ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 32

การง้อที่ไร้ฟอร์ม

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่นก้องกังวานในโกดังร้าง ลดทอนความเงียบงันให้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ร่างในเครื่องแบบเต็มยศของผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบยาพิษ แววตาของ ‘พงศกร’ เต็มไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด ขณะที่ปลายกระบอกปืนในมือลูกน้องนับสิบต่างเล็งตรงมายังจุดกึ่งกลางของห้อง คินสูดหายใจเข้าลึก ร่างโปร่งขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทว่าข้อมือกลับถูกคว้าไว้ด้วยแรงที่คุ้นเคย ธามไม่ได้มองหน้าเขา ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬกำลังจดจ้องไปยังผู้มาใหม่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สันกรามหนานูนเด่นขึ้นจากการขบเข้าหากันแน่นจนน่ากลัว “เซอร์ไพรส์ไหมครับ คุณธาม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเยาะเย้ย พงศกรกวาดสายตามองสภาพมอมแมมของทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มด้วยความเวทนาจอมปลอม “ไม่คิดเลยใช่ไหมครับว่าเกมที่คุณพยายามเดิน... จะอยู่ในกำมือผมมาตั้งแต่ต้น” “แก…” ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในโกดังลดฮวบลง “สารเลว” “จะด่าผมยังไงก็ได้ครับ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะเดินออกจากที่นี่ในฐานะผู้ชนะ… ก็คือผม” พงศกรยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่ธามทันที “ลาขาดล่วงหน้าก็แล้วกันนะ ทายาทตระกูลดัง” จังหวะนั้นเอง คินที่ยืนเงียบมาตลอดกลับขยับตัววูบ พุ่งเข้ามาบังร่างสูงใหญ่ของธามไว้โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวความตาย “ถ้าอยากยิงเขา… มึงต้องยิงกูพ้นศพนี้ไปก่อน” เสียงใสเอ่ยกร้าว หัวรั้นจนวินาทีสุดท้าย ธามชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบจนเจ็บแปลบ เขารวบเอวบางเข้าหาตัวกระชากให้หลบพ้นวิถีปืนอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อพงศกรถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านจนมือสั่น เท้าแกร่งก้าวออกไปข้างหน้า ยืนหยัดบังร่างของคินไว้มิดชิด แม้ความตายจะจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม “อย่าโง่คิน…” ธามกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและดุดันกลับสั่นไหวอย่างหาได้ยากยิ่ง “ฉันยอมให้ใครพรากเธอไปจากฉันไม่ได้อีกแล้ว…” คินเบิกตากว้างเล็กน้อยยามได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากคนที่มักจะถือดีเสมอ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกระสุนปืน แต่เป็นเพราะน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหัวและความเจ็บปวดอย่างล้ำลึกที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น ธามผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ธามผู้เย่อหยิ่งและเหยียบ1โลกใบนี้ไว้ใต้ฝ่าเท้า… กำลังสั่นเทา “ถ้ามึงรักมันนัก ก็ตายตามกันไปซะเถอะ!” พงศกรคำรามลั่น นิ้วชี้กำลังจะเหนี่ยวไก *ปัง!* เสียงระเบิดกระสุนดังสนั่นทะลุโสตประสาท แต่ไม่ใช่เสียงจากปืนของพงศกร แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้กลุ่มของพงศกรชะงักงัน ทันใดนั้น ประตูเหล็กบานใหญ่ด้านหลังโกดังก็พังทลายลงพร้อมกับกำลังเสริมชุดใหญ่ในเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กรูเข้ามาล้อมจับอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ แผนการที่ถูกเตรียมการมาอย่างดีของพงศกรพังทลายลงในพริบตาเมื่อบุคคลลึกลับอีกคนก้าวออกมาจากเงาดำ พร้อมหลักฐานดิจิทัลบนแท็บเล็ตที่ฉายภาพความผิดทั้งหมดขึ้นกลางอากาศ สถานการณ์พลิกผันในชั่วลมหายใจเดียว พงศกรถูกกดตัวลงกับพื้นโดยเจ้าหน้าที่นับสิบ ความวุ่นวายและเสียงเอะอะโกลาหลกลายเป็นฉากหลังที่พร่าเลือนไปจากสายตาของคนทั้งคู่ ในความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความชุลมุน ธามปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ของตนทรุดฮวบลงตรงหน้าคิน เข่าทั้งสองข้างกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ อย่างไม่นึกเจ็บปวด คินสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวเข้าไปหาแต่ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ธาม… กำลังคุกเข่าต่อหน้าเขา มือหนาสั่นเทาระหว่างเอื้อมขึ้นกุมข้อมือเรียวเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงนิดเดียว ภาพตรงหนาจะสลายหายไปเป็นอากาศธาตุ ดวงตาคมกริบที่เคยพยศและแข็งกร้าว บัดนี้กลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มันคือภาพสะท้อนของความพ่ายแพ้ที่งดงามและเปราะบางที่สุดในชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล “ธาม…” คินเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว ความโกรธเคืองที่เคยสะสมมาเนิ่นนานละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหัวใจที่กระตุกวูบ “ฉันขอโทษ…” เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นระริก ธามเงยหน้าขึ้นสบตา ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งทั้งหมดพังทลายลงแทบเท้าของคนที่เขารักจนหมดสิ้น “ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง… ขอโทษที่ปากร้าย ขอโทษที่ผลักไสเธอออกไป ขอโทษที่ทำให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะความบ้าอำนาจของฉัน…” คินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุกระดูกโครงอก ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งตัดพ้อ ทั้งโล่งใจ และโหยหา “ลุกขึ้นเถอะธาม…” คินพยายามดึงแขนแกร่งให้ลุกขึ้น แต่คนตัวโตกลับยิ่งกุมมือเขาแน่นขึ้น ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวการถูกทอดทิ้ง “ไม่… ถ้าเธอยังไม่ยกโทษให้ฉัน ฉันจะไม่ลุกขึ้นเด็ดขาด” ธามเงยหน้ามองด้วยแววตาเว้าวอนที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น “ฉันยอมทุกอย่างแล้วคิน… ยอมแม้กระทั่งทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เพื่อขอโอกาสจากเธออีกสักครั้ง ขอร้องล่ะ… อย่าไปจากฉันเลยนะ” บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง คินมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความสำนึกผิดอย่างแท้จริง ปลายนิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยยามยกขึ้นเกลี่ยหยาดเหงื่อและฝุ่นควันบนแก้มสากของอีกฝ่ายแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้ธามหลับตาลงรับไออุ่นด้วยความโหยหา พร้อมกับกดริมฝีปากลงกับฝ่ามือของคินอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก เคมีที่เคยฟาดฟันกันอย่างดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ คินสูดหายใจเข้าลึกเตรียมจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดนี้ ทว่า… ในเสี้ยววินาทีที่คินกำลังจะแย้มยิ้มและเอ่ยคำว่า "ยกโทษให้" ออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังเสาปูน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องตรงมายังพวกเขาทั้งคู่ ร่างของบุคคลในเงามืดก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่ตำรวจ… และไม่ใช่คนของพงศกร “ซาบซึ้งกันเสียจริงนะ” น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่ท้ายทอยของธามอย่างแม่นยำ “แต่Unfortunately… ละครฉากนี้ มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ คุณธาม” ธามลืมตาโพรง แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันในเสี้ยววินาที เขากระชากร่างของคินให้หลบไปด้านหลังทันที พร้อมกับที่ร่างเงาดำปริศนาเหนี่ยวไกกระสุนนัดสุดท้ายพุ่งแหวกอากาศตรงมายัง… ขอบคุณสำหรับความติดตามที่มีให้กันเสมอ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%