ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 31

วินาทีที่หัวใจสั่ง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระแทกจากด้านนอกที่สะเทือนไปถึงโครงสร้างห้องพักใจกลางเมือง แผ่นไม้หนาหนักสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ของผู้มาเยือน แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นกว่าเสียงโวยวายของญาติผู้พี่ที่อยู่นอกห้อง กลับเป็นความเงียบงันที่โรยตัวคุกรุ่นอยู่ภายในพื้นที่แคบ ๆ แห่งนี้—ความเงียบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายของเหล็กกล้าและคมกระสุนที่ถูกปลดเซฟพร้อมเหนี่ยวไก คินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างสูงโปร่งของธาม นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจากบุคคลปริศนาที่เล็ดลอดเข้ามาทางระเบียงหลังห้องพุ่งตรงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่พอดี ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนสมองแทบประมวลผลไม่ทัน ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ไม่มีแม้แต่เวลาให้คิดหาเหตุผล ไม่มีเวลาให้ลังเล หรือแม้แต่จะเอ่ยคำถามโง่ ๆ ออกมา “ระวัง!” เสียงทุบประตูดังลั่นด้านหน้าถูกกลบด้วยเสียงคำรามต่ำในลำคอของธาม ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าใส่ร่างของคินด้วยความเร็วชนิดที่สัญชาตญาณความหวงแหนสั่งการเร็วกว่าความคิด แรงกระแทกจากการโถมเข้าใส่ทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุดจากวิถีวิถีกระสุนปืนที่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจายเสียงดังเพล้ง เศษแก้วใสคมกริบโปรยปรายลงราวกับหิมะสีนิลในค่ำคืนที่ไร้ดาว ปัง! เสียงคำรามของอาวุธปืนดังสนั่นก้องห้องแคบ ๆ กลิ่นดินปืนฉุนกึกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่น คินถูกกอดรัดด้วยวงแขนแข็งแกร่งที่โอบอุ้มร่างเขาไว้แนบแน่นจนแทบจมหายไปกับแผงอกกว้าง ธามใช้ร่างทั้งร่างของตัวเองเป็นโล่มนุษย์ปกป้องเขาจากเศษกระจกและอันตรายทั้งปวง ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นรดอยู่ข้างขมับ ขณะที่แผ่นหลังของร่างสูงแนบชิดติดกับพื้นห้อง เย็นเยียบแต่มั่นคงราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย “ธาม!” คินหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว มือเรียวรีบคว้าจับหัวไหล่หนาของอีกฝ่ายไว้แน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระกระสนหลุดออกมานอกอก “นาย... นายโดนยิงหรือเปล่า ตั้งสติไว้ก่อนนะ!” ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนความชื้นอุ่นร้อนที่เริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ด้านหลังของธาม กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยแตะจมูก ท่ามกลางความมืดสลัวและแสงไฟนีออนสลัวจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามา คินเห็นใบหน้าคมคายที่มักจะเชิดหยิ่งและพ่นคำพูดกวนประสาทใส่เขาอยู่เสมอ บัดนี้กลับขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหล่อเหลา ธามกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมดุที่มักพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้ฉายแววห่วงใยระคนดุดันอย่างปิดไม่มิด เขากวาดสายตาสำรวจร่างบางใต้ร่างด้วยความกระวนกระวาย ราวกับลืมความเจ็บปวดที่หัวไหล่ของตัวเองไปเสียสนิท “นาย... ปลอดภัยดีใช่ไหม” เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อธามจากด้านนอก แต่ในหูของธามเวลานี้กลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนใต้ร่าง “ฉันถามว่านายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไอ้เด็กดื้อ!” “ฉันไม่เป็นไร! แต่ แก ต่างหากเล่าที่โดนยิง!” คินตวาดกลับด้วยความโมโหปนสะท้อนใจ น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นรอยเลือดสีเข้มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ บนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของอีกฝ่าย “ไอ้คนบ้าเอ๊ย ใครสั่งให้เอาตัวมารับกระสุนแทนฉันเล่า! ถ้านายตายขึ้นมาฉันจะไปหยิบยืมเงินใครใช้หนี้ล่ะฮะ!” คำพูดประชดประชันที่แฝงไว้ด้วยความสะท้านไหวทำให้ธามเผลอยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ ทั้งที่บาดแผลกำลังแผดเผาความเจ็บปวด นิ้วเรียวหนายื่นขึ้นเกลี่ยแก้มนวลของคินอย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและสั่นเทานิด ๆ นั้นทำให้หัวใจของคนดื้อรั้นหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง “ปากดี... จนวินาทีสุดท้ายเลยนะ” ธามกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจเริ่มติดขัดเล็กน้อยเนื่องจากเสียเลือด “ถ้าฉันตาย... นายก็แค่ทำใจรักฉันให้มากหน่อยก็สิ้นเรื่อง...” “ธาม! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะเว้ย!” คินน้ำตาคลอเบ้าหนักกว่าเดิม มือบางพยายามจะดันตัวอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นเพื่อตรวจดูแผล แต่ธามกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเขาอย่างคนเอาแต่ใจที่ขอเวลาโกงความตายสักนาที ภายนอกห้อง เสียงพังประตูดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตกใจของญาติผู้พี่ที่เพิ่งพังกลอนประตูเข้ามาได้ “ธาม! คิน! เกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมสภาพห้องถึงเป็นแบบนี้... เฮ้ย! เลือดนี่มันอะไรกัน!” เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาสมทบวุ่นวาย แต่ในพื้นที่จำกัดตรงนี้ โลกทั้งใบของธามและคินราวกับถูกตัดขาดจากผู้คนภายนอก ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ความน่ากลัวอย่างเมื่อครู่ หากแต่เป็นความอบอุ่นปนเปื้อนความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ธามค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากซอกคอของคิน ดวงตาคมกราบกรานมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอยู่เพียงผู้เดียว นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาของคินออกอย่างอ่อนโยน ราวกับลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความตาย หรือแม้กระทั่งสายตาตกตะลึงของผู้มาใหม่ที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตู “ถ้าคราวนี้... ฉันรอดไปได้” ธามกระซิบชิดริมฝีปากของคนใต้ร่าง น้ำเสียงทุบหัวใจคนฟังให้หลอมละลายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม “นายต้องเลิกปากแข็งแล้วตอบคำถามที่ฉันเคยถามไปซะทีนะ... ว่าคิดยังไงกับฉันกันแน่” คินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกนับร้อยที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือนตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่อีกฝ่ายรอคอย—คำตอบที่อาจจะเปลี่ยนสถานะระหว่างพวกเขาไปตลอดกาล ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบไม่มีช่องว่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหญ่ก็กรูเข้ามาสมทบ พร้อมกับกระบอกปืนอีกหลายกระบอกที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังหน้าต่างที่แตกกระจาย และเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุดกึก “อยาขยับ! วางอาวุธลงแล้วหันหน้าเข้าฝาผนังซะ! ตำรวจหลวงมาตรวจค้นตามหมายศาล!” ธามชะงักค้าง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบุคคลในเครื่องแบบที่ก้าวเข้ามานำหน้ากลุ่มเจ้าหน้าที่ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนที่พวกเขาคิดไม่ถึงที่สุด—คนที่ยืนอยู่เบื้องหลังกระสุนนัดนี้มาโดยตลอด ขอบคุณทุกการติดตามและหัวใจดวงน้อย ๆ ที่คอยโอบกอดตัวละครเหล่านี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%