“พวกมันมิได้มาเพื่อสังหารเจ้า... แต่มาเพื่อสับกระดูกเจ้าเป็นหมื่นชิ้นต่างหาก, เจ้าเด็กโง่”
เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทดังขึ้นในห้วงความคิดของหลี่มู่เฉิน พร้อมกับเงาดำมหึมาที่แนบสนิทอยู่บนยอดสนพันปี หิมะโปรยปรายลงมาหนาตาจนกลบเกลื่อนรอยเท้าบนพื้นป่ารกร้างแห่งเทือกเขาอวิ๋นหลาง ทว่าความหนาวยะเยือกของฤดูเหมันต์กลับมิอาจเทียบเคียงกับจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่พุ่งออกมาจากเงามืดเบื้องหน้าได้เลย
ยี่สิบสี่ชีวิต...
พวกมันล้วนเป็นยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆา องคาพยพทุกส่วนถูกฝึกฝนมาให้ไร้ซึ่งความรู้สึกและลมหายใจ ทุกผู้คนสวมชุดคลุมสีขาวสนิทกลมกลืนไปกับหิมะ มือทั้งสองกุมกระบี่วิญญาณที่ส่องประกายแสงสีฟ้าเรืองรอง ทว่าแววตาของพวกมันกลับว่างเปล่าราวกับศพไร้วิญญาณที่ถูกควบคุมด้วยเคล็ดวิชาต้องห้าม
“เจ้าพยัคฆ์เงา ถ้านับคำพูดยั่วประสาทของเจ้าเปลี่ยนเป็นพลังปราณ ป่านนี้ข้าคงทะลวงสู่ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ไปนานแล้วกระมั้ง” หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่นคมกริบดั่งใบมีดสะท้อนแสงประกายสีเลือดของกระบี่ในมือ
“ฮ่าๆๆ! ปากดีนักนะ! ระวังหัวหลุดจากบ่าแล้วจะมาร้องไห้คร่ำครวญให้ข้าฟัง เจ้าอย่าลืมว่าสำนักกระบี่เมฆามี ‘ค่ายกลกระบี่ผูกวิญญาณ’ เป็นทีเด็ด พวกมันสละชีพเพื่อดึงรั้งพลังของเจ้าให้อยู่ในแดนตายนะ” เสียงคำรามต่ำในลำคอของอสูรพยัคฆ์เงาดังขึ้นเตือนสติ แต่แววตาของมันกลับเต็มไปด้วยความสนุกสนานและสัญชาตญาณกระหายเลือดที่ถูกปลุกเร้า
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกยามเมื่อสายลมหนาวพัดผ่านบาดแผลที่หัวไหล่ซ้าย เลือดสีแดงเข้มไหลรินหยดลงบนผืนหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเป็นรอยด่างพร้อยราวดอกเหมันต์สีชาดเบ่งบาน ภาพความทรงจำในคืนวันพิบัติเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาในหัว อาจารย์ของเขายอมสละชีพเพื่อปกป้อง ‘กระบี่วิปลาส’ เล่มนี้ไว้จากมือของพวกมัน... เหล่ามารในคราบนักพรตผู้ผดุงคุณธรรมจอมปลอม
*ฉับพลัน!*
เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าฟ้าแลบ ประกายกระบี่สีฟ้าพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณหว่างคิ้วของหลี่มู่เฉินอย่างไร้ความปรานี รวดเร็ว ไร้เสียง และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว
หากเป็นจอมยุทธ์ทั่วไป ย่อมแตกตื่นลานและหลบหนีจนเสียกระบวน ทว่าหลี่มู่เฉินกลับยืนหยัดนิ่งสนิทราขพรรณไม้พันปี ปราณกระบี่วิปลาสระเบิดออกรอบกายจนเกล็ดหิมะรอบตัวรัศมีสิบวาถูกบดขยี้จนกลายเป็นละอองไอสีขาวโพลนในพริบตา!
“ช้าไป...”
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงมัจจุราชเคาะประตู หลี่มู่เฉินตวัดข้อมือขึ้นอย่างเกียจคร้าน กระบี่วิปลาสในมือส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนคล้ายวิญญาณนับหมื่นที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์ คมกระบี่สีเลือดพาดผ่านอากาศเกิดเป็นเส้นโค้งสีชาดที่งดงามทว่าเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมือสังหารสำนักกระบี่เมฆาผู้รวดเร็วดังสายฟ้า กลับถูกคมกระบี่สีเลือดผ่าซีกแบ่งออกเป็นสองท่อนกลางอากาศอย่างไร้การขัดขืน เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับไอเย็นยะเยือกของภูเขาหิมะ
ทว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ค่ายกลปรากฏ!” เสียงตะโกนก้องฟ้าดังขึ้นจากยอดผาเบื้องบน
มือสังหารที่เหลืออีกยี่สิบสามชีวิตต่างแปรเปลี่ยนกระบวนท่าพร้อมกัน พวกมันประสานมือสร้างโครงข่ายพลังปราณสีฟ้าครามโยงใยเข้าหากันจนเกิดเป็นตาข่ายอักขระโบราณขนาดมหึมาครอบ
คลุมอาณาบริเวณนับร้อยวา กดทับลงบนร่างของหลี่มู่เฉินราวกับแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า แรงกดดันมหาศาลนี้ทำให้กระดูกทั่วร่างของชายหนุ่มส่งเสียงลั่นกรอบ ปราณคุ้มกายสั่นสะท้อนอย่างรุนแรงจนแทบจะแตกสลาย
“ฮึ่ม! วิชาเดรัจฉานหลอกเด็ก คิดว่าจะสะกดข้าได้หรือ?” หลี่มู่เฉินคำรามลั่นในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ความเจ็บปวดจากบาดแผลกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในกายให้ตื่นขึ้น
“ระวังตัวด้วย เจ้าเด็กบ้า! พลังของค่ายกลนี้กำลังสูบกินวิญญาณของเจ้า ถ้าฝืนใช้กำลังภายในมากกว่านี้ เส้นชีพจรลมปราณของเจ้าจะขาดสะบั้นนะ!” อสูรพยัคฆ์เงาคำรามเตือนด้วยความร้อนรน เงาร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นพร้อมปกป้องจิตวิญญาณของผู้เป็นนายจากการถูกกัดเซาะ
“ถ้าข้าไม่ทะลวงมันตอนนี้... ข้าก็ไม่มีวันได้ไปชำระหนี้เลือดที่สำนักกระบี่เมฆา!”
