“มีสิทธิ์อะไรมาตะโกนเสียงดังในห้องฉันไม่ทราบ”
เสียงหวานใสที่แหลมสูงจนเกือบE-note เมื่อครู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่บรรยากาศในห้องชุดหรูตอนนี้กลับเย็นเยียบลงจนแทบติดลบ ร่างเพรียวระหงของ ‘มีอา’ ดีไซเนอร์สาวเซเลบริตี้แถวหน้า ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง (และคู่หมั้นทางนามบัตรที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้) ของธาม ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโตภายใต้ขนตาปลอมหนาเป็นแพกวาดมองผู้มาเยือน—ไม่ใช่ส, ต้องเรียกว่า ‘สิ่งแปลกปลอม’—ตั้งแต่หัวจรดเท้า
คินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด ร่างโปร่งในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงนอนผ้าฝ้ายขายาว ยังคงยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีสบายๆ มือเรียวถือแก้วน้ำอุ่นที่เพิ่งรินเสร็จ แกว่งไปมาอย่างไม่ยี่หร่าต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากผู้หญิงแปลกหน้า
“อ้าว นึกว่าใคร” คินลากเสียง ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปากอย่างเย้าแหย่ “คุณแม่บ้าน... เอ้ย ไม่ใช่สิ คุณคู่หมั้นนี่เอง มาดึกดื่นแบบนี้ ประตูคอนโดเขามีระบบรักษาความปลอดภัยนะคะ หรือว่าคุณใช้วิธีปีนระเบียงเข้ามาถึงได้หอบแฮกขนาดนั้น”
“นี่นาย! ปากดีนักนะ!” มีอาหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้าไปหมายจะผลักไหล่บางให้พ้นทาง แต่ทว่า—
หมับ!
มือหนาของธามที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องนอนด้วยชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม คว้าข้อมือเรียวของมีอาไว้ทันท่วงที แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่เด็ดขาดพอจะทำให้หญิงสาวชะงัก ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นขีดสุด
“มาทำไมดึกดื่น มีอา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสะعัด
“ถามได้! ธามไม่รับโทรศัพท์ฉัน ตั้งแต่หัวค่ำจนป่านนี้! ฉันเป็นห่วงแทบแย่ คิดว่านายตายหรอกถึงได้รีบแจ้นมานี่!” มีอาสะบัดมือออกจากการเกาะกุม ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะหันขวับกลับมาจ้องคินด้วยสายตาเหยียดหยาม “แล้วนี่มันอะไรกัน... ผู้ชายคนนี้ เป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ในห้องของธามได้ แถมยังแต่งตัว... ทุเรศตาแบบนี้อีก!”
คินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายุคนี้ยังมีคนใช้มุก ‘ผู้หญิงบุกห้องพระเอกแล้วกรี๊ดกร๊าดใส่ตัวนายเอก’ แบบละครหลังข่าวจริงๆ แถมยัยนี่แต่งตัวจัดเต็มราวกับจะไปงานพรมแดง ทั้งที่นี่มันตีสองกว่าแล้ว!
“อ๋อ ผมเป็นใครเหรอครับ?” คินจงใจลากเสียงกวนประสาท ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ธามมากขึ้นอีกนิด จนไหล่บางเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่งของร่างสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นยาอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก “ผมก็เป็น... คนที่ธามเขา *เชิญ* มาดูแลถึงเตียงไงล่ะครับ”
คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำเอาธามสำลักลมหายใจตัวเองเบาๆ ดวงตาคมกริบหันขวับมามองคินด้วยแววตาคาดโทษ แต่ลึกๆ แล้วใบหูหนาด้านซ้ายกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ามอง
“คิน! เลิกพูดจาไร้สาระแล้วไปนอนซะ” ธามเอ่ยดุ เสียงทุ้มเข้มแต่ไร้ความจริงจัง
“อ้าว ก็ผมพูดความจริงนี่นา...” คินทำหน้าตีหน้าเศร้าเลียนแบบนางเอกละครน้ำเน่า “เมื่อกี้ใครนะที่นอนซม ปวดหัวตัวร้อนไข้ขึ้นสูงจนเพ้อหา... เอ๊ะ หรือว่าผมจำผิด?”
มีอาอ้าปากค้าง มองผู้ชายสองคนสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ธามผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งผยอง เย็นชา และเกลียดความวุ่นวายเข้าไส้ ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้มาต่อปากต่อคำแถมยังทำตัวรุ่มร่ามอยู่ในห้องส่วนตัวเนี่ยนะ!
“ธาม! นี่นาย... นายพาผู้ชายคนนี้มาไว้ที่ห้องเหรอ? แล้วที่นายบอกว่าไม่ว่าง ไม่อยากเจอฉัน ที่แท้ก็เพราะ... เพราะเก็บเด็กนี่ไว้แก้เหงาเนี่ยนะ!” มีอาโวยวายเสียงแหลม น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและเสียหน้า
“มีอา” ธามกดเสียงต่ำลง ทbให้บรรยากาศในห้องกดดันจนน่ากลัว “ฉันไม่มีหน้าที่ต้องรายงานทุกเรื่องส่วนตัวให้เธอฟัง กลับไปซะ แล้วก็เลิกทำตัวไร้สาระแบบนี้สักที ดึกมากแล้ว”
“ธามไล่ฉันเหรอ? นายไล่ฉันเพราะอีเด็กนี่เนี่ยนะ!”
