ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 13

ทฤษฎีคนโบ้

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
รอยยิ้มมุมปากของไอ้หน้าหล่อลูกชายเจ้าของโรงแรมหรูระดับห้าดาวไม่ได้ทำให้คินรู้สึกอยากอาหารเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้มื้อค่ำราคาแพงลิบลิ่วนี้กร่อยลงถนัดตา ประโยคทักทายเมื่อครู่ที่ประกาศกร้าวออกมาราวกับจงใจขว้างระเบิดลงกลางวงยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน “บังเอิญจังนะครับ... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคู่หมั้นตัวจริงของผมที่นี่ด้วย” เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของ ‘กรณ์’ ดังซ้ำขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปรดในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอาหารวีไอพีริมกระจกใส รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ถูกส่งมาให้คินทำเอาเจ้าตัวอยากจะควักช้อนส้อมขึ้นมาจ้วงลูกตาอีกฝ่ายเสียจริง ๆ ให้ตายเถอะ นี่มันเวรี่แบล็กคอมเมดี้ชัด ๆ อุตส่าห์หนีหน้ามาดินเนอร์เงียบ ๆ เพื่อพักสมองจากโปรเจกต์จบ แต่ดันแจ็คพอตแตกเจอคู่หมั้นจอมปลอมที่ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนตามตื๊อไม่เลิกเสียได้ “บังเอิญเหรอครับ?” คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองอีกฝ่ายด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด “ผมว่ากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้กว้างขนาดที่คนเราจะเดินชนกันได้บ่อย ๆ โดยบังเอิญหรอกนะ โดยเฉพาะกับคนที่มีเรดาร์คอยตามสืบความเคลื่อนไหวของคนอื่นแบบคุณเนี่ย” “แรงจังนะคิน... ผมเสียใจนะเนี่ย”กรณ์ทำหน้าทำตาล้อเลียน แต่สายตาแพรวพราวกลับกวาดมองไปทั่วใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงอย่างนึกสนุก “ก็แค่คุณพ่อของคุณบ่นว่าช่วงนี้ลูกชายตัวดีหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ยอมรับโทรศัพท์ท่าน ท่านก็เลย...” “ก็เลยส่งเรดาร์มาตามจิกผมว่างั้น?” คินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดชัดเจน “บอกท่านไปเลยนะครับว่าผมยังไม่ตาย และยังไม่มีอารมณ์จะไปดูชุดแต่งงานหรือลองแหวนอะไรทั้งนั้น เลิกวุ่นวายกับผมสักทีเถอะครับคุณกรณ์” บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคุกรุ่นขึ้นมาทันทีในพริบตาเดียว ทว่าท่ามกลางความอึดอัดที่แผ่ขยายออกไปนั้น กลับมีสายตาคู่หนึ่งที่คมกริบราวน้ำแข็งขั้วโลกกำลังจ้องเขม็งมาที่ผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะติดลบ ธามวางแก้วไวน์ในมือลงกระทบกับโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘เคร้ง’ ชัดเจน จงใจตัดบทสนทนาไร้สาระระหว่างคู่หมั้นกำมะลอคู่นี้ ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางหยิ่งผยองและเย่อหยิ่งถูกงัดออกมาใช้จนเต็มพิกัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงดุจพายุฝนตั้งเค้า ดวงตาคมกริบกวาดมองกรณ์หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่คิดจะปิดบัง “หมดธุระแล้วก็เชิญไสหัวไปโต๊ะอื่นซะ” ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนคนฟังต้องชะงัก “ตาไม่ถอนหรือไง ถึงไม่เห็นว่าบนโต๊ะนี้เขามีเจ้าของเขานั่งกินข้าวกันอยู่สองคน หรือที่บ้านไม่ได้อบรมมาว่ามารยาทพื้นฐานของการเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญคืออะไร?” โอ้โห... ปากคอเราะรายสมคำร่ำลือจริง ๆ คินแอบเหลือบตาขึ้นมองคนข้างกายด้วยความทึ่งแกมหมั่นไส้เบา ๆ ปกติก็ปากจัดใส่เขาคนเดียว แต่วันนี้พอเจอคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่างกรณ์เข้าไป