กลิ่นอายของอารามร้างยามเที่ยงคืนอบอวลไปด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกลงไปถึงกระดูกดำ หยาดน้ำค้างกลายสภาพเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางเบาเกาะกุมตามผิวไม้เก่าคร่ำครวญ ทว่าความเย็นเยือกภายนอกนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับความตึงเครียดที่กำลังแผ่ซ่านอยู่เบื้องหน้าวงสิญจน์เลือด
"ถอยไป นที... นายไม่มีทางรับมันไหวหรอก"
เสียงของรวิศแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมกลับฉายความเด็ดเดี่ยวอย่างที่อดีตนายตำรวจหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน มือเรียวหนาของทนายความผู้เคยหยิบจับแต่สำนวนคดีและหลักฐานทางกฎหมาย บัดนี้กำลังสั่นเทาขณะกดปลายนิ้วลงบนอักขระโบราณที่สลักไว้บนพื้นหินศิลาแรงดันไสยเวทสีดำทมิฬกำลังบีบอัดอากาศรอบตัวให้กลายเป็นสุญญากาศ ทุกๆ ลมหายใจเข้าออกล้วนเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่ปอด
นทีพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเพื่อนสนิท แต่แรงกดดันจากอาคมระดับมหาอุตม์กลับผลักร่างของเขาให้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ร่างสูงใหญ่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความเจ็บใจ เลือดกำเดาไหลซึมออกจากจมูกของอดีตสารวัตรหนุ่มจากแรงสะท้อนของเขตอาคม
"รวิศ! นายบ้าไปแล้วหรือไงวะ! คำสาปวิญญาณอาฆาตตระกูลศิราณีมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ!" นทีตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวของภูตผีที่รายล้อมรอบวงสิญจน์ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและคับแค้นใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือสหายร่วมเป็นร่วมตายได้
ในฐานะอดีตตำรวจผู้ยึดมั่นในหลักฐานทางกายภาพ นทีเคยหัวเราะเยาะเรื่องไสยเวทและวิญญาณ แต่วันนี้... ณ วินาทีนี้ ความเชื่อมั่นทั้งหมดของเขากำลังพังทลายลง เมื่อต้องมาเห็นชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนและที่พึ่งทางใจคนเดียว ยืนหยัดรับแรงกระแทกจากความอาฆาตแค้นที่มีอายุยาวนานนับร้อยปีด้วยตัวคนเดียว
"ฉันไม่ได้บ้า..." รวิศแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าสร้อยแต่ทว่าสงบนิ่งอย่างประหลาด เลือดสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากของทนายหนุ่มลงมาหยดกระทบกับพื้นหิน "นายก็รู้ดีนที... ถ้าคำสาปนี้เลือกพุ่งเป้ามาที่นาย ร่างกายและจิตใจที่ไม่มีภูมิคุ้มกันทางไสยเวทของนายจะถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ นายยังมีอนาคต มีความจริงที่ต้องออกไปเปิดเผย... ส่วนฉัน..."
รวิศเว้นจังหวะ ดวงตาคู่คมมองทะลุกำแพงความมืดออกไปไกล ราวกับกำลังมองเห็นเงาอดีตของครอบครัวที่ถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาเมื่อหลายปีก่อน
"...ชีวิตของฉัน มันถูกตีตราจองไว้ตั้งแต่คืนวันที่บ้านหลังนั้นถูกไฟเผาแล้วล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น อักขระสีเลือดบนพื้นก็เปล่งแสงวาบขึ้นฉับพลัน! เงาดำทะมึนขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่า มันคือดวงวิญญาณพยาบาทของขุนนางเก่าแก่ผู้กุมความลับการตายของตระกูลศิราณี ร่างโปร่งแสงที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของนทีที่นอนหมดแรงอยู่
"ไม่โว้ย!" นทีคำรามลั่นด้วยสัญชาตญาณดิบ พยายามจะลุกขึ้นเอาตัวเข้าขวาง
**"ช้าไป!"**
รวิศเคลื่อนไหวเร็วกว่า เขากระโจนเข้าขวางกลางทางระหว่างดวงวิญญาณพยาบาทกับเพื่อนสนิท สองมือประสานกันเป็นมุทราโบราณที่เรียนรู้มาจากบันทึกโบราณของตระกูล ท่องคาถาบทสุดท้ายด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ท่ามกลางกระแสลมพายุหมุนขนาดย่อมที่พัดถล่มอารามร้างจนฝุ่นตลบอบอวล
*แคว่ก!*
เสียงประหลาดคล้ายกระดาษถูกฉีกขาดดังขึ้น พร้อมกับร่างของรวิศที่สะท้านเฮือกใหญ่อย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเบิกโพลง เส้นเลือดฝอยในตาแตกจนกลายเป็นสีแดงฉาน ไອสีดำทมิฬที่เคยพุ่งเป้าไปที่นที กลับเปลี่ยนทิศทางไหลทะลักเข้าสู่ร่างของรวิศผ่านทางรอยแผลที่ฝ่ามือและหน้าอกราวกับกระแสน้ำวนที่บ้าคลั่ง
"อัก...!"
เสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวดทรมานเล็ดลอดไรฟันของทนายหนุ่ม ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ผิวหนังบริเวณลำคอและแขนปรากฏรอยดำคล้ายเถาวัลย์มีพิษเลื้อยลามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกินวิญญาณและรับคำสาปแทนผู้อื่น ทำให้เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายราวกับกำลังถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงโลกันตร์
"รวิศ! รวิศเว้ย!" นทีตะโกนสุดเสียง น้ำลูกชายไหลรินปะปนกับคราบเลือดบนใบหน้า เขาฝืนพยุงร่างอันสะทักสะถั่นของตัวเองคลานเข้าไปหารวิศที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ดึงร่างของเพื่อนรักเข้ามากอดไว้แน่น แม้จะรู้ว่าความร้อนจากคำสาปกำลังแผดเผาจนมือของตนเองพองเป็นAแผลก็ตามที
รวิศหอบหายใจหนักหน่วง ใบซีดเซียวไร้สีเลือดริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มจางๆ ให้กับสหายรัก ดวงตาที่เคยคมปลาบเริ่มพร่ามัวลงทุกที
"สัญญา... กับฉัน... นที" เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม รวิศใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะที่ไหล่หนาของอดีตนายตำรวจ "ตามหาความจริง... ลากตัวฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้... ออกมาให้ได้..."
"ฉันสัญญา! ฉันสัญญาไอ้เพื่อนยาก! แต่อย่าเพิ่งตายนะเว้ย! นายห้ามตายเด็ดขาด!" นทีตะโกนด้วยความสิ้นหวัง อ้อมกอดที่รั้งร่างของรวิศไว้สั่นเทาอย่างรุนแรง
ทว่า รวิศกลับไม่ตอบคำถามนั้นอีก สติสัมปชัญญะของเขาดับวูบลงในอ้อมแขนของนที พร้อมๆ กับที่รอยอักขระคำสาปสีดำบนตัวของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และซึมลึกหายเข้าไปในหัวใจของทนายหนุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบลงอย่างน่ากลัว ราวกับพายุร้ายเพิ่งพัดผ่านไป
ในความเงียบงันนั้นเอง ท่ามกลางซากปรักหักพังของอารามร้าง เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ไม่มีใครคาดคิด ก็ดังขึ้นก้องกังวานในห้วงความคิดของนที—ผู้เป็นประณามและผู้สืบทอดพันธะสัญญา
**[ตรวจพบการถ่ายโอนพันธะคำสาปตระกูลศิราณีสำเร็จ...]**
**[โฮสต์ "รวิศ" สูญเสียค่าพลังชีวิตและวิญญาณต่ำกว่าเกณฑ์วิกฤต เริ่มต้นกระบวนการปลุก "เขตแดนวิญญาณต้องห้าม" ระดับ SSS]**
**[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: ผู้ช่วยชีวิต (นที) ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึง "ดวงตาสัจธรรมยมโลก" เป็นเวลา 24 ชั่วโมง...]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 17
รวิศผู้เสียสละ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!