ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 29

การเปลี่ยนแปลงของคนใจร้าย

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องรับแขกขนาดกะضิมินิมอลของคิน ดูจะหนักอึ้งเกินกว่าที่อากาศยามบ่ายจะแบกรับไหว บนโซฟาบุผ้าฝ้ายสีครีมตัวเดิมที่เคยใช้เป็นสนามประลองคารม คินนั่งกอดอกไขว่ห้าง สายตาคมกริบมองตรงไปยังผู้ชายร่างสูงในชุดสูทราคาแพงที่ตอนนี้สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ และที่สำคัญที่สุดคือท่าทีที่เคยคางเหลืองหยิ่งผยองจนน่าหมั่นไส้ในวันวาน บัดนี้มันมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาสั่นระริกของคนที่พร้อมจะคุกเข่าลงอ้อนวอนได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายเอ่ยปากไล่ "ถ้าจะมาเพื่อพูดจาถางถางเหมือนทุกที เชิญทางประตูเดิมค่ะ... อ้อ ไม่สิ ประตูนั้นไม่ได้ล็อก อยากออกไปตอนไหนก็เชิญ" คินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้าๆ ผู้ชายที่คุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านกำลังยืนตัวลีบอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยปีสามที่สูงน้อยกว่าเขาไม่กี่เซนติเมตร ทว่ามีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเขาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด "พี่ไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง... คิน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและเจือความสั่นเครือเล็กน้อย ธามก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง แต่เมื่อเห็นคินขยับตัวถอยห่างด้วยความรังเกียจ เขาก็ต้องรีบหยุดชะงักราวกับถูกไฟลวก "พี่ขอโทษ..." คำพูดสั้นๆ สามพยางค์ที่หลุดออกมาจากปากของ 'ธาม' คนที่ศักดิ์ศรีค้ำคอมาตลอดชีวิต ทำให้คินถึงกับหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความเจ็บปวดและเย้ยหยันระคนกัน "คำขอโทษราคาถูกแบบนี้เก็บไว้ใช้กับคู่ค้ารáเถอะค่ะคุณธาม มันไม่มีค่าอะไรกับคนอย่างฉันหรอก" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสรีระที่มักทำให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ "คุณเคยเหยียบย่ำความรู้สึกของฉัน คุณเคยบอกว่าดีลของเรามันก็แค่เรื่องไร้สาระ... แล้ววันนี้คุณมาทำหน้าหมาจนตรอกแบบนี้ เพื่ออะไรคะ? เรียกร้องความสงสาร? หรือแค่เสียดายของเล่นที่ไม่ยอมเชื่อฟัง?" "ไม่ใช่!" ธามพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของคินไว้ด้วยสัญชาตญาณ แต่แรงบีบนั้นเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ สายตาคมเข้มที่เคยดุดัน แดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "พี่ไม่ได้มองคินเป็นของเล่น... ไม่เคยเลย ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ มีแค่คินคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของพี่!" คินชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ฟ้องชัดเจนว่าหลายคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวไม่ได้นอนเลยสักนิด ขอบตาคล้ำและร่องรอยความเหนื่อยล้าสะท้อนความจริงที่ว่า 'คนใจร้าย' คนนี้กำลังพังทลายลงจริงๆ แต่ทว่า... แผลเป็นที่ถูกสร้างขึ้นมันไม่ได้จางหายไปง่ายๆ แค่เพราะคำพูกหวานหูเพียงไม่กี่คำ "ปล่อยค่ะ" คินสะบัดข้อมือออกอย่างไม่ใยดี แม้ในใจจะกระตุกวูบกับคำสารภาพนั้นก็ตาม "ถ้าความคลั่งรักของคุณมันหมายถึงการตามตื๊อและทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ บอกเลยว่าเสียเวลาเปล่าค่ะ ฉันไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้คุณจูจู่โจมตามใจชอบอีกแล้ว" ธามไม่โต้เถียง เขารู้ดีว่าความผิดที่ตัวเองก่อไว้มันหนาเตอะเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำพูดสวยหรู ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอย่างธามไม่เคยทำกับใครในชีวิต... และคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันทำให้อีก ตุบ! เสียงเข่ากระแทกพื้นห้องดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้หยิ่งยโส ยอมลดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นห้องเช่าแคบๆ ของเขา "ธาม! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!" คินเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างเพรียวถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ถ้าคินไม่ยอมฟัง พี่ก็จะคุกเข่าอยู่ตรงนี้แหละ" ธามเงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงจริงจังและยอมจำนนต่อทุกสิ่ง "พี่มันเลวเอง ปากร้าย ใจร้าย และโง่เง่าที่สุดที่ปล่อยให้คินต้องเสียใจ ถ้าการคุกเข่าขอโทษมันจะทำให้ผู้ชายใจแข็งคนนี้ยอมใจอ่อนมองหน้าพี่ดีๆ ต่อให้ต้องก้มกราบคินตอนนี้ พี่ก็ยอมทั้งนั้น" ภาพลักษณ์ของคุณชายผู้เพียบพร้อมพังทลายไม่เป็นท่า ธามในตอนนี้เหมือนลูกสุนัขตัวโตที่ทำผิดแล้วสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง ความเร่าร้อนดุดันในแบบฉบับเสือร้ายถูกถอดทิ้ง เหลือเพียงความคลั่งรักแบบไร้ฟอร์มที่ทำเอาคินพูดไม่ออก สมองอื้ออึงไปหมด หัวใจข้างซ้ายกระหน่ำรัวราวกับตีกลองศึก ความโกรธเคืองที่เคยสุมอกถูกความเวทนาและความรู้สึกอุ่นวาบเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว คินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันตัวเองอีกครั้ง แต่ทว่า... แววตาเวท้าวอนขอความเห็นใจจากคนตรงหน้า กลับเจาะทะลวงกำแพงนั้นจนพรุนไปหมดแล้ว "คุณลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะธาม... ทุเรศชะมัด ใครใช้ให้คุณทำแบบนี้!" คินก้มลงใช้มือเรียวพยายามดึงแขนแกร่งให้ลุกขึ้น แต่แรงของเขามีน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความตั้งใจแน่วแน่ของอีกฝ่าย "ไม่ลุก จนกว่าคินจะบอกว่าจะยอมให้โอกาสพี่พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง" ธามดื้อดึง มือหนาเอื้อมไปกุมมือสั่นเทาของคินไว้แนบแก้มสากของตนเอง สัมผัสอุ่นจัดส่งผ่านความรู้สึกโหยหาและรักใคร่อย่างล้นปรี่ "ให้โอกาสหมาตัวนี้ได้แก้ตัวเถอะนะคิน... นะครับ... เอ๊ย! นะคะ!" คำพูดหลุดปากที่พยายามจะเลียนแบบสำนวนของคนตรงหน้าเพื่อเอาใจ ทำเอาคินที่กำลังจะโกรธถึงกับหลุดขำพรืดออกมากลางคอ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหมั่นไส้และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก "อุบาทว์มากค่ะ อย่ามาใช้คำพูดแบบนี้กับฉันนะ" คินดึงมือกลับแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะธามฉวยจังหวะนั้นรวบเอวบางไว้แล้วซบใบหน้าลงกับหน้าท้อง平แบนของเขา แนบแน่นราวกับเด็กน้อยที่กำลังอ้อนมารดา "งั้นสรุปว่า... ยอมใจอ่อนให้พี่แล้วใช่ไหม?" เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากเสื้อเชิ้ตของคิน พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผ่านเนื้อผ้า ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง คินก้มมองเรือนผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงของคนตัวโตกว่าในท่าทางน่าสมเพชปนเอ็นดูนี้ นิ้วเรียวเผลอยกขึ้นสางเส้นผมนั้นอย่างลืมตัว ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง "ลุกขึ้นมาได้แล้วค่ะไอ้คนบ้า... กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งขนาดนี้ มาคุกเข่าพื้นห้องฉันเหม็นหมดแล้ว" คินเอ็ดเสียงดุ แต่แก้มใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ธามเงยหน้าขึ้นทันที รอยยิ้มกว้างที่ฉายชัดบนใบหน้าคมคายทำให้เขาดูหล่อเหลาร้ายกาจจนคินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะและความสุขล้นปรี่ "งั้นแสดงว่าเราคืนดีกันแล้วนะ" ธามรวบร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ฝังจมูกลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดความVประทับใจเข้าปอดเต็มแรง จนคินต้องทุบไหล่กว้างประท้วงเบาๆ "ใครบอกว่าคืนดีกัน ง่ายไปหน่อยมั้งคะคุณธาม..." คินพยายามดันอกแกร่งออก แต่แรงกอดรัดนั้นกลับมั่นคงและอบอุ่นเสียจนเขาไม่อยากขัดขืนอีกต่อไป ติ๊งบ่อง! เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่นกะทันหัน ทั้งคู่ชะงักและผละออกจากกันเล็กน้อย คินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะวันนี้เขาไม่ได้นัดใครไว้ "ใครมาวะ..." ธามสบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนเวลาสำคัญ คินเดินไปที่ประตูเพื่อส่องตาแมว ทว่าพอดึงประตูเปิดออกกว้างเพื่อให้เห็นผู้มาเยือนชัดๆ รอยยิ้มอุ่นๆ บนใบหน้าของเขาก็ต้องแข็งค้างทันที เมื่อพบกับร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนถือกระเป๋าเดินทางใบโตอยู่หน้าห้อง "เซอร์ไพรส์! กลับมาเซอร์ไพรส์น้องชายสุดที่รักไงล่ะ... แล้วนี่แกพาผู้ชายหน้ามึนที่ไหนมาอยู่ในห้องเนี่ย คิน?" ขอบคุณรี้ดที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%