ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 10

หวงแบบไม่ออกหน้า

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก เสียงเคาะกระจกรถเบนซ์สีดำสนิทดังขึ้นสามครั้งติดอย่างจงใจ ท่ามกลางความมืดมิดและบรรยากาศอันอึมครึมของลานจอดรถชั้นใต้ดิน คินที่เพิ่งผละริมฝีปากออกจากธามด้วยความตกใจสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความร้อนผ่าวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพวงแก้มและริมฝีปากถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ความหวานละมุนเมื่อครู่ถูกทำลายลงอย่างไม่ใยดีด้วยการมาเยือนของบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงใหญ่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหัวเสีย ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกรถลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายของ "พศิน" รุ่นพี่ปีสูงตัวตึงคณะบริหารธุรกิจที่ยืนยันนอนยันว่าจะตามจีบคินให้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม "อ้าว ธาม... รถติดฟิล์มมืดขนาดนี้ นึกว่าไม่มีคนซะอีก" พศินส่งยิ้มพราวเสน่ห์เข้ามาในตัวรถ ทว่าสายตากลับกวาดมองสำรวจสภาพภายในที่ค่อนข้างยุ่งเหยิง เส้นผมของคินที่ยุ่งเล็กน้อยกับริมฝีปากที่เจ่อบวมแดงกว่าปกติทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของรุ่นพี่หนุ่มกระตุกไปชั่วขณะ "แล้วน้องคิน... มาทำอะไรอยู่ในรถกับประธานบริษัทธามสองต่อสองมืดๆ ล่ะครับเนี่ย?" คินรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วขยับตัวออกห่างจากร่างสูงของธามให้มากที่สุด แม้พื้นที่เบาะข้างคนขับจะจำกัดจำเขี่ยแค่ไหนก็ตาม ดวงตากลมโตตวัดมองพศินด้วยความระแวงแก I ปนหงุดหงิด "รุ่นพี่พศินมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" "พี่ผ่านมาเห็นรถคันนี้คุ้นๆ เลยแวะมาดูน่ะ เป็นห่วงกลัวน้องคินจะโดนใครแถวนี้หลอกเอา" พศินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ใครแถวนี้' พร้อมกับปรายตามองธามด้วยรอยยิ้มเชิงเยาะเย้ยเล็กน้อยตามประכולคนที่ไม่เคยลงรอยกันในแวดวงธุรกิจและสังคมมหาวิทยาลัย ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ ร่างสูงขยับกายพิงพนักเบาะอย่างสบายอารมณ์ แต่แววตากลับคมปลาบดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ ปากหยักสวยเหยียดยิ้มเหยียดหยันออกมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังอำนาจ "หลอกเหรอครับ? คุณพศินคงเข้าใจอะไรผิดไปไกลโขแล้วล่ะมั้ง..." ธามลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปคว้าเอวบางของคินมาโอบแนบชิดเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ จนคนถูกดึงหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ "คนแถวนี้เขาไม่ได้มาหลอกหรอกครับ... เขาเรียกว่า 'กำลังแสดงความเป็นเจ้าของ' ต่างหาก คุณพศินไม่ได้ยินสำนวนไทยเหรอคะว่า 'ถิ่นใคร คนนั้นย่อมรู้ดี' " คินตาโต หันขวับไปมองหน้าธามทันทีด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอายที่ถูกหยิบยกเอาเรื่องแบบนี้มาพูดต่อหน้าคู่แข่งหัวชนฝาอย่างพศิน มือเรียวเล็กยื่นไปหยิกเข้าที่ต้นแขนแกร่งของคนปากเสียทันทีเพื่อเป็นการลงโทษ แต่ธามกลับทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นน้อย and ส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับมาโดยไม่สะิเทือนแม้แต่น้อย พศินหุบยิ้มฉับทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อเห็นความสนิทสนมเกินเลยที่ธามจงใจแสดงออกต่อหน้า "ผมว่าธามกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่ น้องคินเขายังเรียนอยู่ แถมยังเป็นเด็กในปกครองที่ผมก็ตามจีบอยู่อย่างเปิดเผย การมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ในที่ลับตาคน มันดูไม่ค่อยให้เกียรติกันเท่าไหร่เลยนะครับ" "ให้เกียรติ?" ธามทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมจ้องมองพศินราวกับมองมดปลวกตัวจิ๋ว "การที่ผมจะแตะต้อง 'คนของผม' จำเป็นต้องขออนุญาตจากคนนอกอย่างคุณด้วยงั้นเหรอคะคุณพศิน? อ้อ... เกือบลืมไป ว่าคนแถวนี้เขาชอบมาทำตัวเป็นสุนัขหวงก้าง คอยตามเห่าตามหอนไล่กัดคนอื่นไปทั่วโดยไม่ดูสารรูปตัวเองเลยว่า เขากล้าเปิดตัวหรือเปล่า" "ธาม!" พศินกำ1หมัดแน่นด้วยความโกรธ กรอดฟันกร้าว "ปากดีแบบนี้ ระวังวันหนึ่งจะไม่มีใครเอา" "หึ ต่อให้คนทั้งโลกไม่เอาผม แต่คินก็ 'เอา' ผมคนเดียวนี่แหละ... จริงไหมครับเด็กดี?" ธามหันมาเลิกคิ้วถามคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธปนความเขินอายจนแทบจะระเบิดตัวตายอยู่รอมร่อ คินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อยากจะด่ากราดคนข้างๆ ให้สำนึกบุญคุณเสียบ้างที่อุตส่าห์ช่วยไล่ตะردพศินให้ แต่คำพูดแต่ละคำที่ธามพ่นออกมามันช่างน่าทุบให้หลังหักเสียเหลือเกิน! แต่เมื่อเห็นสีหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธของพศินที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างรถ คินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจเล่นตามน้ำเพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากทั้งหมดในคืนนี้ "ใช่ครับ... พี่พศินเลิกตามผมสักทีเถอะครับ รำคาญ" คินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาใส่รุ่นพี่หนุ่มอย่างไม่ไว้หน้า "แล้วก็... กรุณาเลิกมายุ่งกับชีวิตผมด้วย เพราะผมกับพี่ธาม... เรามีเรื่องที่ต้องเคลียร์กัน 'ยาวๆ' ทั้งคืนอยู่แล้ว" คำว่า 'ยาวๆ ทั้งคืน' ของคินทำเอาธามชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะระบายกว้างขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างปิดไม่มิด แววตาที่มองคินฉายประกายความเร่าร้อนระลอกใหม่ขึ้นมาอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด พศินกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ มองหน้าธามสลับกับคินด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลออกไป เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบ เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ธามก็หันกลับมามองคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกทำแก้มป่องอยู่ข้างๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "เก่งมากเด็กดี... พูดจาเข้าหูพี่แบบนี้ เดี๋ยวมีรางวัลให้นะคะ" "รางวัลบ้าบออะไรของคุณ!" คินหันไปแหวใส่ทันที "ใครอนุญาตให้คุณไปพูดจาแบบนั้นกับรุ่นพี่พศินฮะ? รู้ไหมว่าเขาเอาไปนินทาในคณะฉันเสียหายหมดพอดี!" "เสียหายตรงไหนคะ? พี่พูดความจริงทุกประการ หรือหนูจะปฏิเสธว่าเมื่อกี้ในรถเราไม่ได้ทำอะไรกัน?" ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวทำให้สมองของคินเริ่มรวนเรอีกครั้ง "ธาม ถอยไปเลยนะ!" คินยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้ ธามรวบข้อมือทั้งสองข้างของคินรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นให้สบตา ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความสลัวของลานจอดรถ เคมีที่พุ่งพล่านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เหตุผล ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะชิดติดกัน "เรื่องของไอ้พศินเคลียร์ไปแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "ทีนี้... มาเคลียร์เรื่อง 'ค้างคา' ของเราสองคนต่อดีกว่านะคะคนดี" ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของธามกำลังจะประทับลงมาบนกลีบปากนุ่มอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อของธามก็แผדเสียงดังแหลมขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ! ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหัวเสียอย่างที่สุด สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ แต่ก่อนที่เขาจะกดตัดสายและโยนมันทิ้ง สายตาคมกริบก็เหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เสียก่อน รอยยิ้มพึงพอใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา สีหน้าของธามเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที คินสังเกตเห็นความผิดปกติวิสัยนั้นจึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ใครโทรมา... หน้าตาถึงได้เครียดขนาดนั้น?" คินเอ่ยถามเสียงเบา ธามเงยหน้าขึ้นสบตากับคิน ดวงตาคมกริบฉายแววระแวงระวังผสมกับความเย็นชาที่คินไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนากดรับสายแล้วกรอกเสียงนิ่งเรียบทว่าเฉียบขาดลงไปทันที "ว่าไง... แกเจอตัวมันแล้วเหรอ?" ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%