"มู่เฉิน... อย่า!"
เสียงร้องอุทานนั้นสั่นเครือและหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของนางเซียนน้ำแข็งผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใดในรอบร้อยปี เฟยหรงยื่นมือเรียวดุจหยกสลักออกไปหมายจะคว้าแขนของบุรุษเบื้องหน้า ทว่าความเจ็บปวดจากการโคจรพลังปราณที่ตีกลับทำให้ร่างอรชรต้องทรุดฮวบลง ไอเย็นพิสุทธิ์ที่เคยแผ่ซ่านรอบกายบัดนี้บิดเบี้ยวจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแตกละเอียดราวกับกระจกที่ร้าวราน
หลี่มู่เฉินชะงักฝีเท้า เขายังคงยืนตระหง่านอยู่กลางถ้ำศิลาโบราณ แสงสลัวจากหินเรืองแสงสะท้อนเงาร่างของเขากับกระบี่วิปลาสในมือ ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังสตรีผู้สูงส่งที่บัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต้านทานพิษบาดแผลจากกระบี่มาร
"แม่นางเฟย... ท่านเซียนผู้สูงส่งผู้ถือครองเขตแดนน้ำแข็งหมื่นปี เหตุใดจึงมีเสียงสั่นพร่าเช่นนี้เล่า?" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกσแกล้ง แต่นัยน์ตากลับทอประกายความจริงจังล้ำลึก เขาพลิกข้อมือเก็บกระบี่วิปลาสเข้าฝัก เสียงโลหิตมารที่สะท้อนก้องในจิตสำนึกสงบลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของนาง
"เจ้า... คนบ้าบิ่น เจ้ากำลังเล่นกับไฟโลกันตร์รู้ตัวหรือไม่" เฟยหรงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเย่อหยิ่งทระนงตนของเซียนผู้บรรพชามาเนิ่นนานถูกทลายลงจนสิ้นซ้ำ บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกซ้ายเกิดจากกระบี่วิปลาสของเขากัดกินชีพจรเซียนทีละน้อย หากปล่อยไว้เช่นนี้ เก้าจิตวิญญาณสวรรค์ของนางคงต้องแตกดับอย่างแน่นอน
"ข้าเล่นกับไฟมารมาทั้งชีวิต จะกลัวอะไรกับไอเย็นของท่านกันเล่า" หลี่มู่เฉินย่อกายลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้านาง มือหนาหยาบกร้านจากผ่านการจับด้ามกระบี่มายาวนานยื่นออกไปแตะที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณหัวไหล่ของเฟยหรงทันที
"อ๊ะ..." เฟยหรงสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางพยายามจะสะบัดตัวหนี ทว่ากระแสพลังปราณหยินหยางที่หลี่มู่เฉินส่งเข้ามากลับมิใช่การโจมตี แต่มันคือการ "โคจรสะกดจุด" เพื่อตรึงไอพิษมารที่กำลังกัดกินร่างนางไว้ชั่วคราว
"อย่าขยับ!" หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงเข้ม แววตาที่เคยเกียจคร้านและเจ้าเล่ห์บัดนี้กลับจริงจังดุจพญาอินทรีล่าเหยื่อ "หากท่านยังดื้อดึงใช้เคล็ดวิชาเซียนน้ำแข็งบริสุทธิ์ต้านพิษกระบี่ของข้า เกรงว่าอีกสามชั่วยาม ร่างของท่านคงกลายเป็นเพียงรูปสลักน้ำแข็งที่ไร้ลมหายใจไปจริงๆ"
อสูรพยัคฆ์เงาที่นอนหมอบอยู่มุมมืดของถ้ำส่งเสียงคำรามฮึดฮัดในลำคอ มันกวาดหางสีดำสนิทไปมาบนพื้นศิลา ก่อนจะส่งกระแสจิตเยาะเย้ยมายังนายเหนือหัว *<ฮรึ่ม... เจ้ามนุษย์ปากร้าย ปากบอกว่าไม่อยากใส่ใจนาง แต่กลับยอมใช้พลังปราณต้นกำเนิดของตัวเองไปกดจุดรักษาให้เซียนสาวน้ำแข็งผู้นี้ น่าขันสิ้นดี เจ้ากำลังหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ!>*
หลี่มู่เฉินส่งกระแสจิตตอกกลับเจ้าสัตว์อสูรตัวดีอย่างรวดเร็ว *<หุบปากของเจ้าเสีย เจ้าพยัคฆ์โง่ ถ้านางตายที่นี่ ใครจะพาเราออกไปจากค่ายกลหมื่นอสูรเบื้องล่างนี้เล่า อีกอย่าง... ข้าเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ทิ้งสตรีที่บาดเจ็บเพราะคมกระบี่ของตนเองไว้เบื้องหลังหรอกนะ>*
ภายในถ้ำเงียบงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเฟยหรงที่สะท้อนก้อง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาม่านตาไหวระริก ใกล้ชิดเพียงนี้จนได้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากตัวหลี่มู่เฉิน สำหรับนางผู้ไม่เคยชายตามองบุรุษใดในสามภพ การกระทำของจอมยุทธ์วิปลาสผู้นี้สร้างความปั่นป่วนในหัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีอย่างประหลาด
"เจ้า... ช่วยข้าทำไม" เฟยหรงเอמהถามเสียงแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าคำพูดนี้จะทำลายกำแพงความเยือกเย็นที่นางสร้างขึ้นมาตลอดกาล
