ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 23

หึงจนหน้ามืด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีแทบไม่ช่วยระงับอุณหภูมิความเดือดดาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของธามได้เลยสักนิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ภายใต้กรอบใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเส้นเลือดที่ปูดโปนตรงขมับกับสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความอดทนที่พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ ดวงตาเรียวรีของบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะยังคงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปลายลิ้นกวาดริมฝีปากแห้งผากขณะกวาดสายตามองสภาพของคินที่ยืนพิงอยู่ชิดผนัง โดยมีร่างหนาของธามกักตัวเอาไว้ตรงกลาง ท่าทีคุกคามและบรรยากาศตึงเครียดระหว่างพวกเขาสองคนเด่นชัดเสียจนคนมาใหม่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง “คิดจะไปไหน... หืม?” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาของธามแทบจะกระชากวิญญาณคนฟัง เขายังไม่ยอมผละกายออกห่างจากคิน ร่างหนายิ่งขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนของคนในอ้อมแขนไปอย่างจงใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าผู้มาเยือน คินขยับตัวยุกยิก พยายามเบี่ยงใบหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แผ่มาจากอกแกร่ง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนเอาแต่ใจอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความตระหนกที่ธามบุกมาลากตัวเขาถึงที่นี่ก็ตาม “ปล่อยฉันนะธาม นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ในที่สาธารณะ!” คินเค้นเสียงลอดไรฟันตอบกลับ พร้อมกับใช้มือเรียวออกแรงดันแผงอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะระคายผิวคนตัวโตกว่า ธามกลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที นกน้อยตัวนี้จะบินหนีหายไปลับตา “ไม่มีสิทธิ์เหรอ?” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว “ทบทวนดูใหม่อีกทีไหมคิน ว่าใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ในตัวนาย... หรือว่าติดใจลม ‘ปากหวานๆ’ ของไอ้เด็กหน้าอ่อนนี่ ถึงได้ทำเป็นลืมตัวว่ามีเจ้าของแล้ว” ประโยคหลังธามจงใจตวัดสายตาดุดันไปยังผู้ชายอีกคนที่ยืนแข็งค้างอยู่ข้างประตู บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นราวกับมีประกายไฟแล่นแปลบปลาดอยู่กลางอากาศ คินสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความหึงหวงที่ระเบิดออกมาอย่างไร้ความยับยั้งชั่งใจของคนตรงหน้า ร่างสูงโปร่งของคนมาใหม่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เอ่อ... ผมว่าผมออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า...” “ไม่ต้อง!” ธามสวนกลับทันควัน เสียงคำรามต่ำในลำคอทำเอาคู่สนทนาถึงกับถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ “ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ ดี... จะได้เห็นให้เต็มตา ว่าคนที่นายคิดจะขายขนมจีบเมื่อครู่เขามีเจ้าของหัวใจที่ดุแค่ไหน” คินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนต้นแขนแกร่งของธามเข้าเต็มแรง “ธาม! บ้าไปแล้วหรือไง พูดจาบ้าบออะไรออกมา ใครเป็นเจ้าของนาย เลิกเพ้อเจ้อแล้วไสหัวกลับคอนโดไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” “หึ เพ้อเจ้อเหรอ?” ธามก้มใบลงกระซิบชิดใบหูของคนอวดดี ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่บางจนคินขนลุกชัน “งั้นคืนนี้เราคงต้องกลับไปเคลียร์กันยาวๆ บนเตียงแล้วล่ะคิน ว่าฉัน ‘เพ้อเจ้อ’ หรือนายต่างหากที่ ‘ดื้อด้าน’ จนต้องโดนลงทัณฑ์ให้หลาบจำ” น้ำเสียงพร่าต่ำที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและคุกคามทำเอาคินพูดไม่ออก ได้แต่กัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความคับแค้นใจ ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริกด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหัวใจมันเต้นแรงเกินกว่าเหตุ ธามไม่เปิดโอกาสให้คินได้โต้เถียงอะไรอีก มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วออกแรงฉุดกระชากให้เดินตามออกมาจากห้องรับรองทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มผู้โชคร้ายคนนั้นอีกเลยสักนิด แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและมั่นคงจนคินรู้ดีว่าต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ไปได้ ตลอดทางเดินไปยังลานจอดรถส่วนตัว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบรรยากาศ มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของธามและเสียงหายใจฟึดฟัดด้วยความไม่พอใจของคินที่ดังสลับกันไปตลอดทาง ร่างสูงโปร่งถูกดันตัวเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประตูรถจะถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ ปัง! ธามก้าวอ้อมมาอีกฝั่งแล้วทิ้งตัวลงนั่งประจำที่ ล็อกประตูรถอัตโนมัติทันทีเสมือนกรงขังขนาดย่อม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และความกรุ่นโกรธอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ จนแทบหายใจไม่ออก คินนั่งกอดอก เมินหน้ามองออกไปนอกกระจกหน้ารถ ไม่ยอมสบตากับคนขับที่กำลังหายใจกระฮืดกระหอบด้วยความโมโหที่ยังไม่มอดดับ “โกรธอะไรรuวะ?” คินพึมพำลอดไรฟัน ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ธามหันขวับมามองทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “นายยังกล้าถามฉันอีกเหรอคิน? ไปยืนอ่อยผู้ชายหน้าตาละอ่อนในมุมมืดแบบนั้น สนุกมากนักใช่ไหม? หรือว่าที่ผ่านมาที่ฉันตามใจนาย มันยังไม่พอจนต้องออกไปหาเศษหาเลยข้างนอก!” “พูดจาทุเรศ!” คินหันขวับกลับมาตวาดใส่หน้าพระเอกหนุ่มทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด “ฉันไปคุยเรื่องงานต่างหากเล่า! นายต่างหากที่หึงจนหน้ามืด ตาบอด มองไม่เห็นหรอกว่าความจริงมันคืออะไร เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใครขัดใจหน่อยไม่ได้ต้องอาละวาด!” “ใช่! ฉันมันเห็นแก่ตัว! ฉันมันคนใจแคบ!” ธามตะคอกกลับเสียงดังลั่นห้องโดยสาร สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสัน ร่างหนาโน้มตัวข้ามคอนโซลเข้ามาใกล้คินจนพื้นที่ว่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงศูนย์ “แล้วไงล่ะ? จะให้ฉันยืนมองผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้มาส่งสายตาวิบวับใส่เมียตัวเองเฉยๆ หรือไงวะ!” คำว่า ‘เมีย’ พุ่งกระแทกเข้าโสตประสาทของคินจนสมองขาวโพลน หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมพวงแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ “ใครเมียนาย... พูดจาพล่อยๆ” คินเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปมองตักตัวเองเพื่อซ่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาในอก ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ยื่นมือไปเชยคางมนให้เงยขึ้นมารับสายตาดุ ดันดึงดันแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเว้าวอนอย่างลึกซึ้ง “ไม่ใช่เมียแล้วจะให้เรียกว่าอะไร... หืม? คิน... นายทำให้ฉันเกือบคลั่งตายอยู่แล้วรู้ตัวบ้างไหม” น้ำเสียงที่เปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดมาเป็นอ่อนโยนลงกะทันหันทำเอาคินตั้งรับไม่ทัน ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่รดรินใส่กันในระยะประชิด เคมีที่พุ่งพล่านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงดึงดูดให้ใบหน้าของคนทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันทีละนิดโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะ... ติ๊ด! เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ธามขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มของคินอย่างไม่เต็มใจนัก มือหนาควักโทรศัพท์ออกมากดดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเย็นเยียบในเสี้ยววินาที คินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงขมวดคิ้วถามเสียงเบา “มีอะไร?” ธามเงยหน้าขึ้นสบตากับคิน ใบหน้าครั่นเนื้อครั่นตัวเมื่อครู่กลับกลายเป็นความนิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความอันตราย เขาไม่ได้ตอบคำถามของคินทันที แต่กลับกดเปิดกระจกรถลงช้าๆ ในจังหวะเดียวกับที่เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากภายนอกดังขึ้น... ก๊อก ก๊อก คินหันไปมองตามสัญชาตญาณ และเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างรถ ท้องไส้ของเขาก็ปั่นป่วนวูบขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นในยามวิกาลแบบนี้... คือคนที่ไม่สมควรจะอยู่ที่นี่มากที่สุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยซัพพอร์ต "กำมะหยี่สีแดง" มาตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%