กระจกใสบานใหญ่นั้นไม่ได้ทำหน้าที่แค่กั้นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศราคาแพง แต่มันทำหน้าที่ราวกับใบมีดที่เชือดเฉือนบรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนให้ขาดวิ่น สายตาคู่คมของพี่ชายธามที่สะท้อนผ่านเงาสะท้อนของกระจกเมื่อครู่ยังคงกรีดลึกลงมาในความรู้สึก แม้ว่าในตอนนี้ร่างสูงโปร่งของธามจะก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับโลกภายนอกไว้จนมิดแล้วก็ตาม
กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ราคาแพงและกลิ่นน้ำหอมฉุนกานต์จากกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหญ่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัวคิน ร่างบางกำลังหายใจหอบถี่ ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของไวน์ขาวในแก้วเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะพิษไข้ประหลาดที่กำลังแล่นริ้วไปตามกระแสเลือดตั้งแต่ตอนที่ไอ้ตาแก่พุงพลุ้ยคนนั้นแตะปลายนิ้วลงบนต้นคอของเขา
"ดื่มเข้าไปอีกสิ... น้องคินหน้าหวานคนนี้ท่าทางจะคออ่อนกว่าที่คิดนะเนี่ย"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่ารังเกียจของเสี่ยภานุยังคงดังไล่หลังมา พร้อมกับฝ่ามือหนาที่พยายามจะเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วสกปรกนั้นจะแตะโดนผิวเนื้อ ร่างของคินก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนที่มีกลิ่นอายคุ้นเคย—กลิ่นเปปเปอร์มินต์ผสมไม้จันทน์หอมที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
ธามนั่นเอง
ดวงตาคมกริบของทายาทหนุ่มตระกูลใหญ่ฉายแวววาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางของคินเข้ามาชิดติดตัวจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ขณะที่มืออีกข้างคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเสี่ยภานุที่ยื่นค้างกลางอากาศ บีบแน่นจนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงร้องโودอย่างเจ็บปวด
"มือสกปรกแบบนี้... เอาไว้ใช้เซ็นเอกสารบริษัทก็น่าจะพอแล้วมั้งครับ เสี่ยภานุ"
น้ำเสียงของธามราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที รอยยิ้มมุมปากของเขามีความหมายมากกว่าคำด่าทอ เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากคู่ต่อสู้ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ทุกเมื่อหากกล้าล้ำเส้น
"อ้าว... คุณธามนี่เอง ฮ่าๆๆ ผมแค่จะแสดงความเอ็นดูเด็กฝึกงานคนเก่งของบริษัทคุณเท่านั้นเองน่า อย่าคิดมากเลย" เสี่ยภานุหัวเราะกลบเกลื่อน พยายามดึงมือตัวเองกลับจากการเกาะกุมอันทรงพลังนั้น ใบหน้าอ้วนท่วมฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิดเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ซึ่งความปรานีของธาม
"เอ็นดูเหรอครับ?" ธามเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก "แต่คนของผม... ผมดูแลเองได้ดีพอ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้คนแก่แถวนี้มาช่วยสอนมารยาทบนเตียง... เอ๊ย บนโต๊ะอาหารหรอกครับ"
คินที่ซบหน้าอยู่กับอกอزกว้างของคนตัวโต เม้มปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วสุม ทั้งโกรธที่ตัวเองประมาทจนเกือบเอาตัวไม่รอด ทั้งหงุดหงิดที่ต้องมาติดหนี้บุญคุณไอ้คนปากร้ายอย่างธาม และที่สำคัญที่สุด... ความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาบางอย่างที่เสี่ยภานุแอบผสมลงในแก้วไวน์กำลังแผ่ซ่านกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาไปทีละน้อย
มือเรียวเล็กยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของธามไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนยวบ แรงโน้มถ่วงรอบตัวคล้ายจะหายไป ทุกอย่างหมุนคว้าง
"ธาม..." เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่เหลือเค้าโครงความอวดดีหรือความปากเก่งที่เคยใช้ต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายเมื่อช่วงบ่ายเลยแม้แต่น้อย
ธามก้มลงมองคนในอ้อมแขนทันที สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกวูบหนึ่งเมื่อเห็นพวงแก้มแดงจัดและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมของคิน ดวงตาหวานฉ่ำที่ช้อนขึ้นมองเขาเวลานี้มันไม่ได้ดื้อรั้นเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและ... ความต้องการที่เจ้าตัวอาจจะไม่ประสีประสาด้วยซ้ำว่าคืออะไร
"คิน... นายเป็นอะไร?" ธามขมวดคิ้วมุ่น ละทิ้งเสี่ยภานุที่รีบเดินจ้ำอ้าวหนีหายไปจากบริเวณนั้นทันที มือหนาประคองใบหน้าเนียนขึ้นสำรวจความผิดปกติ "เฮ้ ตั้งสติหน่อย อย่าบอกนะว่า..."
