กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงระยับลอยวนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของงานกาล่าดินเนอร์การกุศล มันเป็นกลิ่นที่น่ารื่นรมย์ในทางทฤษฎี แต่สำหรับคินในเวลานี้ มันชวนให้รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะคว้าแก้วแชมเปญมาซดล้างคอเสียให้สิ้นเรื่อง
เหตุผลไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย... ก็แค่เพราะเจ้าของกลิ่นนั้นกำลังยืนเบียดไหล่เข้าหาธามด้วยองศาที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นต่างหาก
"ธามคะ... มุกว่าโปรเจกต์รีสอร์ตที่ภูเก็ตเฟสหน้า เราน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันนะคะ ดูจากท่าทีของคุณพ่อคุณแล้ว ท่านน่าจะเปิดกว้างเรื่องพาร์ทเนอร์พอสมควร"
เสียงหวานหยดย้อยของ 'มัทนา' หรือที่คุณหญิงแม่ของใครต่อใครพยายามส่งมาให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของธามดังขึ้นอีกครั้ง เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกก้าว ปลายนิ้วเรียวที่เคลือบเล็บเจลสีนู้ดประดับเพชรเม็ดเป้งจงใจแตะลงบนปกเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษของธาม ราวกับกำลังปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกให้
คินที่ยืนถือแก้วค็อกเทลอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าวกลอกตาขึ้นฟ้าเป็นรอบที่สิบของคืนนี้ หัวรั้นอย่างคินไม่เคยสนใจมารยาทสังคมปลอมๆ พวกนี้อยู่แล้ว สัญชาตญาณดิบในตัวกำลังบอกว่าภาพตรงหน้ามัน "ขัดตา" ชะมัด ยัยคุณหนูตระกูลดังนี่ไม่มีตามารึไงถึงไม่เห็นว่าหน้าตาของธามตอนนี้บึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ แถมรังสีอำมหิตยังแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างถอยร่น แต่หล่อนก็ยังตื๊อไม่เลิกรา
"ถ้าคุณมุกว่างมากจนไม่มีอะไรทำ แนะนำให้ไปลงคอร์สเรียนมารยาทในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลดูนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดตวัดกลับทันที ธามปัดมือของหญิงสาวออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบกวาดมองด้วยความรังเกียจเปิดเผยชนิดที่ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ร่างสูงใหญ่ขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่กระนั้น มัทนาก็ยังหัวesเราะคิกคักราวกับมองว่าความเย็นชาของเขาเป็นเพียงความเขินอายตามประสาผู้ชายปากแข็ง
"ธามก็... ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะ แต่มุกชอบค่ะ คนตรงไปตรงมาแบบนี้หาไม่ง่ายในสังคมไฮโซหรอกจริงไหมคะ คุณ... เอ่อ คุณคิน" หญิงสาวหันมาฉีกยิ้มการค้าให้คินที่ยืนทำหน้าเบื่อโลกอยู่ข้างๆ เผื่อแผ่ความสนใจมายังเขาด้วยมารยาทจอมปลอม
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบราวกับแมวป่ากวาดมองผู้หญิงตรงหัวจรดเท้าด้วยแววตานิ่งสนิท ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะเย้ยก่อนจะเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ
"ครับ— เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ พอดีว่าฉันไม่ใช่คนชอบเสพของเหลือเดนจากคนอื่นน่ะค่ะ และอีกอย่าง... แฟนฉันเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเรี่ยราดแบบนี้ด้วย มันดูราคาถูกเกินกว่าจะยืนร่วมเฟรมเดียวกัน"
พรวด!
