กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความฉุนกึกของไข่เจียวไหม้เกรียม ลอยอบอวลตัดกันฉับพลันในห้องครัวสไตล์โมเดิร์น
"ถ้าคุณยังหยิบต่อนิดเติมหน่อยแบบนี้ ไข่เจียวจานนี้คงต้องเปลี่ยนสถานะเป็นถ่านก้อนสีดำนะคะ คุณธาม"
คินเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผาก ลมหายใจยังคงหอบถี่จากการวิ่งวุ่นรับมือกับเชฟจำเป็นผู้มีดีกรีความเอาแต่ใจระดับร้อยกะรัต ร่างโปร่งในชุดนอนผ้าฝ้ายสีอ่อนยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตหรี่มองชายหนุ่มที่ยังคงยืนถือตะหลิวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่หน้าเตาแก๊ส
ธามในยามนี้ช่างห่างไกลจากภาพนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่มักปรากฏตัวบนหน้าสื่ออย่างสิ้นเชิง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วน ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลากลับฉายแววหงุดหงิดเมื่อเห็นฝีมือการทำอาหารของตัวเองถูกวิจารณ์
"ถ่านก้อนสีดำอะไรกัน รสนิยมการกินของคุณต่างหากที่ล้าสมัย คิน" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ แต่ดวงตาสีเข้มกลับพราวระยับยามเหลือบมองคนตรงหน้า "ผมแค่ตั้งใจจะทำอาหารเช้าให้คุณกิน เพื่อชดเชยเรื่อง... เมื่อคืน"
ประโยคหลังเบาลงเล็กน้อย ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มของคินได้อย่างน่าฉุนเฉียว สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากที่เพิ่งลบเลือนไปเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน ราวกับยังคงทิ้งร่องรอยจางๆ ไว้บนกลีบปากของเขา
คินสะบัดหน้าหนีความทรงจำชวนใจเต้นนั้นอย่างรวดเร็ว ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มแล้วแย่งตะหลิวในมือมาถือไว้เอง "ถอยไปค่ะ คุณไม่ได้เรื่องเลยสักอย่างเรื่องในครัวเนี่ย หลีกทางให้มืออาชีพเขาโชว์ฝีมือบ้างเถอะ"
"มืออาชีพ?" ธามเลิกคิ้วสูง ขยับเข้ามาเบียดชิดจนแผ่นหลังของคินแนบติดกับขอบเคาน์เตอร์เย็นเฉียบ วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกั้นทั้งสองข้างไม่ให้คนตัวบางหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "ปากเก่งจังนะ หิวแสงหรือไงถึงได้รนหาเรื่องเข้าครัวแต่เช้า"
"ใครรนหาเรื่องกันแน่คะ คุณนั่นแหละที่ยึดพื้นที่ครัวของฉันตั้งแต่ตีห้า" คินเชิดหน้าสู้ ดวงตาคู่สวยตวัดมองคราบความหงุดหงิดที่เจือความเอ็นดูจางๆ ในแววตาของอีกฝ่าย "ถอยออกไปเลยนะ กลิ่นไหม้มันเริ่มตลบอบอวลจนแสบจมูกไปหมดแล้ว"
"ไม่ถอย จนกว่าคุณจะยอมรับว่าเมื่อคืน..." ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจยั่วเย้า "คุณไม่ได้รังเกียจสัมผัสของผม"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เคมีประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ปะทะคารมกัน เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เจือด้วยความหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม คินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทว่า ก่อนที่คินจะได้ทันสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูหราก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ สลับกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหว
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ธาม! นายอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงตะโกนโวยวายด้วยความร้อนรนดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำเอาทั้งสองคนที่กำลังยืนจ้องตากันกลมแข็งค้างไปในทันที
ธามผละถอยหลังด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงในพริบตา "ให้ตายเธอร์... ใครมาขัดจังหวะเวลานี้วะ"
คินรีบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ดูเหมือนแขกไม่速เชิญของคุณจะมาถึงแล้วนะคะ ไปเปิดประตูสิคะคุณธาม บางที... อาจจะมีเรื่องสนุกให้เราเคลียร์กันยาวๆ เลยก็ได้"
ธามหรี่ตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของคิน ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินไปที่ประตูหน้าด้วยความจำยอม ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือของคินไว้แน่นในจังหวะที่จะเดินผ่าน พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงคาดโทษ
"เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ คิน"
ประโยคทิ้งท้ายยังไม่ทันจางหาย ธามก็กระชากเปิดประตูห้องออกกว้าง เผยให้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมชื่อดังที่ยืนทำหน้าตื่นตระหนกอยู่หน้าห้อง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของธามที่ยืนอยู่ด้านใน—
"ธาม! ทำไมโทรหาไม่รับสายรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน— เดี๋ยวนะ..." เสียงแหลมใสหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อสายตาคู่คมกวาดผ่านไหล่หนาของชายหนุ่มเข้ามาเห็นร่างโปร่งของคินที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ส่งยิ้มหวานหยดให้อยู่ในห้องครัว "นี่นาย... พาเด็กที่ไหนมาค้างที่นี่เนี่ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแซ่บของคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 5
สงครามในห้องครัว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!