แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นในความมืดไม่ได้เพียงแค่ทำลายทัศนียภาพตรงหน้า แต่มันกำลังแผดเผาความอดทนครั้งสุดท้ายในใจของคินจนมอดไหม้กลายเป็นจุล
ร่างสูงสมส่วนของนักศึกษาหนุ่มยืนนิ่งสนิท ใต้แสงไฟนีออนสลัวจากมุมตึก เสียงชัตเตอร์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่สาม' ที่พวกเขาทั้งคู่ต่างประเมินต่ำเกินไป
"เล่นเกมสนุกดีนี่คะ... คุณธาม"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบงัน รอยยิ้มเยาะหยันบนเรียวปากของบุคคลนั้นเคลือบด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะแผ่ซ่านไปทั่วกระแสเลือด ธามขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นัยน์ตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธระคนตื่นตระหนกยามที่หันไปสบตาร่างบางของคินที่ยืนอยู่ไม่ไกล
"คิน... ฟังฉันก่อน อย่าเพิ่งเชื่อภาพพวกนั้น" ธามก้าวเท้าเข้าหาด้วยความร้อนรน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแขนเรียว แต่กลับถูกคินปัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แรงกระแทกนั้นเบาหวิวแต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึกของคนทำ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทาย บัดนี้กลับมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยโดยที่เจ้าตัวพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต คินหัวเราะในลำคอ สมเพชตัวเองที่เกือบจะหลงเชื่อคำหวานและสัมผัสอุ่นซ่านที่ธามคอยปรนเปรอให้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"นายเข้าใจผิด ทุกอย่างมันไม่ใช่..."
"ไม่ใช่แล้วมันคืออะไรล่ะธาม!" คินตวาดลั่น ความอดทนที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา นิ้วเรียวชี้ไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือของบุคคลที่สาม ซึ่งฉายภาพความสนิทสนมระหว่างธามกับใครอีกคนในมุมมองที่ชวนให้เข้าใจผิดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ "รูปพวกนี้... ข้อความพวกนั้น หรือแม้แต่การที่นายพาฉันมาที่นี่ เพื่อจะให้คนพวกนี้หัวเราะเยาะความโง่ของฉันใช่ไหม!"
"นายกำลังเอาเรื่องไร้สาระพวกนี้มาตัดสินความรู้สึกที่ฉันมีให้เนี่ยนะ!" ธามขึ้นเสียงบ้าง ความหึงหวงและความอึดอัดที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมา คินไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายตั้งแต่แรก เด็กดื้อคนนี้ใช้ทิฐิและกำแพงสูงลิ่วปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่าง
"ใช่! ฉันมันก็แค่คนโง่คนหนึ่งที่นายเอาไว้เล่นสนุกเวลาว่างไง!" คินแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือ "ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพงนี้นะคะ คุณธาม... ต่อไปนี้ เราต่างคนต่างอยู่เถอะ"
พูดจบ คินก็หันหลังกลับทันที ร่างบางก้าวเท้าฉับๆ มุ่งหน้าไปยังทางออกอย่างไร้เยื่อใย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและชาหนึบไปหมด
"คิน! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
ธามพุ่งตัวตามไปหมายจะรั้งข้อมือนั้นไว้ แต่บุคคลที่สามที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่กลับก้าวมาขวางทางไว้ด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมรอยยิ้มเยาะที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในโลก
"ใจเย็นๆ สิคะ คุณธาม... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ ปล่อยให้เขารับรู้ความจริงในแบบที่เจ็บปวดที่สุดเสียก่อนสิคะ ถึงจะเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อ"
ธามตวัดสายตาดุดั่งคมมีดมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความเคียดแค้น มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หากไม่ใช่เพราะติดพันธะทางธุรกิจและห่วงความปลอดภัยของคิน ป่านนี้คนตรงหน้าคงนอนจมกองเลือดไปแล้ว
"ไสหัวไปซะ! ถ้าคินเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บเดียว ฉันจะทำให้ตระกูลแกฉิบหายยิ่งกว่าตอนที่พ่อแกเคยทำไว้เสียอีก!"
เสียงทุบต่ำคาดโทษอย่างเหี้ยมเกรียมทำให้รอยยิ้มบนหน้าของบุคคลที่สามเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนที่อีกฝ่ายจะไหวไหล่แล้วยอมถอยหลบทางให้ ธามไม่รอช้ารีบสาวเท้าวิ่งตามร่างบางออกไปทันที
บรรยากาศยามค่ำคืนข้างนอกวังเวงและเงียบงัน ลมหนาวพัดโชยปะทะผิวเนื้อจนเยือกเย็น แต่ความหนาวเย็นภายนอกยังเทียบไม่ได้กับความอ้างว้างในอกของคิน ร่างบางเดินออกมาจนถึงถนนใหญ่ เรียกรถแท็กซี่คันแรกที่ผ่านมาแล้วก้าวขึ้นไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีกเลย
รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางกระแสการจราจรที่เริ่มบางตา ในขณะที่รถหรูของธามพุ่งตามออกมาติดๆ แต่ทว่า การจราจรที่ติดขัดในย่านธุรกิจกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ธามทุบพวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาดุดั่งเหยี่ยวจ้องมองท้ายรถแท็กซี่คันที่คินนั่งอยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับตา
*โธ่เว้ย!*
ธามกดโทรศัพท์มือถือโทรหาคินเป็นรอบที่ร้อย แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ยาวนานและไร้การตอบรับ ความกลัว เกรงว่าคินจะเข้าใจผิดและหายออกไปจากชีวิตเขาตลอดกาลเริ่มกัดกินขั้วหัวใจ ธามไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างเขาจะต้องมานั่งกระวนกระวายใจเพราะเด็กดื้อคนเดียวได้ขนาดนี้
รถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคอนโดมิเนียมหรูของคินอย่างรวดเร็ว ธามก้าวลงจากรถด้วยท่าทีร้อนรน กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดด้วยความเร็วสูง หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก
หน้าห้องพักของคินปิดสนิท ธามรัวกำปั้นเคาะประตูเรียกชื่อคนด้านในเสียงดังลั่น
"คิน! เปิดประตูให้ฉันเถอะนะ... ได้โปรด ฟังคำอธิบายของฉันสักครั้ง"
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนด้านใน มีเพียงความเงียบงันที่บาดลึกหัวใจ ธามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือหนาวางทราบลงบนบานประตู เย็นเฉียบจนน่าใจหาย เขารู้ดีว่าความผิดพลาดครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก และความซึนของเขาก็เป็นดาบสองหน้าที่ย้อนกลับมาแทงใจตัวเองเข้าอย่างจัง
ในขณะที่ธามกำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูเรียกอีกครั้ง บานประตูห้องพักฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกเบื้องหลัง ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทลำลองก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
"คุณไม่ต้องเคาะเรียกหรอกค่ะ... เพราะตอนนี้ เขาไม่ได้อยู่ข้างในนั้นแล้ว"
ธามชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าผู้มาใหม่ทันที นัยน์ตาสีเข้มหรี่แคบลงด้วยความระแวง "แกหมายความว่ายังไง?"
บุคคลนั้นยิ้มรับ ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธามเย็นเฉียบลงถึงขั้วกระดูก
"ก็หมายความว่า... ตอนนี้คนที่มารับเขาไป ไม่ใช่คุณ... แต่เป็น 'พี่ชาย' แท้ๆ ที่เขาไม่ได้เจอมาสามปีเต็ม และเป็นคนเดียวที่จะพาน้องชายหนีคุณไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ยังไงล่ะคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้เสมอนะคะ
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 25
คำสารภาพที่สายเกินไป
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!