กลิ่นอายความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยลดทอนความระอุที่แผดเผาอยู่กลางอกของคนทั้งคู่ลงได้เลยแม้แต่น้อย
"ไหนล่ะครับ... บทพิสูจน์ที่ว่า?"
คินเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายระคนเยหยัน แม้แผ่นหลังจะแนบชิดอยู่กับบานประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดล็อกลงด้วยมือของอีกฝ่าย ร่างเพรียวไม่ได้ถอยหนีแม้แต่นصفก้าว กลับยืนกอดอกเชิดคางขึ้นสู้สายตาดุจพญาเสือดาวตัวน้อยที่พร้อมจะตะปบเหยื่อทุกเมื่อหากเข้ามาใกล้เกินขอบเขต
ธามไม่1ได้ตอบคำถามในทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่คลายเนกไทออกอย่างลวกๆ ก้าวเข้าไปประชิดด้วยจังหวะจะโคนของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวแผ่ซานความกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง ดวงคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับคำพูดเชือดเฉือนเขาไม่หยุดหย่อน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหยุดอยู่ใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะน่า..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมใบหู ร้อนผ่าวจนคินต้องแอบซุกซ่อนอาการขนลุกชันไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย "คิดว่าฉันล้อเล่นหรือไง คิน?"
"ก็เห็นดีแต่พูด... มาหลายรอบแล้วนี่ครับ" คินสวนกลับทันควัน ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง "คนอย่างคุณธาม ทายาทมหาเศรษฐีผู้สูงส่ง เคยลงมือทำอะไรเพื่อใครนอกจากตัวเองบ้างล่ะครับ? แค่สั่งคนอื่นมันง่าย ใครก็ทำได้"
คำพูดแทงใจดำนั้นไม่ได้ทำให้ธามโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... แววตาของชายหนุ่มกลับไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความจริงจังล้ำลึกที่คินไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่รู้จักกัน
มือหนายกขึ้น ประคองข้างแก้มเนียนของอีกฝ่ายไว้อย่างทะนุถนอม ผิดวิสัยคนเผด็จการที่มักจะเอาแต่ใจตัวเอง คินชะงัก เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านโหนกแก้มแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้การรุกราน แต่มันกลับทรงพลังจนสั่นคลอนเกราะป้องกันทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา
"ฉันรู้ว่าที่ผ่านมา... ฉันมันเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ และทำนายเจ็บช้ำมามากแค่ไหน" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิน ราวกับต้องการควักเอาความจริงใจทั้งหมดออกมากองตรงหน้า "แต่จำคำพูดของฉันไว้นะคิน... คนอย่างธามพิชญ์ ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยต้องปรับตัวเพื่อใคร... และไม่เคยคิดจะง้อใครด้วยซ้ำ ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่เธอ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
คินเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลคำพูดเหล่านั้นด้วยความสับสนระคนหวั่นไหว เขารู้จักธามดี... ผู้ชายคนนี้มีความหยิ่งยโสเป็นเกราะกำบัง มีอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า การที่ธามเอ่ยปากยอมรับความผิดพลาด และบอกว่ายอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา มันคือการกระทำที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คนอย่างธามจะทำได้ด้วยซ้ำ
แต่มันจะเชื่อถือได้สักแค่ไหนกันเชียว?
"คำพูดมันก็แค่ลมปาก ใครจะพูดอะไรก็ได้คุณธาม" คินแค่นหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดึงสติที่เริ่มเตลิดกลับมา "ถ้าคุณคิดว่าแค่คำหวานเลี่ยนๆ แค่นี้จะทำให้ผมใจอ่อนยอมกลับไปติดกับดักของคุณล่ะก็... ฝันไปเถอะ"
"งั้นก็ดูให้เต็มตา..."
ธามไม่ได้คาดคั้นหรือพยายามเถียงกลับ ร่างสูงผละตัวออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะควA้าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ แล้วยื่นส่งให้คินตรงหน้า
คินขมวดคิ้วอย่างไม่ไว้วางใจ แต่ก็ยอมรับเครื่องมือสื่อสารนั้นมาถือไว้ สายตากวาดมองข้อความและเอกสารบนหน้าจอ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยด้วยความตกตะลึง
นั่นคือบันทึกข้อตกลงการยกเลิกสัญญาควบรวมกิจการที่ครอบครัวของธามพยายามบีบบังคับเขามาตลอด และเหนือสิ่งอื่นใด... มันคือใบลาออกจากตำแหน่งรองประธานบริหารบริษัทในเครือที่ถูกเซ็นชื่อกำกับไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมข้อความแถลงการณ์ต่อคณะกรรมการบริษัทที่จะส่งในวันพรุ่งนี้
"นี่คุณ..." คินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! นั่นมันตำแหน่งที่คุณไขว่คว้ามาทั้งชีวิต... เพื่อจะพิสูจน์ให้พ่อคุณเห็นไม่ใช่เหรอว่าคุณเก่งแค่ไหน ทำไมถึง..."
"เพราะฉันเพิ่งตาสว่างว่า สิ่งที่ฉันไขว่คว้ามาตลอดชีวิต... มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าสุดท้ายแล้วฉันต้องแลกมันมาด้วยการสูญเสียเธอไป" ธามตอบเสียงนิ่ง แววตาไม่มีร่องรอยของความเสียดายเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความแน่วแน่ที่ทำเอาคินพูดไม่ออก "พ่ออยากให้ฉันแต่งงานกับคนที่เหมาะสมเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจใช่ไหม? ฉันปฏิเสธไปแล้ว และฉันประกาศกร้าวตรงนั้นเลยว่า ชีวิตนี้ฉันจะมีแค่คินคนเดียว... คนที่ฉันเลือกด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยผลกำไร"
คินยืนนิ่งค้าง สมองตื้อตันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกต่อต้านที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าการกระทำที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งข้อแก้ตัวใดๆ ของผู้ชายตรงหน้า
เขารู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของธามต้องแลกมากับอะไรบ้าง... แรงกดดันจากครอบครัว การสูญเสียอำนาจ และการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่วินาทีนี้... ธามเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่า คำว่า 'คลั่งรัก' ของเจ้าตัวไม่ใช่แค่คำพูดเล่นสนุกปาก
"คุณมัน... คนโง่ชัดๆ..." คินพึมพำออกมาเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่ก็ช้าไปเมื่อมืออุ่นของธามเอื้อมมาเช็ดหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาออกให้อย่างอ่อนโยน
"โง่เพราะรักเธอน่ะเหรอ? ถ้าใช่... ฉันก็ยอมโง่ไปตลอดชีวิตนั่นแหละ" ธามยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความโล่งใจ จนคินใจกระตุก "ทีนี้... เชื่อใจฉันได้หรือยังครับคุณแฟน?"
คินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดขึ้นอีกครั้ง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอกแล้วก็ตาม ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบกับคนตรงหน้า ก่อนจะริมฝีปากหยักจะแย้มยิ้มบางๆ อย่างยอมจำนนต่อความจริงใจ
"อย่าเพิ่งได้ใจไปล่ะคุณธาม... นี่มันแค่เริ่มต้นบททดสอบเท่านั้นเองนะ" คินเชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแม้จะยังคงความดื้อรั้น แต่แววตากลับหวานเชื่อมจนปิดไม่มิด "ถ้าในอนาคตคุณทำตัวงี่เง่าขึ้นมาอีก... ผมไม่เอาคุณไว้แน่"
ธามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนคินต้องใช้มือยانแผงอกกว้างไว้ตามสัญชาตญาณ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนแทบเป็นเนื้อ Same
"งั้นเรามาเริ่ม 'บทเรียน' ของความคลั่งรัก... ที่ค้างคาไว้เมื่อกี้ให้จบดีกว่าไหมครับ?" เสียงกระซิบพร่าเลื่อนต่ำลงมาคลอเคลียอยู่ใกล้ริมฝีปากอิ่ม "รับรองว่าฉันจะสอบผ่านทุกข้อ... จนเธอไม่มีวันหนีไปไหนได้อีกเลย"
คินยังไม่ทันได้อ้าปากโต้ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยความเร่าร้อนและโหยหา สัมผัสที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนในคราเดียวกันทำเอาสติของคินกระเจิดกระเจิง ร่างเพรียวเผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างเต็มใจ วงแขนเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความหวานล้ำ
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าห้องเพนต์เฮาส์กลับดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน!
*ติ๊ง... ต่อง!*
ทั้งสองคนชะงักค้าง ธามผละใบหน้าออกเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ ขณะที่คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือแขกยามวิกาล
"ใครมาวะ..." ธามสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย
ก่อนที่คินจะทันได้เอ่ยปากคาดเดา ประตูห้องบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยรหัสผ่านสำรองที่เจ้าของห้องเคยให้ไว้ พร้อมกับร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบกลับกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนกอดกันกลมอยู่กลางห้องด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ขอโทษที... ที่ขัดจังหวะสวีทนะธาม"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำเอาธามหน้าตึงทันที
"แกมาทำอะไรที่นี่... พายุ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาจนถึงโค้งสุดท้ายนี้นะคะ
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 34
บทเรียนของความคลั่งรัก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!