เคร้ง!
ประกายไฟสีเงินยวงสาดกระเซ็นดั่งห่าฝนดาวตก สะเก็ดเพลิงจากคมกระบี่ที่ปะทะกันกรีดแทงความมืดมิดของหุบเขาไร้ลักษณ์ให้ฉีกขาดเป็นริ้วๆ แรงปะทะสะท้อนผ่านผืนปฐพีจนแผ่นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวลึกลงไปหลายชั่งอุ่น แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบบริเวณหนักอึ้งราวกับถูกถมทับด้วยภูเขาเหล็กหมื่นตัน
"น่ารำคาญสิ้นดี!"
เสียงสบถอย่างหัวเสียดังขึ้นพร้อมกับการสะบัดข้อมือเบาๆ ร่างของหลี่มู่เฉินไถลถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นดิน ปลายกระบี่วิปลาสในมือสั่นระริก คราบเลือดเก่าและใหม่บนคมกระบี่ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายภูตผีร่ำไห้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งฉุนเฉียว ระคนทึ่ง และ... ประหลาดใจยิ่งนัก
เบื้องหน้าของเขาคือสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะพันปี เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย นางยืนหยัดอย่างสง่างามไร้ที่ติบนยอดกิ่งสนโบราณ ปลายกระบี่พิสุทธิ์ในมือเรียวชี้ตรงมายังเขาโดยไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย รัศมีไอเย็นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงมา
นางคือ "เฟยหรง" เซียนสาวน้ำแข็งผู้เลื่องชื่อในดินแดนบูรพา ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความรู้สึก เย็นชา และตัดขาดจากกิเลสทางโลกโดยสิ้นเชิง แต่ในยามนี้ ดวงเนตรคู่สวยดั่งหยกสลักกลับจ้องมองเขาด้วยประกายความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งวิญญาณให้แตกสลายเป็นจุล
เหตุการณ์เมื่อเคาน์เตอร์วิมานก่อนหน้ายังคงติดตรึงในความทรงจำ...
ตอนนั้น อสูรพยัคฆ์เงา สัตว์อสูรคู่สัญญาปากเสียของเขา ดันเกิดอาการคึกคะดองอยากรู้อยากเห็น วิ่งพล่านไปคุ้ยเขี่ยสมุนไพรวิญญาณระดับบรรพกาลที่นางกำลังใช้ดูดซับพลังบำเพ็ญเพียรอยู่พอดี เจ้าพยัคฆ์เงาตัวดีส่งเสียงคำรามกวนประสาทใส่ พร้อมกับใช้กรงเล็บตะกุยดินใส่หน้านางไปเสียทีหนึ่ง จนเซียนสาวผู้สงบเสงี่ยมมาตลอดร้อยปีถึงกับตบะแตก ชักกระบี่ไล่ล่ามันข้ามภูเขามาสามลูกหลุดรอดเข้ามาในเขตที่เขาพักผ่อนพอดี!
"เจ้าสุนัขสารเลว... ข้าบอกให้เจ้าหมอบอยู่เฉยๆ เจ้าก็ยังหาเรื่องใส่ตัวจนได้นะ!" หลี่มู่เฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางเหล่สายตาไปยังเจ้าอสูรพยัคฆ์เงาที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นแมวตัวจ้อย หมอบตัวลีบซ่อนอยู่หลังโขดหิน พร้อมกับส่งเสียง "แฮ่..." เบาๆ ในลำคอราวกับจะฟ้องว่าเขานั่นแหละที่ไร้น้ำยา
"นายท่าน... นางน่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าแค่อยنتจะทักทายตามประสาอสูรผู้รักความสงบเท่านั้นเอง!" กระแสจิตของเจ้าพยัคฆ์เงาส่งเสียงโอดครวญในหัวของเขาอย่างน่าสมเพช
"เงียบปากไปเสีย! ถ้าวันนี้ข้าเอาตัวไม่รอด ข้าจะถลกหนังเจ้าไปทำพรมเช็ดเท้า!" หลี่มู่เฉินตอบกลับทางกระแสจิตด้วยความเดือดดาล ก่อนจะหันมาประสานสายตากับสตรีเบื้องหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นตามนิสัยเจ้าสำราญที่มักไม่เกรงกลัวฟ้าดิน
"แม่นางผู้สูงส่ง... เรื่องเมื่อครู่เป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นสมควรถูกตบสั่งสอนสักร้อยทีอยู่แล้ว ข้ามิได้มีเจตนาจะล่วงเกินค่ายกลบำเพ็ญเพียรของท่านแม้แต่น้อย" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความทะนงตนตามวิถีแห่งจอมกระบี่
เฟยหรงไม่ตอบคำนางยังคงนิ่งเงียบ ทว่าไอสังหารรอบกายกลับเข้มข้นขึ้นจนใบไม้รอบตัวกลายเป็นผุยผง เสียงลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของฤดูหนาว แต่มันกลับบีบอัดหัวใจของคนฟังให้หยุดเต้นได้
"วาจาพาลชน... คนเช่นเจ้า สมควรตาย."
