เสียงเบรกเอี๊ยดลั่นสนั่นห้องโดยสาร พร้อมๆ กับแรงเหวี่ยงมหาศาลที่กระชากทุกสติสัมปชัญญะให้หลุดลอย คินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพลิกคว่ำ ร่างของเขาถูกแรงเหวี่ยงกระแทกเข้ากับเบาะข้างคนขับอย่างจัง ก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กจะคว้าหมับเข้าที่เอวสอบ แล้วดึงรั้งเขาลอยหวือเข้าไปปะทะแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณการปกป้องของอีกฝ่าย
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศและหยาดเหงื่อจางๆ ลอยปะทะนาנסทันที ท่ามกลางความเงียบงันที่ช็อกค้างไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนสองคนที่ดังประสานกันอย่างน่ากลัว
ธามกัดกรามแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกปะปนกับความโกรธขึงที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์เกือบชนเมื่อครู่ มือหนาข้างหนึ่งยังคงโอบกอดเอวคินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างเพรียวจะหลุดมือ ส่วนอีกข้างยันคอนโซลหน้ารถไว้เพื่อพยุงน้ำหนัก
"นาย... บ้าหรือเปล่า!" คินตวัดเสียงแหวใส่ทันทีที่ตั้งสติได้ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความตกใจจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกันอย่างน่าหวาดเสียว
"ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าสมองนายไปไว้ที่ไหน ทำไมถึงไม่คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก!" ธามตวาดกลับเสียงเข้ม ปรอทความหึงหวงและห่วงใยตีรวนกันจนน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งลงมาที่เรียวปากสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ อย่างลืมตัว
"ฉันจะคาดหรือไม่คาดมันก็เรื่องของฉัน... อุ๊ย!"
คินชะงักคำพูดที่เหลือไว้คอหอย เมื่อธามขยับตัวเข้ามาประชิดอีกนิดโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ไหล่ลาดของเขาแนบชิดกับพวงมาลัยรถ ส่วนแผ่นหลังถูกกดทับด้วยน้ำหนักตัวที่โน้มลงมาครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ ท่าทางเหมือนคนทั้งคู่กำลังโอบกอดกันกลายๆ บนเบาะรถคันหรู
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังแข่งกันจนน่าอาย คินพยายามจะดันอกแกร่งออกห่าง แต่ยิ่งขยับ วงแขนที่โอบรอบเอวกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันยอมปล่อย
"ปล่อยนะ ธาม นายฉวยโอกาสอะไรเนี่ย" คินกระซิบเสียงลอดไรฟัน พวงแก้มเนียนเน่าเรื่อขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด แม้พยายามจะทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความหวั่นไหว แต่ดวงตากลมโตกลับหลบวูบไม่กล้าสบตาคมกริบคู่นั้น
"ใครฉวยโอกาสกันแน่..." ธามโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำพร่าพรเลือนราวกับคนละเมอ "นายต่างหากที่พุ่งเข้ามาหาฉันเอง... คิน"
ประโยคยียวนประสาทนั้นทำให้คินอยากจะยกเท้าขึ้นมาถีบยอดอกคนหลงตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดตรงที่สภาพร่างกายตอนนี้มันไม่อำนวยเอาเสียเลย แผ่นหลังติดเบาะ ขยับไปไหนไม่ได้ แถมปลายนิ้วอุ่นจัดของธามที่ยังคงแตะอยู่ตรงสะโพกสอบก็กำลังแผ่ซ่านความร้อนระอุทะลุเนื้อผ้าเข้ามา จนผิวเนื้อบริเวณนั้นสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
บรรยากาศภายในรถที่ควรจะอึดอัดจากสถานการณ์เฉียดตาย กลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มแบบใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่า ธามกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อ ไล่เรื่อยลงมายังริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ สายตาคู่นั้นพุ่งตรง ดุร้าย และเปี่ยมไปด้วยความต้องการดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
"มองอะไรเล่า หน้าฉันมีกาวหรือไง" คินเสียงสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระสนหนีออกจากอกเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น
"เปล่า... แค่กำลังคิดว่าปากเก่งๆ แบบนี้ เวลาจูบมันจะยังเถียงเก่งอยู่ไหม"
ธามเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย แววตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยและจงใจ คินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับยิ่งทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของธามแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"นายมัน... อื้อ!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธามไม่รอให้เขาได้อ้าปากเถียงต่อ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาทาบทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ความนุ่มนวลไม่ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในวินาทีแรก มีเพียงความเร่าร้อน ดุดัน และเอาแต่ใจ ที่พุ่งชนเข้ามาทำลายปราการป้องกันทุกอย่างของคินจนพังทลาย
คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่ววินาทีนั้นมือเรียวพยายามจะทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ธามกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้รับสัมผัสที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่แนบชิดเกินกว่าเส้นกั้นความสัมพันธ์ใดๆ ทำให้คินรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังหลอมละลาย ปลายลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันสร้างความปั่นป่วนจนขาเรียวอ่อนแรง ความดื้อรั้นที่เคยมีถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก แม้จะพยายามเม้มปากขัดขืน แต่แรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำจากอีกฝ่ายก็ทำให้กำแพงความหยิ่งทะนงพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า
ธามผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดริมฝีปากบวมเจ่อที่หอบหายใจกระชั้น เขาผละใบหน้าออกห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อสบตากับดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำด้วยพิษจูบ แววตาคู่นั้นไหวระริกและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ผสมผสานกับความโหยหาอย่างปิดไม่มิด
"ทีนี้... ยังกล้าเถียงฉันอีกไหม" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปาก ธามก้มลงกดจูบซ้ำย้ำๆ ที่มุมปากแงงอย่างหลงใหลราวกับเสือร้ายที่ได้ลิ้มลองเหยื่ออันโอชะและไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ
คินหอบหายใจแรง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ขึ้นสูง เม้มปากแน่นด้วยความเคืองขุ่นปนเคอะเขิน "คนฉวยโอกาส... นายมันไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ ธาม!"
ธามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสุขที่หาได้ยากยิ่ง เขากำลังจะเอ่ยปากหยอกเย้าคนหัวรั้นในอ้อมแขนต่อ ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหันราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ขัดจังหวะความหวานล้ำที่กำลังก่อตัวขึ้น ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันที ดวงตาดุร้ายหันขวับไปมองนอกหน้าต่างด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ
ภาพสะท้อนจากกระจกมองข้างเผยให้เห็นร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนยืนกอดอกส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ ท่ามกลางแสงไฟกะพริบจากรถคันหลังที่จอดเทียบท่าอย่างพพอดีเป๊ะ
คินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เคาะกระจกอย่างชัดเจน หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
...พี่ชายของธามยืนอยู่ตรงนั้น และเขากำลังมองลอดกระจกใสเข้ามาเห็นภาพที่พวกเขากำลังกอดก่ายแนบชิดกันเมื่อครู่นี้อย่างเต็มสองตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินระอุในตอนนี้นะคะ
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 8
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!