หลี่มู่เฉินแผดเสียงคำรามสะท้อนก้องฟ้า ปราณกระบี่วิปลาสทะลักทลายออกมาจากจุดตันtian (ตันเถียน) ทะลุทะลวงชั้นบรรยากาศจนเมฆฝนสีดำสนิทก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องรับกับพลังวิปลาสในร่างของเขา ฟ้าดินแปรปรวนในพริบตา แรงกดดันของค่ายกลกระบี่ผูกวิญญาณเริ่มสั่นคลอนภายใต้คลื่นพลังอันบ้าคลั่งที่หลั่งไหลออกมาจากร่างเดียว
มือสังหารทั้งยี่สิบสามคนใบหน้าซีดเผือด แววตาที่เคยว่างเปล่าไร้ความรู้สึกบัดนี้กลับปรากฏร่องรอยแห่งความหวาดกลัวขึ้นเป็นครั้งแรก พวกมันพยายามเร่งพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อตรึงเป้าหมายเอาไว้ ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว
“กระบี่วิปลาส... วิถีที่สอง: สยบมารผลาญโลกันตร์!”
หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินเบื้องล่างระเบิดออกเป็นหลุมลึก ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งมังกรเพลิงที่แหวกว่ายผ่านห้วงมหาสนธยา คมกระบี่ในมือวาดผ่านอากาศเป็นวงกลมขนาดมหึมา ปราณกระบี่นับพันสายพรั่งพรูออกมาราวกับห่าฝนโลหิต กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้มอดไหม้กลายเป็นจุล!
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งเทือกเขาอวิ๋นหลาง ค่ายกลกระบี่ผูกวิญญาณแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ภายในกระบวนท่าเดียว แรงปะทะอันมหาศาลส่งผลให้มือสังหารทั้งยี่สิบสามคนกระเด็นลอยละลิ่วกลางอากาศ กระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกันจนเกิดเป็นละอองฝนสีเลือดโปรยปรายลงมาเคล้าคลอไปกับเกล็ดหิมะ
ความเงียบงันกลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งอยู่กลางกองหิมะ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบโลหิต ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ ทว่ามือที่ถือกระบี่วิปลาสนั้นยังคงมั่นคงไร้ซึ่งความสั่นเทา
“เจ้าทำได้ไม่เลวเลยนี่... เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วไหมล่ะ” เสียงอสูรพยัคฆ์เงาดังขึ้นอย่างโล่งอก
หลี่มู่เฉินปาดเลือดที่มุมปากพลางแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม เขากำลังจะก้าวเดินเพื่อสำรวจซากศพของเหล่ามือสังหาร ทว่าฉับพลันนั้นเอง... อุณหภูมิรอบกายกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนน่าเหลือเชื่อ หยดเลือดที่กำลังหยดลงบนพื้นหิมะแข็งตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้าใสในเสี้ยววินาที
ไอเย็นยะเยือกอันบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดแผ่พุ่งกดทับลงมาจนแม้แต่อสูรพยัคฆ์เงามึงงงงัน
*ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดั่งก้าวเดินอยู่บนปุยเมฆดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางม่านหิมะที่หนาทึบ ปรากฏร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเกล็ดน้ำแข็ง
ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี แววตาสง่างามทว่าเย็นชาไร้ก้นบึ้งถือครองกระบี่พิสุทธิ์ที่แผ่ไอเซียนกดดันจนสรรพสิ่งต้องสยบ
นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลี่มู่เฉิน ห่างกันเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองร่างชุ่มโชกเลือดของชายหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“คนที่เจ้าควรฆ่า... มิใช่สุนัขรับใช้พวกนี้ แต่เป็นตัวเจ้าเองที่บังอาจเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งความตาย”
หลี่มู่เฉินชะงักงัน นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองสตรีตรงหน้า หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวสิ่งใด... ปราณกระบี่ลึกลับสายหนึ่งก็พุ่งแหวกมิติจากเบื้องหลังนางตรงเข้ามาหมายปลิดชีพเขาในพริบตา!
"ระวัง!" นางเซียนน้ำแข็งพลันพลิกายิ่งกว่าสายฟ้า มือเรียวดึงกระบี่พิสุทธิ์ออกจากฝักเข้าปะทะกับปราณลึกลับนั้นทันที!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ร่วมกันครับ
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น•ตอนที่ 1
คมกระบี่สีเลือดกลางหิมะ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมาร กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!