แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิทัลสาดวาบเข้ามาในระยะประชิด ราวกับรังสีเอกซ์ที่ทะลวงผ่านทุกความลับจนหมดสิ้น กลิ่นอายของความวุ่นวายตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องอาหารหรูของโรงแรมใจกลางเมือง เสียงซุบซิบคละเคล้ากับเสียงชัตเตอร์รัวเร็วดังระรัวราวกับห่าฝน และตรงกลางของพายุลูกนั้นคือร่างระหงสง่างามของคุณหญิงมารศรี มารดาผู้ทรงอิทธิพลของธาม ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบราดน้ำแข็ง
คินขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาคมกริบกวาดมองกลุ่มนักข่าวสายบันเทิงที่ล้อมรอบโต๊ะอาหารของเราไว้เป็นวงกลมโดยไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวปัดเศษผ้ากันเปื้อนออกเบาๆ ก่อนจะปรายตามองคุณหญิงผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน
“ดูท่าทางคุณแม่จะลงทุนลงแรงกับทริปดูงานของพวกเรามากเกินความจำเป็นไปหน่อยนะคะ ถึงขั้นหามกองทัพนักข่าวมาต้อนรับกันถึงต่างจังหวัดแบบนี้” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก
“ปากดีนักนะเด็กคนนี้” คุณหญิงมารศรีเชิดหน้าขึ้นสูง ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากบุตรชายกวาดมองคินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม “คิดว่าจะเกาะลูกชายฉันบินสูงได้ถึงไหนกัน หน้าด้านตามมาถึงนี่แถมยังสร้างข่าวฉาวรายวัน คิดเหรอว่าตระกูลเราจะยอมรับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอเข้ามาเป็นเสี้ยนหนามในครอบครัว”
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าคินไว้ทันที ป้องกันร่างบางให้อยู่ในอาณัติการปกป้องอย่างสัญชาตญาณ ดวงตาคมดุของประธานหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
“หยุดพูดจาดูถูกคนอื่นสักทีครับคุณแม่!” ธามตวาดลั่น เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาเหล่านักข่าวถึงกับชะงักและกลั้นหายใจ “นี่มันเรื่องส่วนตัวของผม และผมบอกแม่ชัดเจนแล้วว่าผมเลือกทางเดินของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบงการชีวิตอีก!”
“แกกล้าขึ้นเสียงกับแม่เหรอธาม! เพราะมันใช่ไหม... เพราะเด็กนี่ที่ทำให้แกเปลี่ยนไปจนกลายเป็นคนอกตัญญู!” คุณหญิงมารศรีตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความเหลืออด ใบหน้าสวยเชิดรั้นเต็มไปด้วยโทสะ
“ถ้าการเลือกคนที่ผมรักมันแปลว่าอกตัญญู... งั้นผมก็คงต้องยอมรับผิดคำนั้นแล้วล่ะครับ” ธามสวนกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าจะยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของคินมากุมไว้แน่น ฝ่ามือที่อบอุ่นและชื้นเหงื่อเล็กน้อยนั้นบีบกระชับเพื่อส่งผ่านความมั่นใจ ทว่าในอกของคินกลับไหววูบอย่างประหลาดกับความเด็ดเดี่ยวที่อีกฝ่ายมอบให้
นักข่าวรัวชัตเตอร์ภาพวินาทีประวัติศาสตร์นั้นไม่ยั้ง เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ยิ่งกว่าผึ้งแตกรัง หัวข้อข่าวหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้คงไม่พ้นเรื่องทายาทหมื่นล้านประกาศกร้าวต้านอำนาจมารดาเพื่อเด็กหนุ่มนอกสังคม ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด คินกลับเป็นฝ่ายหัวנסเบาๆ ออกมา
“พอเถอะครับคุณธาม” คินดึงมือตัวเองออกจากการกุมชั่วครู่ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนเรียวปากสวย “ไม่อยากให้ทริปดูงานดีๆ ต้องกลายเป็นโรงละครสัตว์ราคาถูกที่มีพวกเราเป็นตัวตลกให้คนอื่นดูหรอกนะ... อีกอย่าง รถที่จองไว้สำหรับเดินทางไปดูงานที่ไซต์งานต่างจังหวัดกำลังรออยู่แล้วด้วย”
คำพูดของคินราดน้ำมันลงบนกองไฟของคุณหญิงมารศรีให้ลุกโชนขึ้นอีกรอบ “เธอยังหน้าด้านจะไปต่ออีกงั้นเหรอ! คิดจะหนีไปเสวยสุขกันสองต่อสองที่ต่างจังหวัดตามลำพองใจงั้นสิ!”
“ถ้าคุณแม่คิดว่ามันคือการหนี... จะมองแบบนั้นก็ได้ครับ” ธามตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงคว้ากระเป๋าเดินทางสองใบขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะหันมาสบตาคินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ไปกันเถอะคิน... ปล่อยให้คนที่นี่เขาเล่นละครกันตามลำพ่อมดแม่มดไปเถอะ”
ท่ามกลางเสียงแฟลชและเสียงเรียกชื่อจากนักข่าว ธามและคินก้าวฝ่าวงล้อมออกมาได้อย่างราบคาบโดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีกเลย รถยนต์ SUV คันหรูสีดำสนิทพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถของโรงแรมมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเหนือ ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ทว่าความอึดอัดระลอกใหม่กลับเข้ามาแทนที่ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบ
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงยางรถที่บดไปกับพื้นถนนลาดยาง ธามยังคงกัดกรามแน่น มือใหญ่กำพวงมาลัยรถเสียจนข้อต่อขาวโพลน แสดงถึงอารมณ์คุกรุ่นที่ยังไม่สงบลงได้ง่ายๆ คินเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“คุณขับรถมือเดียวแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้พาเราไปลงข้างทางก่อนจะถึงไร่กาแฟหรอกคุณธาม” คินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
ธามหันมามองคินแวบหนึ่งด้วยหางตา “เป็นห่วงฉันเหรอ?”
