“แกมาทำอะไรที่นี่... พายุ?”
คินชะงักค้าง ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความระแวดระวังยามกวาดมองร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตูห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจและสื่อสังคมออนไลน์บัดนี้ไร้ซึ่งมาดนักบริหารผู้เย่อหยิ่ง มีเพียงความเหนื่อยล้าเจือประกายความดื้อรั้นที่คุ้นตาดีจนน่าหมั่นไส้
พายุไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นเสยเรือนผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย ดวงตาคมกริบทอดมองคนตัวเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประตูบานหนักปิดลงเบื้องหลังด้วยเสียงทึบหนักแน่น—เสียงที่เหมือนตัดขาดทั้งโลกภายนอกออกไป เหลือเพียงเขากับคินในพื้นที่เงียบงัน
“ถามแปลกๆ” พายุแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อย “นี่ห้องฉัน... ฉันจะมาไม่ได้หรือไง”
“ห้องนาย?” คินทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉุนเฉียว “อย่าลืมสิว่าสัญญาบ้าๆ ระหว่างเรามันหมดอายุไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นายไม่มีสิทธิ์มาโผล่ที่นี่ ยิ่งตอนดึกดื่นแบบนี้ด้วย!”
“สัญญาบ้าๆ งั้นเหรอ” พายุทวนคำด้วยน้ำเสียงอันตราย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรวดเรวเสียจนคินไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบโดยมีร่างสูงใหญ่กักขังไว้ในวงแขน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายโชยเข้าจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ “แต่ในสัญญานั้นไม่ได้บอกนี่ว่า... ห้ามฉันกลับมาทวงของของตัวเองคืน”
“ของอะไรของนาย ฉันไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้น!” คินเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “ปล่อยนะพายุ ถ้านายยังไม่ไป ฉันจะโทรแจ้งความข้อหาบุกรุก”
“แจ้งสิ” พ้าก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อน “ข้อหาอะไรดีล่ะ... ข้อหาขโมยหัวใจเจ้าของห้องไปจนหมดตัว ดีไหม?”
คำพูดหน้าไม่อายนั้นทำให้คินหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้างดงามบึ้งตึงขึ้นทันตา “นายมัน... หลงตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะธามพายุ!”
“ก็จริงนี่” พายุดันตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ ดวงตาคู่นคมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังความเย็นชา บัดนี้กลับพรั่งพรูไปด้วยความเว้าวอนและความจริงจังที่คินไม่เคยเห็นมาก่อน “คิน... นายคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องทั้งหมดระหว่างเรา มันเป็นแค่เรื่องธุรกิจ เป็นแค่ดีลชั่วคราวตามที่นายต้องการตั้งแต่แรก?”
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ คินชะงักไปเมื่อเห็นแววตาไหววับของอีกฝ่าย ความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว—การปะทะคารมที่ไม่มีใครยอมใคร ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของคนปากแข็ง และความห่วงใยที่แฝงอยู่ใต้คำพูดร้ายกาจ
“แล้วนายจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ” คินกระซิบแผ่วเบา ดวงตากลมโตเริ่มไหวระริก “ในเมื่อนายเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการบังคับ... ด้วยสัญญาที่นายร่างขึ้นมาเพื่อมัดมือชกฉัน”
“นั่นมันเพราะฉันโง่เอง” พายุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นจนคินต้องเงยหน้าขึ้นมอง “โง่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองตกหลุมรักนายตั้งแต่แรกเห็น โง่ที่คิดว่าอำนาจและเงินทองจะซื้อทุกอย่างได้... รวมถึงใจของนายด้วย จนกระทั่งวันที่นายหันหลังให้และเดินออกไปจริงๆ ฉันถึงรู้ว่าตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าไม่มีนายอยู่ข้างๆ”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนหยิ่งผยองทำให้คินถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว แต่ทว่า... ความทิฐิที่สั่งสมมานานก็ยังทำให้ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
“พูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้... กินอะไรผิดสำแดงมาหรือไง” คินยังคงเชิดหน้ากลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไปนอน พรุ่งนี้ฉันมีงานเช้า”
“ไม่ปล่อย” พายุตอบเสียงแข็ง เขาวางมือข้างหนึ่งลงบนผนังข้างศีรษะของคิน ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาและอบอุ่นจนคินเผลอหลับตาลงรับโดยไม่รู้ตัว “จนกว่านายจะให้คำตอบฉัน”
“คำตอบอะไรของนายอีกเล่า”