"ไวน์... แก้วนั้น..." คินกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาจากท้องน้อยจนต้องหลับตาปี๋ มือเล็กขยุ้มเสื้อของธามแน่นขึ้นไปอีกราวกับคนจมน้ำ "พาฉันออกไป... ที่นี่มัน... ร้อน..."
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและอาการตัวสั่นเทาทำให้ธามตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนสมองแทบระเบิด ไอ้สารเลวภานุนั่นกล้าดียังไงถึงกล้าเล่นตุกติกกับคนของเขา!
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตามเอาคืน ธามตัดสินใจเด็ดขาด เขาช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อหลายคนที่เริ่มหันมามอง ทว่าธามไม่ได้สนใจสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น เขาก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูทางออกด้านหลังที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถส่วนV.I.P. ทันที
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวเนื้อทันทีที่ก้าวพ้นตัวอาคาร คินที่ซบอยู่บนอกแกร่งส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความกระာสหกระสน ความเย็นด้านนอกไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มภายในร่างกายของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้ความต้องการสัมผัสเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก
ธามเปิดประตูรถเบนซ์คันหรูแล้ววางร่างบางลงที่เบาะข้างคนขับอย่างทะนุถนอม ก่อนจะรีบอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วกดล็อกประตูรถแน่นหนา บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ปิดทึบอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของคินและกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ยิ่งเร่งเร้าสัญชาตญาณดิบของธามให้ทำงานอย่างรุนแรง
"อดทนหน่อยคิน เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาล..." ธามเอ่ยเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปหมายจะบิดกุญแจสตาร์ทรถ
แต่ทว่า...
ข้อมือของเขาถูกมือเรียวคว้าเอาไว้แน่น แรงดึงนั้นไม่ได้มากนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้ธามต้องชะงัก คินลืมตาขึ้นมองเขา แววตานั้นฉายประกายเย้ายวนอย่างที่ธามไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ริมฝีปากสีระเรื่อเผยอออกน้อยๆ หอบหายใจถี่กระชั้น
"โรงพยาบาล... ไม่เอา..." คินส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาคลอหน่วยที่หางตาด้วยความทรมาน "มัน... ร้อน ธาม... ช่วยฉันหน่อย..."
คำว่า "ช่วยฉันหน่อย" จากปากของคิน พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่เริ่มซุกซนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนียนสีน้ำผึ้งและแผงอกกระชับที่กำลังกระกระสนไหวตามจังหวะการหายใจ ทำเอาความอด 25 ปีของทายาทหนุ่มผู้หยิ่งผยองขาดผึ่งลงทันที
ธามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่เหลืออยู่น้อยนิด แต่มันยากเหลือเกินเมื่อคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ และใช้มือคว้าปกเสื้อของเขาโน้มลงไปหา
"นายรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่ คิน..." ธามกดเสียงต่ำพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายยิ่งกว่าสารเคมีในแก้วไวน์เสียอีก
"รู้... รู้สติดี..." คินกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ดวงตาฉ่ำน้ำมองตรงเข้ามาในตาของธามด้วยความท้าทายแม้จะไร้เรี่ยวแรง "ถ้านายไม่ช่วย... ฉันจะไปขอให้คนอื่นช่วยแทน... ดีไหมล่ะ?"
คำพูดท้าทายแบบเด็กหัวรั้นที่ยังไม่เจียมตัว ทำให้ธามหลุดหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ระคนคลั่งรัก ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น
"เด็กดื้อ... นายไม่มีสิทธิ์ไปขอใครทั้งนั้นแหละ"
ธามไม่รอช้า มือหนาประคองท้ายทอยของคนตัวบางไว้มั่น ก่อนจะประกบจูบลงไปบนริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขามาตลอดหลายสัปดาห์อย่างเร่าร้อนและดุดันเพื่อลงโทษ ความหวานล้ำที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากรสจูบนั้นทำให้คินส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอแกร่งแล้วจูบตอบสนองอย่างลืมตัว เคมีที่ระเบิดออกระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนกระจกรถขึ้นฝ้าขาวในเวลาอันรวดเร็ว
ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวภายในรถหรู ทั้งสองคนต่างก็จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อยว่า... ที่บริเวณลานจอดรถด้านนอกนั้น มีเงาร่างสูงโปร่งของใครอีกคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้รถคันนี้ทีละก้าว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นบนมุมปาก ท่ามกลางความเงียบงัดของคืนอันมืดมิด... ปลายเล็บเรียวยาวนั้นเคาะลงบนกระจกรถเบนซ์สามครั้งติดอย่างจงใจ!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน!
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 9
ความลับในแก้วไวน์
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!