ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 4

กฎหมายของคนเป็นและกฎเกณฑ์ของคนตาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นธูปอบอวลจนน่าคลื่นไส้ในห้องเก็บศพชั่วคราว รวิศยืนนิ่งจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงโลหะ แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะชีพจรที่กำลังจะหยุดเต้น ในขณะที่นทีเดินวนรอบห้อง พลางสบถเบาๆ กับกองเอกสารรายงานชันสูตรในมือ "นายกำลังใช้สายตาแบบไหนมองมันอยู่ รวิศ? สายตาของทนายความที่หาช่องโหว่ในสำนวน หรือสายตาของคนทรงที่กำลังสื่อสารกับความตาย?" นทีเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจากการเผชิญหน้ากับสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้มาตลอดทั้งคืน รวิศไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแค่ใช้นิ้วเรียวยาวสัมผัสเบาๆ ที่รอยฟกช้ำม่วงคล้ำบริเวณลำคอของศพเบื้องหน้า "กฎหมายบ้านเมืองบอกว่าคนตายไม่มีสิทธิเรียกร้อง แต่นายก็น่าจะรู้ดีนที... กฎเกณฑ์ของคนตายไม่เคยใส่ใจมาตราในประมวลกฎหมายอาญาหรอก" "อย่ามาพูดจาปรัชญาตอนนี้เลย ผมต้องการแค่หลักฐาน" นทีโยนแฟ้มลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น "รอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุเป็นของคนตายเอง ทั้งหมดนั่น! ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีดีเอ็นเอของบุคคลที่สาม กล้องวงจรปิดก็ดับสนิทไปสิบห้านาที นี่มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ แต่สภาพศพเนี่ยนะ? ไม่มีใครหักกระดูกคอตัวเองได้ด้วยมุมองศาแบบนี้โดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง!" รวิศแค่นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะถอยห่างออกมาแล้วหันไปเผชิญหน้ากับอดีตตำรวจหนุ่ม "นั่นไง... คือจุดที่งานของเราต้องแยกกัน" เขาทิ้งช่วงจังหวะการพูด ดึงบรรยากาศในห้องให้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกในมุมมืด "นายคือนักสืบ นายต้องยึดถือโลกความเป็นจริง ไล่ล่าหาความจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ พยานวัตถุ ลายนิ้วมือ และภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนผม... ผมจะลงไปในเงามืดที่นายมองไม่เห็น ไปถามความจริงจากคนที่ไม่มีลมหายใจ และตามหาร่องรอยที่ไสยเวททิ้งไว้ในที่ที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เอื้อมไม่ถึง" นทีขมวดคิ้วแน่น แววตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความขัดแย้งภายใน "นายจะบอกว่า นายจะไปล่าวิญญาณคนร้าย เพื่อมาเป็นพยานในคดีที่ศาลไม่รับฟังเนี่ยนะ? มันเสียเวลาเปล่า รวิศ กฎหมายใช้ความรู้สึกไม่ได้" "ผมไม่ได้ทำเพื่อใช้ในศาลนที" รวิศก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดตัวอีกฝ่าย สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววคมกล้า "ผมทำเพื่อให้รู้ว่า 'มัน' คือใคร และเมื่อผมรู้แล้ว... กฎหมายอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไปในตอนจบ" นทีนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มของทนายหนุ่ม ราวกับกำลังประเมินความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสุขุมนั้น ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจยาว พลางพยักหน้ายอมรับ "ตกลง... นายจัดการในส่วนของนาย ผมจะเจาะข้อมูลจากบันทึกการเข้าออกของอาคารนี้ย้อนหลังสามเดือน ถ้ามีใครสักคนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีตัวตนในโลกความเป็นจริง ผมจะขุดมันออกมาให้ได้" "ดี" รวิศหยิบซองหนังสีดำออกมาจากเสื้อสูท ภายในนั้นมีแผ่นยันต์สีหม่นที่ดูเก่าแก่จนแทบเปื่อยยุ่ย "แต่เตือนไว้ก่อนนะนที ในขณะที่นายกำลังดูข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ระวังอย่าให้ความมืดในห้องนั้นมองเห็นว่านายกำลังจ้องมันอยู่ เพราะเมื่อไหร่ที่นายเริ่มสืบ... พวกมันจะเริ่มจับตานายเช่นกัน" บทสนทนาถูกตัดจบลงด้วยความเงียบที่หนักอึ้ง ทั้งสองเดินแยกทางกัน รวิศมุ่งหน้าสู่ความมืดมิดในมุมอับของสุสาน ขณะที่นทีจ้ำอ้าวไปยังห้องทำงานเพื่อเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลลับของอดีตตำรวจ แต่ทว่า ทันทีที่นทีเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยในมือถือของรวิศที่ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว มันไม่ใช่เสียงเตือนการบุกรุกทั่วไป แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนสถานะของ 'วิญญาณระดับอาฆาต' ที่ระบุตำแหน่งว่า... ขณะนี้ มันไม่ได้อยู่ในสุสาน แต่มันกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องที่นทีนั่งอยู่เพียงลำพัง! นทีชะงักมือก่อนจะแตะคีย์บอร์ด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสีดำทาบผ่านช่องกระจกที่ประตูห้องทำงาน พร้อมกับรอยนิ้วมือสีแดงฉานที่ค่อยๆ ประทับลงบนกระจกทีละรอย... ราวกับมีใครบางคนกำลังจะก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามา ความมืดไม่ได้กำลังรอคอยให้เขาเข้าไปหา แต่มันเดินเข้ามาทักทายถึงหน้าประตูแล้วครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดที่เต็มไปด้วยปริศนาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%