“คำตอบว่า... เราจะเซ็นสัญญาร่วมกันใหม่อีกครั้งไหม” พายุโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งแตะเข้ากับแก้มเนียนแผ่วเบา “ไม่ใช่ดีลชั่วคราวเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ... แต่เป็น ‘ดีลรักฉบับถาวร’ ที่ไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีวันยกเลิก และมีฉันเป็นเจ้าของหัวใจของนายไปตลอดกาล”
หัวใจของคินกระตุกวูบ คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลังยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ ในโลก ความหวาดกลัวในความสัมพันธ์ที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น... เขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้นผู้ชายคนนี้อีกแล้ว และก็ไม่อยากหนีไปไหนอีกเช่นกัน
“นายแน่ใจแล้วเหรอ...” คินกระซิบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยยามช้อนตาขึ้นสบ “คนเอาแต่ใจอย่างนาย... จะทนฉันไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงๆ น่ะเหรอ”
“ฉันอาจจะเอาแต่ใจ ปากจัด และขี้หึงเป็นบ้า” พายุแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้ใบหล่อเหลานั้นดูทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ “แต่นายก็รู้ดีที่สุด... ว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะรักนายและคลั่งรักนายได้เท่าฉันอีกแล้ว”
คินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตาคลอเบ้า “นายมันคนบ้าจริงๆ ธาม”
“บ้านานแล้ว... และรักนายจนบ้ากว่านี้ได้อีกเยอะ”
สิ้นคำพูดนั้น พายุไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้เอ่ยอะไรอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างนุ่มนวลและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน สัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหา การรอคอย และความรักที่อัดแน่นอยู่เต็มอกทำให้คินต้องหลับตาลงยอมรับจูบนั้นอย่างเต็มใจ เรียวแขนบางยกขึ้นคล้องคอแกร่ง ดึงรั้งร่างสูงให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันราวกับบทเพลงประสานเสียงที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ไม่มีสัญญาบังคับ ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน และไม่มีวันหมดอายุ... มีเพียงคนสองคนที่ยอมจำนนให้แก่กันและกันด้วยหัวใจที่แท้จริง
วันเวลาผ่านไป ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกธุรกิจและสังคมภายนอก เพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองแห่งนี้กลับกลายเป็นวิมานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น ร่างสูงของธามในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว มองดูคนรักตัวแสบที่กำลังงละมุนละม่อมกับการทำอาหารเช้าด้วยสีหน้าจริงจัง
“มองอะไรเล่าพายุ ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆ สิ” คินหันมาค้อนวงใหญ่ เมื่อเห็นสายตาแพรวิบวับที่มองตรงมาไม่วางตา
“มองภรรยาคนสวย... เอ๊ย คนเก่งต่างหาก” พายุแกล้งแซ่บ เดินเข้าไปสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง เกยคางไว้บนลาดไหล่เนียนสูดดมความหอมเข้าเต็มปอด “หื้ม... หอมจัง น่ากินกว่าอาหารบนโต๊ะอีก”
“พูดมากน่า” คินตีมือซนที่เริ่มอยู่ไม่สุขบนเอว แต่ก็ไม่ได้ผลักไส ปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดตามใจชอบ “ถ้าหิวนก็รีบยกจานไปสิ เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอกท่านประธาน”
“สายก็ช่างประธานบริษัทมีสิทธิ์พิเศษอยู่แล้ว” พายุพลิกตัวคนในอ้อมแขนให้หันมาเผชิญหน้า ก้มลงกดจูบหนักๆ บนหน้าผากเนียนด้วยความรักล้นปรี่ “ไม่ว่าจะอีกสิบปี ยี่สิบปี หรือจนกว่าเราจะแก่เฒ่า... หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของฉัน ก็คือการได้รักและดูแลนายแบบนี้ทุกวัน”
คินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดในรอบปี ดวงตากลมโตฉายแววความสุขอย่างปิดไม่มิด มือเรียวยื่นไปโอบรอบลำคอหนา ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงออดอعนที่นานๆ ทีจะได้ยิน
“รู้แล้วน่า... คุณสามี”
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาภายในห้อง อาบไล้คนทั้งสองให้อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น นิยายรักฉบับปราบเซียนที่เริ่มต้นด้วยเล่ห์กลและสัญญาจอมปลอม บัดนี้ได้เดินทางมาถึงบทสรุปที่สวยงามที่สุด—บทสรุปที่ไม่มีวันสิ้นสุด และจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของรี้ดเดอร์ทุกคนตลอดไปค่ะ
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และตกหลุมรักไปพร้อมกับตัวละครของ "กำมะหยี่สีแดง" จนหน้าสุดท้ายนี้นะคะ*
ดีลลับฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 35
ดีลรักฉบับถาวร
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!