ธามดันสวมวิญญาณหมาบ้าหวงก้างแบบจัดเต็มชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนเลยทีเดียว กรณ์หุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวไปชั่วขณะเมื่อเจอวาจาเชือดเฉือนที่แทงเข้ามาราวกับใช้มีดกรีด ดวงตาคมของนักธุรกิจหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันหันขวับมาจ้องหน้าธามทันที “อ้าว... นี่คุณคือคนที่คินควงอยู่ช่วงนี้สินะครับ? ถ้าจำไม่ผิด คุณคือธาม ทายาทตระกูล... อ๋อ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังเป็นข่าวหน้าหนึ่งนี่เอง” กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ข่าวหน้าหนึ่ง’ ด้วยรอยยิ้มเยาะ “แต่แปลกนะครับ คนระดับคุณไม่น่าจะลดตัวมาคบกับเด็กกะโปโลที่ผู้ใหญ่เขาตบแต่งหมั้นหมายไว้แล้วนี่นา หรือว่ารสนิยมชอบของเหลือเดนจากคนอื่นมันตื่นเต้นเร้าใจกว่ากันแน่ล่ะครับ?” กึก! ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วโต๊ะอาหาร คินสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับไปมองหน้าธามด้วยความตกใจ กลัวว่าอีกฝ่ายจะฟิวส์ขาดแล้วลุกขึ้นมาซัดหน้ากรณ์คาภัตตาคารหรูแห่งนี้ ทว่า... ธามไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ลุกขึ้นชกหน้าตามคาด ร่างสูงใหญ่เพียงแค่เหยียดยิ้มหยันออกมาที่มุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสระดับร้อยล้าน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยยามมองกรณ์ ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนรองเท้าแบรนด์เนมราคาแพง “ของเหลือเดนเหรอ?” ธามทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก ทว่าแววตากลับดุดันราวจิตวิญญาณนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ “พูดออกมาได้เต็มปากดีนี่... แต่ก็นะ คนที่ได้แต่มุดหัวอยู่หลังอำนาจผู้ใหญ่ คอยวิ่งตามตื๊อคนที่เขาเกลียดขี้หน้าจนตัวสั่น มันก็คงไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของการเป็น ‘ตัวจริง’ ที่เขาเลือกเองเนี่ย มันรู้สึกยังไง” ธามเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่กรณ์ยืนอยู่ รัศมีกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนกรณ์ต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ส่วนคิน... จะเป็นของใคร หรือใครจะจองไว้ตั้งแต่ชาติปางไหน ฉันไม่สนหรอกนะ” ธามพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบ แต่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองคินที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาร้อนแรงที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ “เพราะตอนนี้... บนตัวเขามีรอยมือของฉันประทับอยู่ทุกตารางนิ้ว นายคิดว่าคนอย่างฉัน จะยอมให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบเอาของ ๆ ตัวเองไปหน้าตาเฉยงั้นเหรอ?” ให้ตายเถอะ! ไ้าบ้าธาม! พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย! คินรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดพุ่งขึ้นมากองรวมกันที่ใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด ไม่เพียงแต่จะเขินจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คำพูดจาเผด็จการและแสดงความเป็นเจ้าของแบบหน้าด้าน ๆ นั่นมันทำให้เขาอยากจะเอาหัวโขกขอบโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! นี่มันจงใจประจานให้คนทั้งร้านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะ! กรณ์หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเจอไม้นี้เข้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและเสียหน้า “คุณ! พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะ ธาม! คินเป็นคู่หมั้นผมตามกฎหมาย!” “กฎหมายบ้านไหนไม่ทราบ ถ้าเจ้าตัวเขาไม่เซ็นยอมรับ ป่านนี้ป่านนี้ป่านนี้ป่านนี้... ป่านนี้คงได้ไปนอนกอดใบหย่าก่อนแต่งแล้วมั้ง” ธามสวนกลับทันควันอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะตบโต๊ะเบา ๆ สองที “ถ้ายังไม่อยากหมดสนุก กรุณาไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกบอดี้การ์ดมาโยนคุณออกไปให้พ้นหูพ้นตา” ท่าทีเด็ดขาดและแววตาเอาจริงเอาจังของธามทำให้กรณ์ไม่กล้าต่อความยาวสาวความยืดต่อ กรณ์กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาคมเข้มตวัดมองคินเป็นเชิงตัดพ้อและคาดโทษ ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดเดินหนีหายลับไปจากโซนวีไอพีท่ามกลางสายตาของพนักงานเสิร์ฟที่แอบมองกันตาแป๋ว เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง คินก็ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวเหยียดก่อนจะตวัดสายตาค้อนขวับไปหาต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ยังคงยืนกอดอกตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คุณนี่มัน... บ้าชัด ๆ!” คินเอ็ดเสียงเขียว ใบหน้าหวานยังคงแดงก่ำด้วยความเคืองเจือความเขินอายที่ระเหิดออกไม่หมด “ใครไปเป็นของ ๆ คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ หะ! พูดจาพล่อย ๆ แบบนั้นไม่อายปากบ้างหรือไงเล่า!” ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งลงที่เดิม ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน “อ้าว... พูดความจริงทำไมต้องอาย หรือเมื่อคืนก่อนที่ผมจะ... เอ่อ พาคุณกลับห้อง คุณลืมไปแล้วรึไงว่าใครเป็นคนร้องครางเรียกชื่อผมลั่นห้องกันแน่?” “ไอ้คนทุเรศ! หยุดพูดเลยนะ!” คินแยกเขี้ยวใส่ คว้าผ้ากันเปื้อนบนตักปาใส่หน้าคนปากเสียทันทีด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินจัดจนแทบจะระเบิด ธามรับผ้ากันเปื้อนที่ถูกปาใส่หน้าไว้ได้อย่างทันท่วงที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีหยิ่งผยองเสมอ “หึงก็บอกว่าหึงสิครับ... ทำเป็นปากแข็งไปได้” ธามเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นจนน่าใจหาย “เห็นหน้าหงิกหน้าหงอเวลาไอ้บ้านั่นเข้ามาทัก ตั้งแต่หัวค่ำแล้วนะคุณคิน” “ใครหึงคุณ! หลงตัวเองชะมัด!” คินเชิดหน้าหนี ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นที่ดูเหมือนจะอ่านความคิดเขาได้ทะลุปรุโปร่ง “ผมแค่รำคาญคู่หมั้นตัวเองต่างหากเล่า!” “ปากแข็งแบบนี้... สงสัยคืนนี้ต้องหาทางพิสูจน์ความจริงกันหน่อยแล้วล่ะมั้ง ว่าตกลงคุณปากแข็งหรือใจแข็งมากกว่ากันแน่” ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น รอยยิ้มพราวเสน่ห์ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันแค่คืบ คินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันทำให้อากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยRยิ้มที่กำลังจะหลุดออกมา ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าทางเข้าภัตตาคาร “คุณธามครับ! อยู่นี่เองเหรอครับ! แย่แล้วครับ!” เสียงหอบแฮกของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำเอาทั้งธามและคินต้องสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ “มีอะไร โวยวายเสียงดังอยู่ได้?” เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สีหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาตื่นตระหนกมองหน้าธามสลับกับคินด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงในพริบตา “คุณผู้หญิง... คุณแม่ของคุณธาม... บุกมาที่นี่พร้อมกับตำรวจและนักข่าวสายบันเทิงแล้วครับท่าน! ตอนนี้กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะนี้เลยครับ!” ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%