ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 26

ทางใครทางมัน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่บด เบียดไปกับพื้นหินอ่อนราคาแพงในเพนท์เฮาส์หรู คือเสียงที่คมกริบที่สุดเท่าที่ธามเคยได้ยินมาในชีวิต มันไม่ใช่เสียงที่ดังจนน่าหนวกหู แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงผนังห้องหัวใจของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีเข้ม ธามไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังบางของคนที่กำลังยืนจัดการกับซิปกระเป๋าใบสุดท้ายด้วยความเงียบงัน ทว่ากรามหนากลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "เช็คดูให้ดีนะคะว่าลืมอะไรไว้ไหม... เผื่อว่ากลับมาหาทีหลัง จะได้ไม่ต้องอ้างว่าลืมของสำคัญไว้ให้ต้องรื้อหาอีก" เสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและการประชดประชันตามนิสัย พยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดความสั่นไหวเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในอก คินชะงักมือที่กำลังจับหูกระเป๋าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากัน รอยยิ้มที่มุมปากของนักศึกษาหนุ่มหัวรั้นไม่ได้มีความรู้สึกสนุกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของคนที่เหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อสู้ และพร้อมจะเดินออกจากสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ "คุณธามไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ของๆ ฉันมีค่าพอที่จะไม่ลืมทิ้งไว้ในที่ที่... ไม่เห็นคุณค่าของมันตั้งแต่แรก" คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกทุกพยางค์ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบกับดาร์กช็อกโกแลตคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมหลบหลีก สามปีที่ผ่านมา... ไม่สิ ช่วงเวลาหลายเดือนที่พวกเขาต้องมาพัวพันกันในเกมธุรกิจและเกมหัวใจนี้ มันสอนให้คินรู้ว่า การอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มีแต่จะทำให้ตัวเองแหลกสลายเป็นผุยผง ธามเก่งเหลือเกินกับการผลักไสไล่ส่งด้วยคำพูดเจ็บแสบ แต่พอถึงเวลาที่เขาจะไปจริงๆ สายตาคู่นั้นกลับแสดงความดุดันราวกับอยากจะกักขังเขาไว้ด้วยโซ่ตรวน แต่วันนี้... ไม่มีโซ่เส้นนั้นอีกแล้ว เพราะคนที่มารับเขาไป ไม่ใช่ธาม แต่เป็น 'พี่ชาย' แท้ๆ ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และพร้อมจะพาน้องชายหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ คิน" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ผสมผสานกับความโกรธกรุ่นแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อศอกเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่แน่นหนาพอที่จะส่งสัญญาณเตือนว่าคนตัวโตกำลังสูญเสียการควบคุม "คิดว่าพี่ชายคุณจะปกป้องคุณจากฉันได้พ้นเหรอ?" "ปล่อยค่ะ!" คินสะบัดแขนออกทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "อย่ามาทำท่าทางหวงก้างแบบนี้เลยค่ะคุณธาม ในเมื่อคุณเป็นคนผลักฉันออกไปเองไม่ใช่เหรอคะ? ตอนที่คุณบอกให้ฉันไสหัวไปให้พ้นหน้า... ฉันก็แค่ทำตามความต้องการของคุณอยู่ไงล่ะ!" ประโยคนั้นทำให้ธามชะงักไป ลมหายใจอุ่นร้อนสะดุดกึก คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นออกไปในยามโมโหสะท้อนกลับมาทุบตีอกตัวเองอย่างเจ็บแสบ เขาอยากจะเอ่ยปากแก้ตัว อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ศักดิ์ศรีและอีโก้ที่ค้ำคออยู่มันหนักอึ้งเกินกว่าจะยอมเอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' ออกมา ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ก๊อก... ก๊อก... คินหันไปมองทางประตูทันทีด้วยแววตาที่เป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคนที่ยืนขวางทางอยู่ "พี่ชายฉันมารับแล้วค่ะ... ลาก่อนนะคะคุณธาม ขอให้สนุกกับการใช้ชีวิตคนเดียวในเพนท์เฮาส์กว้างๆ นี่ก็แล้วกัน" พูดจบ คินก็คว้ากระเป๋าเดินทางแล้วเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธามยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินวิญญาณทีละน้อย เสียงประตูปิดลงเบาๆ... แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของธามซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพนท์เฮาส์หรูที่เคยมีเสียงเถียงกันระคนความกวนประสาท บัดนี้กลับเงียบสงบจนน่ากลัว ความกว้างขวางของห้องที่เคยดูปกติ กลับกลายเป็นสนามประลองความเหงาที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างไร้ขอบเขต ธามทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมที่คินเพิ่งลุกขึ้นมา หยิบแก้วไวน์ที่ยังรินค้างไว้ขึ้นมาจิบ แต่วินาทีที่ของเหลวสีแดงฉานสัมผัสริมฝีปาก มันกลับไม่มีรสชาติใดๆ นอกจากความขมปร่า เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ธามปล่อยให้ความมืดมิดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องโดยไม่คิดจะเปิดไฟ แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าข้างนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเงาทาบทับบนใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาไม่เคยคิดเลยว่า... การไม่มีเด็กดื้อปากเก่งคนนั้นคอยกวนใจ จะทำให้โลกทั้งใบของเขามันเงียบเหงาและไร้สีสันได้ถึงเพียงนี้ ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันที่กัดกินจิตใจ ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด หรือว่าคินจะลืมของสำคัญอะไรไว้แล้วกลับมาเอาเอง? หรือว่าเด็กนั่นเปลี่ยนใจจะกลับมาหาเขา? หัวใจที่เคยด้านชาเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างแรงด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ร่างสูงลุกพรวดขึ้นจากโซฟาด้วยความรวดเร็ว ก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูหน้าห้องอย่างไร้ความลังเล มือหนากระชากเปิดประตูออกกว้างด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน หวังจะได้เห็นใบหน้าหวานที่กำลังงอนตุปัดตุเปี๊ยวของคนรัก ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับไม่ใช่ 'คิน' อย่างที่เขาภาวนา แสงไฟสลัวจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าคมคายของผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้ชายที่มีรอยยิ้มเย็นเยียบเคลือบบนริมฝีปาก และดวงตาที่มองมาที่ธามด้วยแววตาท้าทายราวกับผู้ชนะ "สวัสดีครับคุณธาม... ผมมารับ 'ของ' ที่คุณทำหล่นหายไว้" ธามชะงักกึก ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ เมื่อผู้ชายคนนั้นก้าวล้ำเข้ามาในเขตเพนท์เฮาส์ของเขาอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของนักธุรกิจหนุ่มเย็นเฉียบลงฉับพลัน "อ้อ... แล้วก็ลืมบอกไป คินเขาฝากบอกว่า... อย่าหวังจะได้เจอหน้ากันอีกเลย" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%