กลิ่นอับชื้นของซากปูนซีเมนต์และสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ก้าวผ่านกรอบประตูบานผุพัง รวิศหยุดฝีมือลง ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองความมืดสลัวเบื้องหน้า โครงสร้างของตึกร้างแห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ในยามนี้มันกลายเป็นสุสานแห่งความทรงจำที่ถูกทอดทิ้ง แรงกดดันทางอากาศต่ำกว่าปกติจนทำให้แก้วหูอื้ออึง ชวนให้นึกถึงความรู้สึกยามดำดิ่งลงสู่ก้นบึงที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง
"คุณรวิศ... เบาะแสในอีเมลปริศนานั่นบอกว่าแฟ้มคดีของพ่อคุณถูกซ่อนไว้ที่ชั้นสาม แต่ผมว่าที่นี่มีกลิ่นไม่ค่อยดีเอาเสียเลยนะครับ"
นทีเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับมือไปกุมด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ อดีตสารวัตรหนุ่มกวาดสายตาสำรวจรอบด้านด้วยสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แม้เขาจะผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่บรรยากาศของตึกร้างหลังนี้กลับให้ความรู้สึกกดทับที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความกลัวต่ออาชญากรเลือดเย็น แต่เป็นความหนยะแขยงที่กัดกินลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ คล้ายกับมีสายตาคู่พิศวงนับร้อยกำลังจ้องมองทะลุกำแพงปูนผุๆ ออกมา
รวิศไม่ตอบคำถามในทันที เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นละอองที่ลอยเคคว้างอยู่ในอากาศออกเบื้องหน้า ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงกระแสความเย็นเยือกที่วิ่งพล่านไปตามผิวหนัง อาคมคุ้ม กันตัวที่เขาลงอักขระไว้บนแผ่นยันต์ในกระเป๋าเสื้อเริ่มสั่นไหวเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดว่า พวกเขากำลังก้าวล้ำเข้าไปในอาณาเขตที่มีเจ้าของ และเจ้าของที่ว่านั้น... ไม่ได้มีลมหายใจ
"หลักฐานทางกายภาพมักจะโกหกเราไม่ได้ แต่นที... คุณลืมไปแล้วหรือครับว่าบางสถานที่ ความตายไม่ได้จบลงแค่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความหนักแน่นไว้ภายใน ดวงตาสดใสแต่เย็นชาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาดำทะมึนที่เคลื่อนไหวอยู่ตามซอกเสา
ทั้งคู่ก้าวเดินต่อไปบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยเศษอิฐและก้อนหิน เสียงฝีมือของพวกเขาก้องกังวานไปทั่วโถงโล่งกว้างสะท้อนกลับมาเป็นระลอกคลื่นแห่งความหวาดระแวง รวิศสังเกตเห็นรอยเท้าเก่าๆ บนพื้นฝุ่นหนา มันไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ แต่เป็นรอยลากยาวที่คล้ายกับถูกบางสิ่งบางอย่างที่มีน้ำหนักมากฉุดกระชากไปตามพื้น
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นจากเบื้องบน ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินสวนทางลงมาจากบันไดหนีไฟ ทั้งรวิศและนทีหยุดเดินพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย อดีตนายตำรวจยกปืนขึ้นเล็งไปยังความมืดเบื้องหน้าทันที นิ้วชี้แนบชิดโครงปืนพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ ขณะที่รวิศหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อเปิดประสาทสัมผัสพิเศษที่ถูกปิดผนึกไว้ภายใต้กรอบของเหตุผล
ภาพในห้วงนิมิตฉายวาบขึ้นมาในหัว สมองประมวลผลโครงสร้างพลังงานลบที่หนាแน่นจนกลายเป็นกลุ่มก้อนสีดำทมิฬ พลังงานเหล่านี้ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือ "อาถรรพ์" ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยเจตนาอันมืดบอด มีคนจงใจใช้สถานที่แห่งนี้เป็นค่ายกลเพื่อกักเก็บความอาฆาตแค้น และเป้าหมายของมัน... คือการต้อนให้พวกเขาสองคนเดินเข้าสู่จุดอับที่ไม่มีทางหนี
"ถอยหลังกลับเดี๋ยวนี้ นที! นี่คือกับดัก" รวิศตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากแขนเพื่อนร่วมทางให้ถอยร่น แต่ช้าเกินไป
ปัง! เสียงประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ชั้นล่างกระแทกปิดลงอย่างรุนแรง แรงลมจากการปิดกระแทกพัดเอาฝุ่นผงคลุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง ตามมาด้วยเสียงกลไกโลหะขบเฟืองดังลั่นก้องกังวานไปทั่วตึก ไฟฉายในมือของนทีริบหรี่ลงทันที ราวกับถูกกระแสพลังงานบางอย่างดูดกลืนพลังงานไฟฟ้าไปจนหมดสิ้น
ความมืดมิดเข้าโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนอย่างสมบูรณ์แบบ ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงกระซิบกระซาบด้วยภาษาโบราณที่ไม่คุ้นหูก็เริ่มดังระงมขึ้นจากทุกทิศทุกทาง รอบตัวพวกเขาปรากฏเงาร่างสีดำนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับหนอนแมลงที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก รวิศกัดฟันกรอด หยิบตลับชาดสีแดงสดออกจากกระเป๋าเสื้อ ป้ายลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวาดเป็นวงอักขระป้องกันกลางอากาศ
"เกาะติดผมไว้ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด!" รวิศเอ่ยเสียงเข้ม ขณะที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามขมับ
นทีพยักหน้ารับแม้ในความมืดจะมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนนัก เขารู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ หลักการสืบสวนตามตำราตำรวจไม่มีประโยชน์อันใดเลย มีเพียงความรู้เรื่องไสยเวทและสติปัญญาของทนายหนุ่มข้างกายเท่านั้นที่จะพาทั้งคู่รอดออกไปได้ ความรู้สึกผิดที่ลากเพื่อนเข้ามาพัวพันกับเรื่องอันตรายนี้วาบขึ้นในใจ แต่นทีก็รีบสลัดมันทิ้งไป เขาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาง่ายๆ
ทว่า ในจังหวะที่รวิศกำลังร่ายคาถาเพื่อเปิดทางหนี ประตูกระจกบานใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในห้องโถงก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาตะคุ่ม
ร่างนั้นสวมชุดสูทสีเข้มคุ้นตา เส้นผมเปียกชุ่มราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ใบหน้าของบุคคลผู้นั้นช่างถอดพิมพ์เดียวกับรวิศราวกับส่องกระจกเงา
"ยินดีต้อนรับสู่ศาลเตี้ยของตระกูลเรา... รวิศ หลานรัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนที่ร่างเงานับร้อยจะพุ่งเข้าโถมใส่พวกเขาทั้งสองคนพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง!
[เข็มทิศมองวิญญาณ]
ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด•ตอนที่ 6
กับดักในเขตอาถรรพ์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายวิญญาณผู้กุมชะตา กับศพปริศนาในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!