“ผมไม่ใช่เด็ก และถ้าคุณยังมีมารยาทหลงเหลืออยู่บ้าง ควรจะรู้ว่าเวลาตีสองครึ่งเนี่ย เขาไม่มาตะโกนแหกปากโวยวายในห้องคนอื่นเขาค่ะ” คินสวนกลับทันควัน รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้ช่างบาดลึกเสียจนมีอาแทบจะกรี๊ดแตก
“กรี๊ด! ฝากไว้ก่อนเถอะแก!” มีอาชี้หน้าคินด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะกระแทกส้นรองเท้าส้นสูงเดินสะบัดก้นออกนอกห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง! สะเทือนไปทั้งยูนิต
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องชุดหรูอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ กับกลิ่นอายความตึงเครียดที่เจือจางลง
คินถอนหายใจยาว พิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ครัวตามเดิม หันไปมองเจ้าของห้องที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่ไกล “คู่หมั้นคุณนี่... พลังงานล้นเหลือดีแท้นะคะ น่าจะส่งไปแข่งวิ่งมาราธอนแทนที่จะมาเดินแบบ”
ธามไม่ตอบ ดวงตาคมตวัดมองคนปากดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมา “เธอมาทำไมดึกดื่น... ฉันไม่ได้บอกให้ใครมาสักหน่อย”
“ก็คงเป็นเพราะคุณไม่ยอมรับโทรศัพท์เขานั่นแหละ คนเป็นห่วง (แบบผิดวิธี) ก็เลยร้อนใจบุกมาถึงถ้ำเสือ” คินยักไหล่ เดินเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด สังเกตเห็นว่าสีหน้าของธามยังคงซีดเซียวอยู่ไม่น้อย แม้ฤทธิ์ไข้จะลดลงไปบ้างแล้วจากการกินยาและนอนพักผ่อนไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ “แล้วนี่... ตัวยังร้อนอยู่ไหมเนี่ย”
มือเรียวยื่นออกไปโดยอัตโนมัติ หมายจะอัสดงหลังมือทาบลงบนหน้าผากแกร่งเพื่อวัดอุณหภูมิเหมือนที่ทำเมื่อตอนหัวค่ำ แต่ทว่า—
พรึบ!
ธามเร็วกว่าคว้าข้อมือของคินไว้กลางอากาศ แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างโปร่งเซถลาเข้าไปปะทะกับอกแกร่งอย่างจัง กลิ่นกายเฉพาะตัวของธามโอบล้อมรอบตัวคินเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
หัวใจของคินกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่รักดี ส่วนธาม... ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
“อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับฉันนะ คิน” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ “นายกำลังเล่นกับไฟรู้ตัวไหม”
“ใครเล่น... ผมแค่จะดูว่าคุณหายไข้หรือยัง ปล่อยนะ” คินพยายามขืนตัวออก แต่ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดเอวบางไว้แน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
“ปากเก่งนักนะ... ไหนบอกว่าเกลียดฉันนักหนา ทำไมตอนนี้ถึงยอมให้กอดอยู่ได้ล่ะ หืม?” ธามกระเซ้า เสียงทุ้มต่ำพDซ่านหัวใจคนฟังอย่างร้ายกาจ
“ใครยอม! ปล่อยผมนะไอ้คุณธาม—”
กริ๊ก... ติ๊ด!
เสียงปลดล็อกประตูหน้าห้องดังขึ้นแทรกกลางจังหวะหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความเงียบสงบ ตามมาด้วยเสียงไขกุญแจที่ดังชัดเจนในยามวิกาล
ธามและคินชะงักกุนกิริยา คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์
ประตูกว้างเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องชุดอย่างถือวิสาสะ—
“อ้าว ธาม... ยังไม่นอนเหรอพอดีเลย ฉันเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ็น... เดี๋ยวนะ!”
เสียงทุ้มคุ้นเคยของ ‘นนท์’ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจ หยุดชะงักกะทันหัน เมื่อสายตาคู่คมกวาดผ่านห้องรับแขกเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจ— ธามกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเด็กหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งในสภาพที่เกือบจะแนบชิดกันสนิท
คินเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อสบเข้ากับดวงตาของนนท์ที่มองตรงมาด้วยความตกตะลึงพรเพริด
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ นนนท์ก็อุทานลั่นห้องด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด
“เฮ้ย! ธาม! นาย... นายแอบซุกเด็กไว้ในห้องเหรอวะเนี่ย!”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและลุ้นไปกับความซึนของพี่ธามกับน้องคินนะคะ! แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 6
คนปากร้ายใจปลาซิว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!