กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูดูจะเบาบางไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนสองคน รอยแตกบนกระจกบานใหญ่ริมระเบียงสะท้อนเงาของร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งสนิท ธามปรายตามองรอยร้าวฝ่ามือขนาดเท่ากำปั้นนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าสันกรามกลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ เสียงกระแทกของประตูที่ปิดลงพร้อมกับฝ่ามือของคินที่ทิ้งร่องรอยความหงุดหงิดไว้บนบานกระจก มันคือความอึดอัดที่หนาแน่นจนแม้แต่ ออกซิเจนก็แทบแทรกตัวผ่านเข้ามาไม่ได้
สามวันที่ผ่านมา... ไม่มีเสียงกวนประสาท ไม่มีประโยคยียวนชวนหาเรื่อง และไม่มีแม้แต่เงาของเด็กหัวรั้นอย่างคินเดินวนเวียนอยู่รอบตัว
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันให้กับตัวเอง เขาเป็นคนบอกให้ต่างคนต่างอยู่เองไม่ใช่หรือไง ในเมื่ออีกฝ่ายทำตามบัญชาอย่างเคร่งครัด ไฉนเลยหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานถึงได้กลายเป็นสิ่งที่เขาต้องเหลือบมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกสิบนาทีอย่างเสียอาการเช่นนี้
*เด็กนั่นคงสบายดี... ดีเสียจนลืมไปแล้วกระมังว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น*
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ทว่าสะอาดสะอ้าน คินกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวโปรด สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่โฟกัสภาพใดเป็นพิเศษ ในหัวของเขามีแต่ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าหยิ่งผยองใส่กันเสมอ รอยสัมผัสอุ่นจัดจากคืนนั้นยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ ราวกับว่าความเงียบงันที่จงใจสร้างขึ้นไม่ได้ช่วยให้หัวใจสงบลงเลย กลับยิ่งทำให้เสียงความคิดของตัวเองดังชัดเจนขึ้นจนน่ารำคาญ
"ให้ตายสิ..." คินพึมพำกับความว่างเปล่า ขยูบเส้นผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด "จะหลบหน้าอะไรกันนักหนา ทำอย่างกับฉันเป็นโรคระบาด"
ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตัดขาด จะไม่ยอมตกหลุมพรางความปากร้ายแต่ใจสั่นของผู้ชายคนนั้นอีก แต่พอเอาเข้าจริง ความเคยชินที่ต้องปะทะคารมกันทุกเช้าค่ำกลับกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ยากจะเติมเต็ม คินถอนหายใจยาวเหยียด คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพลิกดูหน้าจอที่ไร้การแจ้งเตือน ก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนเบาะโซฟาอย่างหมดอารมณ์
คืนนั้น... จุดสิ้นสุดของบทสนทนาจบลงด้วยแขกไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นของศัตรูทางธุรกิจ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้พวกเขารักitsระยะห่าง ประเด็นสำคัญคือความรู้สึกที่พุ่งทะยานเกินเส้นแบ่งต่างหากที่ทำให้ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเลือกที่จะถอยหลังคนละก้าว เพื่อตั้งหลักกับหัวใจตัวเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาคินที่กำลังจมอยู่ในภวังค์สะดุ้งสุดตัว เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วที่นี่แทบจะไม่มีใครมาหาเขานอกเสียจากคนส่งพัสดุ หรือไม่ก็...
คินก้าวเท้าเดินไปที่ประตูช้าๆ มือเรียวจับลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกทันทีโดยไม่ทันได้ส่องตาแมว
"คุณ...!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง ธามอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณความดุดัน ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบตึง ไร้รอยยิ้ม แต่แววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความคุกกี้ที่ร้อนรุ่มจนแทบแผดเผา
"ตกใจมากหรือไง ที่เห็นฉันมายืนอยู่ตรงนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอด100ผ่านริมฝีปากหยักที่เหยียดโค้งน้อยๆ
"คุณมาทำไม ที่นี่ไม่ใช่..." คินพยายามจะดันบานประตูเพื่อปิดกั้น แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมให้เป็นเช่นนั้น มือหนาเอื้อมมาคว้าขอบประตูไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงกดมหาศาลทำให้บานไม้ขยับไม่ได้แม้แต่นิลเดียว
"ไม่ใช่ที่ของฉัน?" ธามทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันชัดเจน "แล้วที่ไหนล่ะที่เป็นที่ของฉัน... ในความเงียบงันงี่เง่าที่เธอจงใจสร้างขึ้นเนี่ยนะ คิน?"
"ผมไม่ได้งี่เง่า!" คินเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงต่างคนต่างอยู่ คุณก็รักษาระยะห่างของตัวเองไปสิ จะมาหาเรื่องผมถึงที่นี่ทำไม"
"รักษาระยะห่างเหรอ?" ธามแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวล้ำเข้ามาในห้องหนึ่งก้าวอย่างถือวิสาสะ บังคับให้คินต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ "เธอคิดจริงๆ น่ะเหรอว่าความเงียบงันบ้าๆ นั่นมันหลอกฉันได้ สามวันที่ผ่านมา... ฉันไม่ได้ถอยเพราะอยากรักษาระยะห่าง แต่ฉันกำลังนับถอยหลังต่างหาก"
หัวใจของคินกระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับร่างสูงลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง สายตาดุดันที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนแบบที่ทำเอาเข่าแทบทรุด
"นับ... นับถอยหลังอะไรของคุณ" คินแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบเรียบร้อยแล้ว
ธามไม่ตอบทันที เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคนตัวเล็กกว่าแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความทะนุถนอมและดุดันในเวลาเดียวกัน จนคินต้องหลบสายตาด้วยความประหม่า
"นับถอยหลังรอเวลาที่จะทนไม่ไหวอีกต่อไปยังไงล่ะ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู ทำเอาขนลุกเกรียวกราวไปทั้งร่าง "เธอก็รู้ดีคิน... ว่ายิ่งเราเงียบใส่กันมากเท่าไหร่ ความต้องการที่จะพังทลายกำแพงบ้าๆ นี่มันก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น"
คินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามรากระหน่ำตีกลอง เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันกลับมาร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมในชั่วพริบตา ความอึดอัดตลอดสามวันที่ผ่านมามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตึงเครียดของแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่า... ในวินาทีที่คินกำลังจะอ้าปากโต้เถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามนิสัย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า
ธามขมวดคิ้วอย่างขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคอ แต่ยอมผละใบหน้าออกห่างเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ชายหนุ่มก้มลงมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น แววตาที่เคยร้อนรุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีดในเสี้ยววินาที
คินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าความสงสัยก็เข้าเกาะกุมจิตใจเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ธามกดรับสาย ปลายสายส่งเสียงตื่นตระหนกปะปนกับเสียงหอบหายใจเข้ามาจนเล็ดลอดออกมารบกวนโสตประสาท
*["คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ... ที่ไซต์งานโปรเจกต์ใหญ่เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีคนจงใจปล่อยข่าวกรองรั่วไหลแถมตอนนี้ตำรวจกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่..."]*
ธามตาดุวาวขึ้นทันที ขากรรไกรขบแน่นจนขึ้นสันชัดเจน เขาวางสายทันทีโดยไม่เอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคินที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงหน้า
ความเงียบที่น่ากลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความโกลาหลครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
"ดูเหมือนว่า..." ธามแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยประกายอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ในขณะที่มืออีกข้างคว้าข้อมือของคินไว้แน่นโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย "ค่ำคืนสงบสุขของพวกเรา... คงต้องถูกเลื่อนออกไปก่อนแล้วล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาโดยตลอดนะคะ
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 20
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!