ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 22

การปะทะครั้งใหญ่

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถอยไปค่ะคุณธาม คุณไม่มีสิทธิ์มาลากฉันออกมาแบบนี้นะคะ!” เสียงหวานที่เจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักส่วนตัวหลังเวทีจัดงาน คินสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้ร่างโปร่งเซถลาไปชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ แต่นัยน์ตากลมโตที่มองกลับมายังคงวาวโรจน์เต็มไปด้วยพายุอารมณ์ ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย มีแต่ความรั้นที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอย่าง ธามยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับจนพื้นที่แคบๆ ดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา สันจมูกโด่งคมกริบเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของนักล่าที่กำลังหัวเสีย ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนตัวเล็กกว่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และลึกๆ แล้ว... มีไฟแห่งความหึงหวงที่กำลังแผดเผาจนแทบคลั่ง “หนีอีกแล้วเหรอครับ... คิน” น้ำเสียงของธามต่ำพร่า ลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างยากเย็น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละก้าว บีบพื้นที่อิสระของอีกฝ่ายให้เหลือน้อยลงเรื่อยๆ จนคินต้องเอนหลังแนบชิดติดกำแพง “เห็นผมเป็นตัวตลกหรือไง ถึงคอยจะหาจังหวะแวבหายไปกับไอ้รุ่นพี่หน้าอ่อนนั่นอยู่เรื่อย!” “ฉันไม่ได้หนี แล้วรุ่นพี่เขาก็ไม่ได้หน้าอ่อน เขาเรียกว่าหน้าตาดีและมารยาทงามต่างหากล่ะคะ!” คินสวนกลับทันควัน ปากบางๆ เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “อีกอย่าง... ฉันจะไปไหน จะคุยกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายคะเนี่ย” *“มีสิทธิ์!”* ธามตะคอกเสียงต่ำ มือหนายื่นไปค้ำยันกำแพงทั้งสองข้าง กักขังร่างบางไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบเนียนจนสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่ระอุอยู่ข้างใน “คุณอยู่ในฐานะอะไร ลืมไปแล้วหรือไงถึงกล้ามาพูดจาท้าทายผมแบบนี้ คิน!” “ฉันไม่ได้ลืมค่ะ!” คินเงยหน้าขึ้นสบตา ปล่อยให้ความดื้อรั้นพวยพุ่งออกมาทางแววตา “แต่คุณต่างหากที่ชอบทำตัวเกินหน้าที่ ดีลระหว่างเรามันคือเรื่องงาน ไม่ใช่การเอาโซ่มาล่ามข้อเท้าฉันไว้ไม่ให้ไปไหนแบบนี้ คุณไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงอย่างไร้เหตุผลนะ!” คำว่า *‘หึงหวง’* หลุดจากปากคินด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ทว่ามันกลับไปสะกิดต่อมบางอย่างในใจของธามเข้าอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ธามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ “หึงเหรอ... หึ” ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแต่มันชวนให้สติหลุดลอย “ใช่! ผมกำลังหึง และผมก็เกลียดไอ้ท่าทางอวดดีที่ชอบทำเหมือนผมเป็นอากาศธาตุของคุณเต็มทีแล้วด้วย คิน คุณคิดว่าผมทนดูคุณส่งยิ้มหวานให้คนอื่นมานานแค่ไหนแล้วฮะ!” “ก็ไม่ต้องทนสิคะ! ใครใช้ให้คุณมามองล่ะ ปล่อยฉันนะ!” คินดิ้นรนขัดขืน มือเล็กพยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าธามกลับยิ่งกระชับวงแขนเข้าหา แนบชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับร่างบาง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุม ธามก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อน ความอดกลั้นที่สะสมมาตลอดทั้งคืนพังทลายลงในพริบตา มือหนาเลื่อนขึ้นไปตรท้ายทอยของคนดื้อรั้นเอาไว้ ออกแรงบังคับเล็กน้อยไม่ให้เบือนหน้าหนี ก่อนจะก้มลงประกบจูบลงบนริมฝีปากนุ่มทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว “อื้ม...!” คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กำปั้นเล็กๆ ทุบลงที่ลาดไหล่กว้างอย่างแรงเพื่อประท้วง แต่จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวล มันคือการลงโทษ มันคือความหึงหวงที่ระเบิดออกเป็นความดุดันและเร่าร้อน ธามขบเม้มริมฝีปากล่างของคนอวดดีอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะสอดแทรกความวาบหวามเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความโกรธปะปนกับความโหยหาทำให้จูบนี้ลึกซึ้งและป่าเถื่อนจนคินแทบหมดแรงยืน เรียวขาที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงเริ่มอ่อนยวบ คินรู้สึกราวกับออกซิเจนในปอดกำลังถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายเอาไว้ หยดน้ำใสคลอหน่วงที่หน่วยตาด้วยความอึดอัดและโกรธปนเคืองระคนกัน เมื่อธามยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย คินก็หอบหายใจโยนตัวเข้าหากำแพง ใบหน้าหวานแดงก่ำตั้งแต่พวงแก้มลามไปถึงใบหู นัยน์ตากลมโตตวัดมองค้อนด้วยความโกรธจัดที่ปะปนหยาดน้ำตาคลอเบ้า “คนบ้า...!” คินเค้นเสียงด่าลอดไรฟัน ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ “คุณมันเผด็จการ... นิสัยแย่ที่สุด!” ธามยืนหอบหายใจหนักหน่วงไม่แพ้กัน หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการกระทำของตนเองด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ลึกๆ เขารู้ว่าตัวเองล้ำเส้น แต่วินาทีนั้น... ความกลัวที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไปมันมีมากกว่าเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น “ใช่ ผมมันนิสัยแย่” ธามก้าวเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้ง คราวนี้มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเนียนออกให้อย่างเบามือ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดอ่อนลงเหลือเพียงความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง “แต่จำใส่สมองของคุณไว้เลยนะคิน... อย่าคิดจะหนีผมไปไหนอีก ไม่อย่างนั้น ครั้งหน้ามันจะไม่จบแค่จูบแน่” คินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในช่องท้อง มันทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหว และต่อต้านในเวลาเดียวกัน ทว่า ก่อนที่คินจะได้ทันอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงทุบกระจกใสบานเกล็ดก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียดเสียก่อน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “คุณคินครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ ทีมงานตามหาตัววุ่นวายไปหมดแล้วนะ!” เสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่พยายามจะเปิดเข้ามา “เอ๊ะ ทำไมประตูล็อกล่ะเนี่ย!” ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ทันได้เคลียร์ปัญหาคาใจทั้งหมดให้จบลงตรงนี้ แต่ในวินาทีที่คินกำลังจะอ้าปากส่งสัญญาณตอบกลับคนด้านนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ ลูกบิดประตูห้องพักก็เกิดหมุนวนอย่างแรง พร้อมกับกลอนประตูด้านในที่ถูกกระชากเปิดออกผึ่งผายโดยฝีมือใครบางคนที่มีกุญแจสำรอง! ร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาคุ้นเคยที่คินเพิ่งผละตัวออกมาเมื่อครู่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนที่ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองยืนชิดติดกันในมุมอับสายตา... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%