“เปล่า... แค่ไม่อยากตายก่อนจะไปทวงค่าจ้างทริปนี้ต่างหาก คุณยังติดค้างค่าส้มตำปูปลาร้าผมมื้อเมื่อวานอยู่นะ” คินตอบหน้าตาย ทำเอาธามหลุดหัวเราะในลำคอออกมาได้เล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย
“ปากดีจริงนะ... เธอนี่มันเหลือเชื่อชะมัด” ธามส่ายหัวเบาๆ แววตาดุเริ่มเจือรอยอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “เจอเรื่องใหญ่ขนาดนั้นแท้ๆ แต่เธอกลับทำเหมือนเป็นแค่เรื่องตลกหน้าศาล”
“แล้วจะให้ผมนั่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนนางเอกละครหลังข่าวที่คุณแม่คุณชอบดูหรือไงล่ะครับ?” คินหันไปเลิกคิ้วใส่ “โลกนี้น่ะมันโหดร้ายเกินกว่าจะมานั่งเสียเวลากับน้ำตาหรอกคุณธาม... การยิ้มสู้กับปัญหาแล้วตบหน้าคนพวกนั้นด้วยความสำเร็จ มันสะใจกว่ากันเยอะ”
ธามหันมามองคนข้างกายเต็มตา รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมทอประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ความกล้าหาญและความหัวรั้นของคินนี่แหละ ที่คอยดึงสติและเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตอันโดดเดี่ยวของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
การเดินทางกินเวลาหลายชั่วโมงจนกระทั่งวิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องกลายเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและไร่ชาเขียวขจี อากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติโอบล้อมเข้ามาทันทีที่กระจกรถถูกลดลงเล็กน้อย ปลายทางของทริปนี้คือรีสอร์ทกลางหุบเขาที่เป็นพาร์ทเนอร์รายใหญ่ของโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งถูกจองไว้เพื่อการตรวจงานอย่างเป็นทางการ ทว่าลึกๆ แล้ว ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ามันคือการหนีความวุ่นวายมาพักใจชั่วคราว
รถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าล็อบบี้รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ คินก้าวลงจากรถสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อช่วงเช้าพลอยจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น
“ห้องพักถูกจองไว้เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน... แต่ทว่า...” พนักงานต้อนรับหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพร้อมกับก้มดูแท็บเล็ตในมือด้วยสีหน้าลำบากใจ
ธามขมวดคิ้วมุ่น “มีปัญหาอะไร?”
“คือ... ระบบของรีสอร์ทเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคในช่วงเช้าครับ ห้องพักแบบห้องชุดวีไอพีที่ท่านจองไว้ถูกยกเลิกอัตโนมัติ และตอนนี้ห้องพักประเภทเดียวกันเต็มทุกห้องแล้ว เหลือแค่... เหลือแค่ห้องสุดท้ายประเภทซูพีเรียร์เตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ห้องเดียวเท่านั้นครับ” พนักงานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นรังสีความน่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างสูง
คินที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับสำลักอากาศทันที “เตียงเดี่ยว? ห้องเดียว? รีสอร์ทระดับห้าดาวระบบห่วยแตกขนาดนี้เชียวเหรอ?”
ธามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าในแววตากลับพาดผ่านด้วยประกายระยิบระยับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลื้อ
“ดี... งั้นผมรับห้องนั้นแหละ” ธามเอ่ยเสียงเรียบ
“เดี๋ยวสคุณธาม!” คินโพล่งขึ้นทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ “จะบ้าเหรอ! ให้ผมนอนเตียงเดียวกับคุณเนี่ยนะ ไม่มีทาง!”
ธามหันมามองหน้าคินช้าๆ ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ต้อนรับ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเย้ายวนเฉพาะตัวลอยแตะจมูกจนคินต้องกลั้นหายใจ
“ทำไมล่ะคิน... หรือว่าเธอรังเกียจที่จะนอนเตียงเดียวกับฉัน?” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ
คินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ทว่ากลับถูกมือหนารวบเอวบางไว้แน่นด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่ยอมแพ้ “ไม่ใช่เรื่องรังเกียจเว้ย! แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมต้องมานอนเบียดกันด้วย!”
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอใจแข็งพอที่จะไม่หวั่นไหว...” ธามกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอก
ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายที่คุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาทั้งสองคนต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“อ้าว! คุณธาม... ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะเนี่ย พอดีเลย ผมกับทีมงานเพิ่งมาถึงเมื่อกี้เหมือนกัน”
ธามหันขวับไปมองด้วยแววตาหงุดหงิดถึงขีดสุดเมื่อพบว่าผู้มาใหม่คือ **นนท์** คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่เคยมีประเด็นกับคินเมื่อตอนโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของนนท์ในขณะที่ดวงตาสีเข้มกำลังมองมาที่คินด้วยความหมายบางอย่าง
“และดูเหมือนว่า... ผมคงมาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะครับเนี่ย?” นนนท์เอ่ยกลั้วหัวเราะ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะต้อนรับมากขึ้นโดยไม่สนสายตาดุร้ายของธามเลยสักนิด
หัวใจของคินกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกมาจากร่างสูงของธามในวินาทีนั้น... ทริปดูงานที่ควรจะสงบสุข กำลังจะกลายเป็นสนามรบที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมเสียแล้ว!
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มความฟินและความแซ่บในทุกๆ ตอนด้วยกันนะคะ)*
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 14
วันหยุดที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!