของเจ้าสัวบูรพา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม... ใครก็ตามที่พยายามขุดคุ้ยความจริงเรื่องนี้ จึงต้องมีอันเป็นไปทีละคน"
นทีกัดฟันกรอด กำปั้นทุบลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ "ไอ้พวกเวรตะไลนี่มันทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองถึงขนาดเอาชีวิตคนและดวงวิญญาณมาเป็นเครื่องสังเวยเลยงั้นเหรอ แล้วเราจะเอายังไงต่อ มีหลักฐานทางกฎหมายชิ้นไหนที่จะเอาผิดคนระดับนี้ได้ในเมื่อตำรวจในพื้นที่ก็โดนซื้อตัวไปหมดแล้ว"
รวิศเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตนายตำรวจหนุ่ม แววตาของทนายความหนุ่มฉายประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมและทรงพลัง
"กฎหมายทางโลกมีช่องโหว่เสมอเมื่อเจอกับอิทธิพล แต่วิญญาณและความแค้น... ไม่เคยมีข้อยกเว้นครับ" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เราจะไม่รอหมายค้นจากศาลที่อาจจะมาถึงช้าเกินไป วันนี้เราจะบุกไปที่คฤหาสน์ของเจ้าสัวบูรพาด้วยตัวเอง เพื่อไปทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์... และเพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับการตายของคุณปู่ผมด้วย"
นทียิ้มมุมปาก ความเลือดร้อนสมัยเป็นสารวัตรหนุ่มเริ่มเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาคว้าแจ็กเก็ตหนังมาสวมทับอย่างคล่องแคล่ว "ถ้าแกกล้าลุย ฉันก็พร้อมตามไปทุกที่อยู่แล้ว... ว่าแต่เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนล่ะท่านทนาย"
"เริ่มจากการไปเยือน 'ห้องใต้ดิน' ของคฤหาสน์หลังนั้นครับ"
ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องทำงานด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นและมั่นคง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระทึกขวัญของการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมา รถยนต์อเนกประสงค์สีดำสนิทเคลื่อนตัวออกจากสำนักงานทนายความ มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาส่วนตัว ท่ามกลางท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ราวกับความมืดกำลังโอบล้อมพวกเขาไว้ในกำมือ
ทว่า ในขณะที่รถยนต์กำลังแล่นผ่านโค้งสุดท้ายก่อนถึงเขตคฤหาสน์เป้าหมาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนคอนโซลหน้ารถก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความปริศนาที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
รวิศเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วพริบตา หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอชัดเจน
*[ระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบร่องรอยการปลุกเสกวิญญาณระดับ SSS กำลังเริ่มต้นขึ้น ณ จุดหมายปลายทาง... คำเตือน: เป้าหมายมิใช่เพียงมนุษย์อีกต่อไป และคุณได้ก้าวเข้าสู่เขตอาคมที่ไม่มีทางหวนกลับ]*
ก่อนที่รวิศจะทันได้เอ่ยปากเตือนนที ไฟหน้าของรถยนต์ก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องโดยสารในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ จากภายนอกฝั่งที่นั่งด้านข้างคนขับ... ทั้งที่พวกเขากำลังวิ่งอยู่บนถนนหลวงที่ไร้ผู้คน
นทีเหยียบเบรกกะทันหันจนล้อรถบดถนนส่งเสียงดังเอี๊ยด ทั้งคู่หันไปมองยังกระจกข้างพร้อมกันอย่างช้าๆ
เงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนพิงกระจกรถอยู่ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และเสียงกระซิบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นผ่านคลื่นวิทยุในรถที่ถูกเปิดเองโดยอัตโนมัติ
"ยินดีต้อนรับสู่... อาณาจักรของฉัน รวิศ หลานรัก"
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวในโลกอันลึกลับนี้นะครับ
ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 12
เครือข่ายใต้ผืนน้ำ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!