เสียงถอนหายใจยาวนานของอาคเนย์ดังกลบเสียงดนตรีแจズคลอเบา ๆ ในห้องรับรองชั้นสามสิบห้า ทายาทหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านกำลังหมุนแก้วคริスタルบรรจุไวน์ราคาแพงระยับ สายตาคมกริบมองทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครที่แผ่ขยายอยู่เบื้องล่าง ราวกับจักรวรรดิแห่งนี้เป็นของเล่นชิ้นโปรดที่เขาพร้อมจะเหยียบย่ำหรือเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
"แกคิดว่าไอ้สวะนั่นจะโผล่หัวมาเหรอกวิน?" อาคเนย์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเลขาคนสนิท
"จากรายงานที่สืบทมา... มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับท่านอาคเนย์ ตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทมันถูกพวกเราบีบจนสภาพคล่องเป็นศูนย์ ธนาคารทุกแห่งปฏิเสธการปล่อยกู้ตามคำสั่งลับของเรา วันนี้... มันต้องมาคุกเข่าขอเจรจาขายหุ้นทั้งหมดในราคาเศษกระดาษครับ" กวินตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออก
รินก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ท่าทางของเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในคืนไร้ลม แต่สิ่งที่ทำให้รอยยิ้มมุมปากของอาคเนย์กว้างขึ้น คือร่างของชายหนุ่มที่เดินตามหลังเธอเข้ามา—คีย์ อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เคยถูกเขาไล่อציตะเพิดออกจากบริษัทอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของแก... คีย์" อาคเนย์หัวเราะในลำคอ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนของเหลวสีแดงกระฉอก "ไม่คิดเลยนะว่าหมาจนตรอกอย่างแก จะยังมีหน้ามาเหยียบตึกนี้อีก นั่งลงสิ... อยากดื่มอะไรไหม? น้ำลายตัวเองบนพื้นน่าจะพอแก้กระหายได้นะ"
กวินและบอดี้การ์ดอีกสองคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดันและความสะใจที่ถูกสะสมมานาน
คีย์ไม่ได้แสดงสีตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวอย่างที่อาคเนย์คาดหวัง ชายหนุ่มเพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบห้อง สถาปัตยกรรมหรูหรา งานศิลปะราคาแพง และวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ ทุกอย่างล้วนสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของคนที่ถูกตระกูลอาคเนย์สูบ
"ตึกนี้... สวยดีนะครับ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต รินยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง มือเรียวประสานกันไว้ที่หน้าท้อง
อาคเนย์หรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะเย้ยจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่เหยื่อไม่ยอมแสดงความหวาดกลัว "เลิกเล่นลิเกแล้วเซ็นสัญญาซะ! หุ้นทั้งหมดของบริษัทแก รวมถึงสิทธิบัตรระบบโลจิสติกส์ ต้องโอนให้ฉันภายในสามวินาทีนี้ ไม่เช่นนั้น พรุ่งนี้เช้าครอบครัวของแกจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน!"
กวินรีบยื่นแฟ้มเอกสารสีดำผลักไปตรงหน้าคีย์ พร้อมกับปากกาหมึกซึมราคาแพง
คีย์ก้มมองแฟ้มเอกสารนั้นนานนับอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอาคเนย์ แววตาของชายหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับหลุมดำที่ดู3กลืนกินทุกแสงสว่าง ทำให้ทายาทตระกูลใหญ่ถึงกับรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณอาคเนย์ครับ... คุณเคยได้ยินคำว่า 'ซื้อยกเข่ง' ไหมครับ?" คีย์เอ่ยถามเสียงเบา
"แกพูดเรื่องอะไรวะ?"
คีย์หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเรียบง่ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางคว่ำลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟน เสียงทุ้มต่ำที่เป็นทางการของผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานใหญ่ของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกดังแทรกขึ้นมาทันที
*(เรียนท่านประธานคีย์ ระบบการโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานใหญ่ 'แกรนด์ ทาวเวอร์' ทั้งหมด รวมถึงโฉนดที่ดินผืนนี้ และสัญญาเช่าระยะยาวทุกฉบับ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสูงสุดเรียบร้อยแล้วครับ เงินจำนวนหหมื่นล้านถูกหักออกจากบัตรเครดิตสีดำเรียบร้อย ยินดีด้วยครับ... ตอนนี้ท่านคือเจ้าของตึกแห่งนี้อย่างสมบูรณ์)*
เสียงในสายเงียบลง แต่ความเงียบงันในห้องรับรองกลับน่ากลัวยิ่งกว่า
อาคเนย์ชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งเกร็ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู "แก... แกพูดบ้าอะไร! ตึกนี้เป็นของตระกูลฉัน! ธนาคารและบริษัทแม่ของเราถือหุ้นใหญ่..."
"อ๋อ... หมายถึงบริษัทแม่ที่กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายภายในสิบนาทีข้างหน้านี้เหรอครับ?" คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หน้าตาทีเคยธรรมดา กลับทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ
รินเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอให้ดูสดๆ ภาพข่าวเศรษฐกิจด่วนพิเศษกำลังรายงานว่า หุ้นในเครือของตระกูลอาคเนย์กำลังดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง เนื่องจากกลุ่มทุนปริศนาได้กว้านซื้อหนี้เสียทั้งหมดและสั่งอายัดทรัพย์สินทุกรายการ
กวินหน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือสั่นเทาจนแทบถือเอกสารไม่อยู่ "ทะ... ท่านอาคเนย์... จริงด้วยครับ บัญชีกลางของเราถูกบล็อกหมดแล้ว!"
อาคเนย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เขาพยายามจะพุ่งเข้ามาหาคีย์ แต่บอดี้การ์ดข้างกายกลับไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว เมื่อสบเข้ากับสายตาคุกคามอันเยือกเย็นของริน
คีย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าอาคเนย์ที่กำลังหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนก ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
"ในฐานะเจ้าของตึกคนใหม่... ผมเกรงว่าเสียงเห่าหอนของคุณเมื่อครู่ มันรบกวนแขกคนอื่นของผม" คีย์ผายมือไปทางประตู "เชิญไสหัวออกไปจากตึก 'ของผม' ได้แล้วครับ... ก่อนที่ผมจะให้ รปภ. โยนพวกคุณลงไปทางหน้าต่างชั้นสามสิบห้านี้"
อาคเนย์เข่าทรุดลงไปอีกคน โลกทั้งใบที่เคยอยู่ใต้ฝ่าเท้าพังทลายลงในพริบตาเดียว ความหยิ่งทะนงทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนในมือของคีย์ก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างระบบสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะเขาคนเดียว—
[ภารกิจกวาดล้างโครงสร้างอำนาจ: สำเร็จลุล่วง 100%]
[ได้รับรางวัลพิเศษ: สิทธิ์ในการเข้าถึง "บัตรดำระดับพระเจ้า" - ปลดล็อกพลังควบคุมสินทรัพย์ทั่วโลกแบบเรียลไทม์]
คีย์เหลือบมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกที่เงินตราคือพระเจ้ากับผมนะครับ
--- จอมเวทไร้นาม ---
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 11
ความลับใต้เงาตึกระฟ้า
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!