"แลกกับการรักษา... และการชำระแค้นของท่าน" หลี่มู่เฉินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึก "ข้าจะสอนเคล็ดวิชา 'กระบี่กลืนนภา' ให้แก่ท่าน... เพื่อให้ท่านใช้มันทะลวงค่ายกลแก้แค้นในสิ่งที่ท่านปรารถนา แต่มีข้อแม้ว่า... ท่านต้องยอมรับกระบวนท่าและการนำทางของข้าแต่โดยดี ห้ามขัดขืน ห้ามตั้งคำถาม และที่สำคัญ..." เขาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของนาง จนเส้นผมสีเงินยวงของเฟยหรงสัมผัสกับแก้มสากของเขา "...ต้องเชื่อใจข้า"
เฟยหรงตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะ ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้ทำให้หัวใจที่หลับใหลมานานเต้นรัวราดรอน นางแค่นเสียงเย็นชาออกมากลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "วิชากระบี่ของเจ้าดุร้ายกระหายเลือด เป็นวิชามารที่ฟ้าดินไม่ยอมรับ ไฉนข้า... เซียนผู้ถือครองพลังพิสุทธิ์เช่นข้า ถึงต้องฝึกฝนวิชาเช่นนั้น"
"วิชามารหรือวิชาเซียน? ล้วนขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าถือมันไว้เพื่อสังหารหรือเพื่อปกป้อง" หลี่มู่เฉินถอนมือออกจากการกดจุด ร่างของเฟยหรงเซถลาเล็กน้อยแต่นางก็ใช้ฝ่ามือยันพื้นศิลาไว้ได้ทัน ดวงตาของเขาคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "ถ้าท่านยังยึดติดกับกรอบความสะอาดบริสุทธิ์ของสำนักเซียน บาดแผลที่อกท่านก็ไม่มีวันหาย และความแค้นร้อยปีของท่านก็เป็นได้แค่เพียงลมปากที่พัดผ่าน"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเฟยหรง นางหลับตาลงช้าๆ ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ความทรงจำอันเจ็บปวดของการสูญเสียสำนักและอาจารย์เมื่อร้อยปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงนึกภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความแค้นที่สุมอกทำให้ไอเย็นรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนดุดัน
"ตกลง..." เสียงของเฟยหรงลอดไรฟันออกมาด้วยความเด็ดเดี่ยว นางเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่มู่เฉินอีกครั้ง แววตาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น "ข้าจะเรียนวิชากระบี่ของเจ้า... หลี่มู่เฉิน หากเจ้ากล้าหลอกลวงข้า ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้เด็ดหัวเจ้าเป็นคนแรก!"
"ฮ่าๆๆๆ ดี! สมกับที่เป็นเซียนน้ำแข็งผู้ยิ่งใหญ่" หลี่มู่เฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชักกระบี่วิปลาสออกมาจากฝักอีกครั้ง แสงสีแดงฉานทอประกายวับวับวาววับสะท้อนผนังถ้ำ "เช่นนั้น... จงตั้งใจดูให้ดี ท่าแรกของกระบี่กลืนนภา หาใช่การใช้พลังปราณหักหาญ แต่คือการ... 'ยืม' พลังของศัตรูมาสยบศัตรู!"
สิ้นเสียงคำรามก้อง หลี่มู่เฉินพุ่งทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ ความเร็วของเขาราวกับสายฟ้าแลบ แสงกระบี่วาดผ่านความมืดมิด ก่อเกิดเป็นพายุหมุนโลหิตและไอเย็นประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับฟ้าดินกำลังวิบัติ
เฟยหรงนั่งมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง ประกายแสงกระบี่ที่สะท้อนในนัยน์ตาของนางมิได้น่ากลัวดังเช่นคราแรกอีกต่อไป แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้งของการใช้ชีวิต—การยอมรับความมืดมิดในจิตใจ เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
ทว่า... ในขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังสาธิตกระบวนท่าสำคัญถึงจุดสูงสุด เสียงคำรามต่ำต้อยน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากส่วนที่ลึกที่สุดของอุโมงค์มืดเบื้องหลัง น้ำหนักฝีเท้าอันหนักหน่วงนับร้อยคู่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ่นอายปราณสังหารที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
อสูรพยัคฆ์เงาดีดตัวลุกขึ้นยืนแยกเขี้ยวขู่คำรามทันที *<นายท่าน... แย่แล้ว! พวกมันตามกลิ่นเลือดมารของเรามาถึงที่นี่แล้ว... และไม่ใช่แค่พวกมันตัวเดียว!>*
หลี่มู่เฉินหยุดชะงักกลางอากาศ ร่างของเขาร่อนลงยืนเคียงข้างเฟยหรงอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเงาดำนับไม่ถ้วนกำลังพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำโบราณ...
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา*
กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น•ตอนที่ 4
วิถีกระบี่ที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!