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnออก It กังวานก้องไปทั่วหุบเขา ไร้ซึ่งความลังเล สิ้นคำพูด ร่างบางก็เลือนหายไปจากจุดเดิม กลายเป็นเงาสสีขาวพาดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ!
"เร็วมาก!"
หัวใจของหลี่มู่เฉินกระตุกวูบ สัญชาตญาณดิบของจอมยุทธ์ผู้ผ่านสมรภูมิความตายมานับครั้งไม่ถ้วนร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาไม่อาจคิดลังเลได้แม้แต่เสี้ยววินาที พลังปราณทั่วร่างถูกรีดเร้นออกมาจนถึงจุดสูงสุด กระบี่วิปลาสในมือแผดเสียงคำรามลั่นราวกับกระหายเลือด มันตวัดวาดออกเป็นวงโค้งสีเลือดต้านรับวิถีกระบี่พิสุทธิ์ที่พุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพ!
ฉัวะ!
คมกระบี่ทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง เกิดคลื่นกระแทกขนาดมหึมาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ต้นไม้รอบรัศมีร้อย丈หักโคอนระเนระนาด พื้นดินยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึก หลี่มู่เฉินรู้สึกชาไปทั้งแขนขวา เลือดสดๆ ไหลรินซึมผ่านอุ้งมือลงสู่ด้ามกระบี่
ทว่า ในจังหวะที่คมกระบี่ทั้งคู่แนบชิดกันจนใบหน้าของคนทั้งสองห่างกันเพียงคืบ ดวงตาคู่คมของหลี่มู่เฉินก็สบเข้ากับดวงตาสีเทาน LLรวบรวมความเย็นชาและความโดดเดี่ยวของโลกทั้งใบเอาไว้ของเฟยหรงอย่างจัง
ชั่วขณะนั้นเอง... เวลาในหุบเขาราวกับหยุดนิ่ง
เฟยหรงชะงักไปเล็กน้อย ปลายกระบี่ที่ควรจะแทงทะลวงหัวใจของเขากลับหยุดชะงักลงกลางคัน เมื่อนางมองลึกลงไปในดวงตาของบุรุษเบื้องหน้า ดวงตาที่ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีเล่ห์กล มีเพียงความท้าทายและประกายความอบอุ่นบางอย่างที่นางไม่เคยพบเจอมาตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียรอันโดดเดี่ยว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผสานกันอย่างแนบเนียน และเสียงหัวใจเต้นระรัวของใครบางคน...
แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนผ่านจากความเป็นศัตรูไปสู่ความเงียบงันที่ลึกซึ้งนั้นเอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า เสียงคำรามกึกก้องที่ดังก้องมาจากก้นบึ้งของหุบเขาไร้ลักษณ์ก็ระเบิดขึ้น พร้อมกับกลุ่มหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักขึ้นมาปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิดดั่งยามราตรี
ไม่เพียงแค่นั้น... เงาร่างนับร้อยสายที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกด้านในรัศมีวงกว้าง!
ดวงตาของเฟยหรงหรี่แคบลงทันที นางเบนสายตาจากหลี่มู่เฉินไปยังกลุ่มเงาลึกลับเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่สั่นเครือเล็กน้อย
"พวกมัน... ตามรอยกระบี่พิสุทธิ์ของข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไรกัน..."
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหุบเขาอันเหน็บหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ
**- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -**
กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น•ตอนที่ 2
การพบกันที่หุบเขาไร้ลักษณ์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!