หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคินสว่างวาบ ท่ามกลางความเงียบงดงามของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด เสียงปลายสายที่ตอกย้ำคำถามเดิมซ้ำๆ จากบทสนทนาก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*“ว่าไง… แกเจอตัวมันแล้วเหรอ?”*
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายขณะพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาหนังราคาแพงอย่างไร้ความใยดี เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนระยิบระยับดั่งเพชรเม็ดโต ทว่าความหรูหราเบื้องล่างกลับเทียบไม่ได้เลยกับความระอุที่กำลังคุกรุ่นอยู่เบื้องหลัง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังที่คุ้นจมูกจนน่าหงุดหงิด ธามในชุดสูทสีเข้มที่คลายปมเนกไทออกลวกๆ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อรำไร ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังเขาอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
"คุยกับใคร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ แต่แฝงกระแสความหึงหวงที่เจ้าตัวมักจะปฏิเสธหัวชนฝาเสมอ
คินไม่แม้แต่จะชายตามองเงาของอีกฝ่ายในกระจก เขายกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี "เรื่องส่วนตัวค่ะ คุณธาม... หรือว่าช่วงนี้งานในบริษัทมันว่างมาก จนต้องมานั่งบริหารเสน่ห์ใส่ชีวิตคนอื่นด้วย?"
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งไม่เกรงกลัวใครของเด็กหนุ่มตรงหน้า มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ แรงดึงที่ฉับพลันทำให้แผ่นหลังของคินแนบชิดกับอกแกร่งราวกับแผ่นไม้กระดานที่ถูกประกบเข้าหากัน
"ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมาดัดนิสัยให้เข็ดนัก" ธามกระซิบชิดใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่จนคินสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที
"ปล่อยนะเว้ย! บอกให้ปล่อยไง!" คินดิ้นขลุกขลัก พยายามศอกกลับแต่ทว่าถูกรวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ความแข็งแกร่งของทายาทนักธุรกิจหนุ่มไม่ใช่สิ่งที่คนตัวเล็กกว่าจะต่อกรได้เลยในยามที่อีกฝ่ายตั้งใจจะเอาชนะ
"ถ้าไม่ปล่อยแล้วจะทำไม หึ?" ธามกดเสียงต่ำลง ทว่าแววตาคมกริบกลับไหวระริกด้วยประกายความปรารถนาที่ยากจะปิด The chemistry between them was electric, crackling with a volatile tension that hung heavy in the air.
ในจังหวะที่คินกำลังจะตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเตือนของลิฟต์ส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ประตูโลหะสีเงาวับเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินโล่งกว้าง ธามไม่รอช้า เขากึ่งลากกึ่งจูงร่างดื้อรั้นให้ก้าวตามเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทันที
ประตูลิฟต์ปิดสนิทลง ตัดขาดโลกภายนอกเหลือเพียงเข a และธาม สองคนในพื้นที่จำกัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกายและอารมณ์ที่พุ่งทะยานเกินขีดจำกัด
คินถูกดันจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเข้ามาประชิด ล้อมกรอบเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ปิดตายทุกทางหนี ดวงตาคมก้าวร้าวแต่ทว่าลึกล้ำไปด้วยความโหยหาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียง
"คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง ธาม! นี่มันลิฟต์นะ ถ้ามีใครมาเห็นเข้า..."
"ไม่มีใครเห็นหรอก..." ธามตัดบท เสียงพร่าต่ำและแหบพร่า ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุดหย่อน "และต่อให้มี... ฉันก็ไม่สนใจเหมือนกัน"
คินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับประกายไฟในดวงตาของอีกฝ่าย มันไม่ใช่แค่ความโมโห แต่มันคือความคลั่ง
ความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม ความหวงแหนที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ธามโน้มใบหน้าลงมาอย่างช้าๆ จังหวะเวลาราวกับถูกยืดออกให้ยาวนานขึ้น หัวใจของคินเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่ละลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากให้เขาไม่คิดจะถอยหนี
ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น คินเผยริมฝีปากออกเล็กน้อยราวกับจะเอ่ยเตือนสติ ทว่าจังหวะนั้นเอง... ลิฟต์เกิดกระตุกกะทันหันเพราะระบบลดความเร็วก่อนถึงชั้นเป้าหมาย แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ร่างของธามเซถลาเข้าประชิดตัวคินอย่างแรง จนริมฝีปากของทั้งคู่บดเข้าหากันโดยไม่ได้ตั้งใจ!
สัมผัสอุ่นร้อน นุ่มหยุ่น และกลิ่นอายความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย สมองของคินขาวโพลนไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ธามเองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน รสชาติหวานล้ำที่ไม่ได้ตั้งใจแตะต้องทำให้สติที่ควบคุมไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
แทนที่จะผละออก ธามกลับใช้โอกาสนั้น มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กบังคับให้อับอายและรับสัมผัสที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น ริมฝีปากหยักกดแนบแน่น บดคลึงเคล้นความนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นให้ออกมาโลดแล่น คินพยายามจะทุบไหล่ประท้วง แต่เรียวแรงกลับระเหิดหายไปหมดสิ้นเมื่อปลายลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้ามา กวาดต้อนความหวานล้ำจนเข่าแทบทรุด
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ห้วงเวลาคล้ายหยุดหมุน ก่อนที่ลิฟต์จะส่งเสียง "ติ๊ง!" เบาๆ พร้อมกับประตูโลหะที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกรับแสงสว่างจากด้านนอก
ธามผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มแดงก่ำของคินที่หอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและอารมณ์ที่ยังค้างคา ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำตวัดมองคนฉวยโอกาสด้วยความเคืองขุ่นปนเขินอาย
"นาย..." คินเม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อ เอ่ยเสียงสั่นด้วยความโมโห
ทว่าก่อนที่คินจะได้เอ่ยคำด่าทอใดยาวไปกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าประตูลิฟต์ พร้อมกับเสียงทักทายที่ทำให้ทั้งธามและคินต้องหน้าถอดสี
"อ้าວ... ธาม อยู่นี่เองเหรอ? ฉันกำลังตามหาแกอยู่พอดี... แล้วนี่..."
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างกันเสมอนะคะ
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 11
รอยจูบที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!