เกือบจะมีใครบางคนสำลักน้ำแร่ในมือเมื่อได้ยินคำว่า "แฟนฉัน" พ่นออกมาจากปากของคินอย่างหน้าตาเฉย ธามชะงักกึก หันขวับมามองหน้าคนพูดทันที นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ความหงุดหงิดเมื่อครู่วันมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายตาวาววับที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันรู้ตัวว่ามันแสดงความคลั่งรักออกมามากแค่ไหน
ส่วนมัทนินหน้าซีดเผือด รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ร่างเพรียวถอยกรูดด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "นี่คุณ!... พูดจาอะไรหยาบคาบ ธามคะ ดูสิคะ ดูเขาสิคะ พูดจาแบบนี้กับมุกได้ยังไง"
"เขาก็พูดความจริงนี่ครับ" ธามเอ่ยแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและทรงอำนาจจนมัทนาต้องหุบปากฉับ "แล้วก็กรุณาเอาตัวออกไปให้พ้นรัศมีสายตาผมด้วย ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วสั่งให้บอดี้การ์ดเชิญคุณออกไปจริงๆ"
คำพูดที่ไร้ความปรานีนั้นทำให้มัทนาสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย หล่อนหันมาค้อนคินวงใหญ่ก่อนจะจ้ำอ้าวหนีหายเข้าไปในฝูงชนทันที
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ จากวงดนตรีสด คินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วางแก้วค็อกเทลลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี แล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีไปอีกทางโดยไม่คิดจะเอ่ยคำขอบคุณหรือแม้แต่ชายตามองคนข้างกายที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่เลยสักนิด
"เดี๋ยวสิ" มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของคินรั้งไว้ด้วยแรงพอประมาณ ไม่ให้ร่างบางเดินหนีไปไหน
"อะไรอีกเล่า ปล่อยนะ" คินสะบัดแขนออกทันที ถลึงตาใส่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ยิ่งเห็นรอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลานั่น หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นแรงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ "อยากจะสวีทกับคุณหนูไฮโซต่อนักไม่ใช่เหรอ จะมาดึงฉันไว้ทำไม"
"หึงเหรอ?" ธามเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความหยอกเย้าอย่างเปิดเผย ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าบูดบึ้งของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครหึง ใครอยากจะไปหึงคุณกัน ทุเรศ!" คินปฏิเสธเสียงแข็ง ใบเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียไปถึงใบหู "ฉันแค่รำคาญตาเวลามีแมลงหวี่แมลงวันมารุมตอมคุณต่างหาก เหม็นกลิ่นน้ำหอมจนเวียนหัว"
"ปากแข็งชะมัด" ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวคินอีกนิด จนแผ่นหลังบางเกือบจะชนเข้ากับผนังกระจกใสที่มองออกไปเห็นวิวสวนด้านนอก "เมื่อกี้ใครนะบอกว่า... *'แฟนฉันเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว'* หืม? พูดเองแท้ๆ..."
"ฉันแค่ประชดยัยนั่นโว้ย! เลิกพูดมากสักทีเถอะธาม ถอยไปเลยนะ" คินยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ธามกลับยิ่งก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอมเบอร์และบุหรี่จางๆ ของธามล้อมรอบตัวคินไว้จนหมดสิ้น มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย... อันตรายต่อหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนในงาน แต่กลับเหมือนมีแค่เขาสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น เคมีที่พุ่งพล่านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านอยู่รอบตัว จนคินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปากที่เคยต่อเก่งเถียงเก่งกลับเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาคมกริบของธามเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากของเขาอย่างจดจ่อ
"ถ้าไม่ได้ประชด... แล้วถ้าฉันจะขอให้คำพูดนั้นเป็นเรื่องจริงล่ะ?" ธามกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากใบหูของคินไม่ถึงคืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
คินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำซัดรัวยิ่งกว่ากลองชุด กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดเพื่อรักษาฟอร์มตามนิสัยเดิม แต่ทว่า—
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณธาม พอดีฉันตามหาคุณตั้งนาน..."
เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงทำให้ทั้งสองคนต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต
ธามขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาดึงหน้ากลับมาด้วยความเย็นชา ปรายตามองผู้หญิงคนใหม่ที่เดินเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ได้รับเชิญ
แต่ทว่า... เมื่อคินกวาดสายตาผ่านเลยร่างของหญิงสาวคนนั้นไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังในเงาสลัวของเสาไฟ ร่างโปร่งก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบของใครบางคนที่เขานึกว่าชาตินี้จะไม่มีวันได้เจอหน้ากันอีกแล้วในสถานที่แบบนี้
พี่ชายต่างแม่ที่เพิ่งประกาศสงครามประสาทกันไปหมาดๆ... กำลังยืนกอดอกส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้เขา พร้อมกับกระซิบคำพูดไร้เสียงที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
*เจอตัวสักทีนะ... น้องรัก*
---
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและกดหัวใจให้นะคะ!**
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 7
รอยร้าวเบาๆ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!