กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าที่ลอยวนอยู่รอบกายหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเพลิงช่างบาดตาบาดใจเสียจนคินเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีฟูขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธมาตลอดพุ่งพล่านขึ้นมาราวกับน้ำเดือดพล่านในกา
"อ้าว... ธาม อยู่นี่เองเหรอ? ฉันกำลังตามหาแกอยู่พอดี... แล้วนี่..."
เสียงหวานหยดย้อยของ ‘มินra’ อดีตคู่ควงที่เคยมีข่าวหน้าสังคมร่วมกันเมื่อปีก่อนดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงกึ่งทางการ มือเรียวยาวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเอื้อมไปแตะท่อนแขนภายใต้สูทเนื้อดีของธามอย่างสนิทสนมเกินกว่าคำว่าคนเคยรู้จัก
ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองมือที่เกาะแขนตัวเองก่อนจะปรายตามองคินที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว แววตาของทายาทนักธุรกิจหนุ่มไหววับชั่วเสี้ยววินาที คล้ายกำลังประเมินสถานการณ์และพยายามค้นหาความรู้สึกบางอย่างจากใบหน้าเรียบตึงของนักศึกษาหนุ่มรุ่นน้อง
"มีธุระอะไรหรือเปล่ามิน?" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยด้วยความเรียบเฉย แฝงความเย็นชาที่คนฟังอย่างธามเองก็รู้ว่าตั้งใจใช้มันเพื่อตีตัวออกห่าง แต่สำหรับคินที่กำลังยืนสุมไฟอยู่ในอก... น้ำเสียงนั้นช่างฟังดูคล้ายการทอดสะพานและไว้ไมตรีเสียเหลือเกินในสายตาของเด็กหัวรั้น
"แหม... ถามแปลกจัง ก็เราไม่ได้เจอกันนานนี่คะ ตั้งแต่เรื่องวันนั้น... มินคิดถึงธามจะตาย" หญิงสาวแกล้งทำเสียงออดอ้อน จงใจเบียดกายเข้าหาร่างสูงใหญ่จนไหล่แทบจะแนบชิด สายตาเย้ายวนกวาดมองไปที่ธามด้วยความมั่นอกมั่นใจในเสน่ห์ของตนเอง โดยหลงลืมไปสนิทว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
คินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม
นักศึกษาหนุ่มก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววท้าทายและกวนประสาทอยู่เสมอกลับมืดสนิทลงจนน่ากลัว ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันให้กับภาพตรงหน้า ภาพของเพลย์บอยหนุ่มกับอดีตคนเคยรู้ใจที่กำลังยืนเคียงคู่กันราวกับกิ่งทองใบหยก... ช่างเป็นภาพที่บาดตาและน่ารังเกียจสิ้นดีในความรู้สึกของคิน
"อ๋อ... ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะเวลาอันแสนหวานของพวกคุณสินะครับ" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราovใบมีดที่เคลือบยาพิษ "ถ้าอย่างนั้นก็เชิญตามสบายเถอะครับ ผมคงไม่รบกวนเวลา ‘คิดถึง’ ของคุณสองคนแล้วล่ะ"
พูดจบ คินก็หมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้เยื่อใย ร่างเพรียวบางก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคงแต่รวดเร็วเพื่อหนีให้พ้นจากบรรยากาศชวนคลื่นไส้นี่ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอกทำให้คินต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รั้นจะเอ่อล้นออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง... *ให้ตายสิ คิน นายมันบ้าไปแล้ว นายกำลังหึงไอ้คนปากจัดนั่นงั้นเหรอ? บ้าที่สุด!*
"เดี๋ยวสิ คิน!"
เสียงทุ้มทรงอำนาจตะโกนไล่หลังมาพร้อมกับแรงกระชากที่ข้อศอกเรียว ร่างของคินถูกดึงให้หันกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนที่วิ่งตามมาทันที ความอบอุ่นจากร่างกายที่คุ้นเคยตีรวนขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของธามที่ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
"ปล่อยนะ!" คินสะบัดแขนหนีสุดแรง พร้อมกับตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่คนตัวโตกว่า "อย่ามาแตะต้องตัวผม ไปดูแลคุณมินของนายโน่นเถอะ มายุ่งกับผมทำไม!"
"อย่ามางี่เง่าได้ไหมคิน" ธามขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กัน "ฉันไม่ได้อะไรกับมินสักหน่อย ยัยนั่นเข้ามาเอง ฉันกำลังจะผละออกมาอยู่แล้ว นายไม่ได้ตาบอด ทำไมจะไม่เห็น"
"แล้วทำไมผมต้องสนใจด้วยล่ะ!" คินสวนกลับทันควัน เสียงหวานตวาดใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยความอัดอั้นตันใจ "นายจะไปกอดไปจูบกับใคร มันก็เรื่องของนาย ชีวิตนาย หัวใจนาย ไม่เกี่ยวกับผมสักนิด! อยากจะกลับไปกินของเก่าก็เชิญตามสบายเลยครับคุณธาม!"
คำพูดประชดประชันที่พ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มทำให้ธามชะงักไป ดวงตาคมกريบหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความโกรธระคนเอ็นดูปะปนกันอยู่ในแววตานั้น ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลื้อย ความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเงียบเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความได้ใจในทันทีเมื่อเห็นอาการฟาดงวงฟาดงาของคนตรงหน้า
"หึงเหรอ?" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูจนคินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง "พูดออกมาสิว่าหึง... ถ้าพูดว่าหึง ฉันจะไล่ยัยนั่นกลับบ้านแล้วอยู่กับนายคนเดียวทั้งคืนเลยดีไหม?"
"ใครหึงนาย! หลงตัวเองชะมัด!" คินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอาย รีบยกมือขึ้นผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแต่ทว่าธามกลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้เด็กหัวรั้นขยับหนีไปไหนได้อีก
เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นท่ามกลางมุมลับสายตาของงานเลี้ยง ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกันทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกจุดไฟเผา ธามจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาเร่าร้อนที่ปิดไม่มิด ความต้องการที่จะบดขยี้ความปากแข็งของคนในอ้อมกอดกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น
คินหยุดชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาดุที่ฉายแววปรารถนาอย่างเปิดเผย ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้สติของนักศึกษาหนุ่มหลุดลอย ธามกำลังจะก้มลงมาปิดปากที่เอาแต่เถียงเขาด้วยริมฝีปากของตัวเองอยู่แล้วเชียว...
ทว่า...
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ พอดีฉันทำกระเป๋าตกไว้แถวนี้... เอ๊ะ? ธามคะ? มาทำอะไรตรงนี้กับน้องคนนี้เหรอคะเนี่ย?"
เสียงหวานแหลมของมินที่เดินตามหาคนทั้งคู่ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาประชิดมุมเสาใกล้กับจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี
คินสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกธามออกเต็มแรงด้วยความตกใจและกระดากอาย ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิมในขณะที่ธามสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ
ดวงตาคมกริบของธามตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นเยียบที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก่อนที่ธามจะได้เอ่ยปากไล่หญิงสาวให้ออกไปให้พ้นทาง สายตาของคินก็เหลือบไปเห็นเงาของใครอีกคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของมิน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งตรงมายังพวกเขา
และเมื่อคนๆ นั้นเอ่ยปากทักขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย... โลกทั้งใบของธามและคินก็แทบจะหยุดหมุนในทันที
"บังเอิญจังนะครับ... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคู่หมั้นตัวจริงของผมที่นี่ด้วย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาตลอดนะคะ รักนะคะ!
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 12
ความหึงที่พุ่งพล่าน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!